ศบค.ยกเลิกเดินทางเข้าประเทศแบบไม่กักตัว 21 ธ.ค.-4 ม.ค. หลังพบเชื้อโอมิครอน 27 คน

ที่ประชุม ศบค. เฉพาะกิจมีมติยกเลิกการลงทะเบียนเข้าประเทศแบบไม่ต้องกักตัว ตั้งแต่ 21 ธ.ค. 2564-4 ม.ค. 2565 หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนทั้งหมด 27 คน ส่วนใหญ่เดินทางเข้าประเทศแบบ Test & Go และพบผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 คน สำหรับผู้ลงทะเบียนเข้าประเทศก่อนหน้ายังคงแผนการเดิมทางเดิมได้ แต่เพิ่มการตรวจ RT-PCR ในวันที่ 7 โดยรัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า 21 ธ.ค. 2564 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) เฉพาะกิจ เพื่อหารือถึงการปรับมาตรการเข้าราชอาณาจักร ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ B.1.1.529 (Omicron) หรือโอมิครอน

หลังการประชุม ศบค. เฉพาะกิจ พล.อ.ประยุทธ์ แถลงว่า ตั้งแต่วันนี้จะปิดระบบรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่จะเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย และข้อมูลล่าสุดวันนี้มีนักท่องเที่ยวค้างในระบบ 200,000 คน ก็จะล้างท่อเคลียร์ชุดนี้ให้หมด และต้องติดตามอย่างเข้มงวด จากนั้นวันที่ 4 ม.ค. 2565 จะประเมินอีกครั้ง

สำหรับคนไทยที่ยื่นเรื่องขออนุญาตเข้าประเทศไทยหลังจากวันนี้ไปแล้ว ต้องทำเรื่องขออนุญาตในระบบใหม่ ทุกคนต้องกักตัวและตรวจ RT-PCR ซ้ำ ขณะที่จะเพิ่มวันกักตัวจากเดิม 14 วันหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรียังไม่ขอพูดถึง ขอแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ก่อน ส่วนเชื้อจะพัฒนาสายพันธุ์ไปหรือไม่ต้องรอดู เพราะก็ไม่รู้ว่าโอมิครอนจะมาในช่วงไหน แต่หากสถานการณ์หลังจากนี้จะเปลี่ยนไปก็ต้องแก้ไปตามลำดับ

เว็บไซต์รัฐบาลไทยรายงานว่า ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศบค. มีมติเห็นชอบมาตรการเข้าราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2564 - 4 ม.ค. 2565  ดังนี้

  • ปรับมาตรการ สำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร โดยระงับการลงทะเบียนชั่วคราวประเภทเทสต์แอนด์โก (Test & Go) และ Sandbox  ยกเว้น ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์  ตั้งแต่ 21 ธ.ค. 2564–4 ม.ค. 2565
  • ปรับมาตรการตรวจหาเชื้อเป็น RT- PCR 2 คร้ัง และต้องมีการกำกับติดตามอาการ/ การอยู่ในพื้นที่นำร่องการท่องเท่ียว รวมท้ังการติดตามการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ให้ได้ 100%
  • ปรับมาตรการสำหรับคนในประเทศไทย โดยให้ประชาสัมพันธ์คนไทยที่จะเดินทางต่างประเทศ ให้พิจารณา ชะลอ ยกเลิกการเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะประเทศทางยุโรป อเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง พร้อมให้มีการตรวจ ATK ก่อนเดินทาง และประชาสัมพันธ์ให้มีการใช้ ATK ด้วยตัวเองเป็นระยะๆ หรือเมื่อมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • ส่งเสริมให้มีการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง รวมทั้งจุดฉีดวัคซีนในสถานีขนส่ง ท่าเรือ หรือท่าอากาศยาน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวให้ความมั่นใจ สำหรับผู้ที่ได้ลงทะเบียน ประมาณ 200,000 คน ในระบบ Test and Go ยังสามารถทยอยเดินทางเข้าประเทศตามแผนการเดินทางของแต่ละท่าน แต่จะมีมาตรการติดตามที่เข้มขึ้น เช่น การตรวจ RT-PCR 2 ครั้ง คือ วันแรกที่เดินทางเข้าประเทศ และวันที่ 7 โดยในการตรวจ RT-PCR ครั้งที่ 2  รัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย   ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราวมีผลวันนี้ คือ 21 ธ.ค. 2564-4  ม.ค. 2565 หลังจากนี้ ศบค. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพี่อจะนำมาปรับมาตรการ หลัง 4 ม.ค. 2565 อีกครั้ง โดยยึดความมั่นคงด้านสุขภาพของพี่น้องคนไทย และผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศ

เว็บไซต์รัฐบาลไทยยังรายงานสถานการณ์ทั่วโลกว่า ขณะนี้ ใน 36 ประเทศ พบรายงานการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนในผู้ที่ไม่มีประวัติการเดินทางไปต่างประเทศ ยุโรปรายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน กว่า 5,500 คน และสหราชอาณาจักร รายงานพบผู้เสียชีวิตแล้ว 12 คน

ขณะที่ประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยืนยันสายพันธุ์โอมิครอน รวม 27 คน โดยพบจากระบบการเข้าประเทศแบบ Test & Go 20 คน แบบ Sandbox 3 คน และ AQ 3 คน จำแนกเป็น คนไทย 11 คน สหรัฐอเมริกา 6 คน อังกฤษ 4 ราย และอื่นๆ 6 ราย ซึ่งพบผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 คน ติดเชื้อจากการใกล้ชิดผู้มีประวัติเดินทาง

ทั้งนี้ พบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยจากระบบ Test & Go ในเดือนพฤศจิกายน 83 คน และในเดือนธันวาคม 227 คน เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า จึงต้องมีการปรับมาตรการป้องกันให้เข้มขึ้นยิ่งขึ้น

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์