ศูนย์ทนายฯ เปิดคำฟ้อง ม.112 คดีทนายอานนท์ ปราศรัย 1 ปี ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดคำฟ้อง ม.112 ทนายอานนท์ ปราศรัย 1 ปี ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์ โดยมีนัดตรวจพยานหลักฐานคดี 13 ธ.ค.นี้ คำฟ้องอ้างแม้กล่าวในลักษณะว่าร้ายโดยเจาะจงแก่นายกฯ แต่ด้วยการกล่าวถึงเหตุผลประกอบต่างๆ เป็นเพียงสํานวนโวหารเพื่อใส่ความกษัตริย์ อันเป็นการเสื่อมเสียอย่างมากต่อพระเกียรติ และภาพลักษณ์

10 ธ.ค.2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ก่อนจะถึงนัดตรวจพยานหลักฐานคดีที่อานนท์ นำภา ปราศรัยในงานครบรอบ 1 ปี ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์ เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 64 บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ ในวันที่ 13 ธ.ค. 64 เวลา 9.00 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ 

ศูนย์ทนายฯ ชวนอ่านคำฟ้องในคดีดังกล่าว ซึ่งอานนท์ถูกอัยการตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2564 ใน 4 ข้อหา ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเป็นการฟ้องขณะที่เขาถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ

อัยการบรรยายฟ้องระบุ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันซึ่งเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของคนไทยทั้งชาติและเป็นสถาบันหลักของชาติที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาเป็นเวลานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะพระประมุขของชาติ อันเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ผู้ใดจะนําสถาบันพระมหากษัตริย์มาล้อเลียนมิได้

คนไทยทุกคนต่างล้วนสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ มีความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ รวมถึงการกล่าวถึงพระนามของพระมหากษัตริย์ต้องแสดงออกด้วยความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ตามขนบธรรมเนียมโบราณราชประเพณีอันเป็นสิ่งที่คนไทยโดยทั่วไปพึงปฏิบัติสั่งสมกันตลอดมา

ศูนย์ทนายฯ ระบุด้วยว่า อัยการได้ตัดตอนคำปราศรัยบางส่วนของอานนท์มาประกอบและสรุปความเห็นว่า ข้อความดังกล่าว กล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งถ้อยคําหรือข้อความดังกล่าวมีความหมายแสดงว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ซึ่งเป็นผู้ใช้อํานาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยผ่านทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ นั้นทรงมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับรัฐบาล หรือมุ่งใส่พระทัยในผลประโยชน์โดยมิชอบ ในทางทรัพย์สินส่วนพระองค์ร่วมกันกับรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน และการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรงภายในประเทศ โดยมิได้ใส่พระทัยในความเป็นอยู่ที่ยากลําบาก หรือการเจ็บป่วยล้มตายของประชาชน

แม้เป็นการกล่าวในลักษณะว่าร้ายโดยเจาะจงแก่นายกรัฐมนตรี แต่ด้วยการกล่าวถึงเหตุผลประกอบต่างๆ แล้ว การกล่าวถึงนายกรัฐมนตรีจึงเป็นเพียงลักษณะของการใช้สํานวนโวหารเพื่อให้บรรลุความประสงค์แท้จริงในการใส่ความพระมหากษัตริย์ของจําเลยเท่านั้น อันเป็นการเสื่อมเสียอย่างมากต่อพระเกียรติ และภาพลักษณ์ของพระองค์

ทั้งนี้ การกล่าวปราศรัยอันปรากฏถ้อยคํา และข้อความที่กล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 และสถาบันพระมหากษัตริย์ในลักษณะการใส่ความ และยืนยันข้อเท็จจริงของจําเลยข้างต้นนั้น เป็นการใช้เสรีภาพ ในทางใดๆ อันเป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองหรือปวงชนชาวไทยที่จะต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์

ศูนย์ทนายณ ระบุด้วยว่า คดีนี้ในข้อหา ม.112 มี นพดล พรหมภาสิต ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานกลุ่ม ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ ศชอ. เป็นผู้แจ้งความ 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์