ศาลไม่ให้ประกัน ‘เพนกวิน-อานนท์-ไผ่-ไมค์’ หวั่นทำผิดซ้ำแม้รับเงื่อนไขกักบริเวณ 24 ชม.

ด่วน! ศาลไม่ให้ประกันและปล่อยตัวชั่วคราว เพนกวิน, ทนายอานนท์, ไผ่ ดาวดิน และไมค์ ระยอง แม้ว่าทั้ง 4 คนจะยอมรับเงื่อนไขเพิ่มเติม คือ กักบริเวณในเคหสถาน 24 ชม. และใส่กำไล EM ด้าน #ม็อบ24ธันวา64 โดยกลุ่มทะลุฟ้า และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินหน้าเคลื่อนไหวต่อ เรียกร้องสิทธิการประกันตัวและ #ปล่อยเพื่อนเรา

24 ธ.ค. 2564 วันนี้ (24 ธ.ค. 2564) เวลา 13.30 น. ศาลอาญารัชดามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวนักกิจกรรม 4 คน ได้แก่ พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน, อานนท์ นำภา หรือทนายอานนท์, ภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ซึ่งถูกขังตามหมายขังระหว่างพิจารณาในคดีชุมนุมต่างๆ แม้ว่าทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวนักกิจกรรมทั้ง 4 คนนี้ไปเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2564 และศาลนัดไต่สวนคำร้องเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยการฟังผลไต่สวนในวันนี้เป็นการรับฟังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์

เมื่อเวลา 14.27 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานผ่านทวิตเตอร์ว่าศาลอาญามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวทั้ง 4 คนเพราะศาลเห็นว่ายังมีเหตุอันควรเชื่อว่าถ้าปล่อยตัวไป ทั้งหมดจะไปกระทำในลักษณะเดิมซ้ำอีก ยังไม่มีข้อเท็จจริงที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ในชั้นนี้จึงยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว

ในวันเดียวกันนี้ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มทะลุฟ้า ร่วมกันจัดการชุมนุม #ม็อบ24ธันวา64 ‘เดิน หยุด ขัง’ เดินขบวนจาก MRT พหลโยธิน หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ไปศาลอาญารัชดา โดยนัดหมายรวมตัวกันในเวลา 11.00 น. และเริ่มเดินขบวนในเวลาประมาณ 12.50 น. เพื่อเรียกร้องให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวแก่นักกิจกรรมทั้ง 4 คน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22-23 ธ.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมด้วยกลุ่มคณะราษฎรประสงค์ยกเลิก 112 (ครย.) ได้จัดการชุมนุมที่หน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้แก่นักกิจกรรมเช่นเดียวกัน

4 นักกิจกรรมแถลงยอมรับ ‘ทุกเงื่อนไข’ รวมถึงกักบริเวณ 24 ชม. 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานบรรยากาศการไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของพริษฐ์ อานนท์ จตุภัทร์ และภาณุพงศ์ ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษฏ ว่าเจ้าหน้าที่ศาลไม่ได้เก็บเครื่องมือสื่อสารเหมือนที่ผ่านมา และอนุญาตให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับคดีเข้าร่วมฟังการไต่สวนครั้งนี้ได้ โดยมีผู้สังเกตการณ์จากไอลอว์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวนักกิจกรรมทั้ง 4 คนมายังห้องพิจารณาคดีในเวลา 09.50 น. ซึ่งครอบครัวและประชาชนที่มาให้กำลังใจต่างทยอยเข้าไปสวมกอดและทักทาย ในช่วงเวลาที่การพิจารณาคดียังไม่เริ่ม 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่าพริษฐ์ อานนท์ จตุภัทร์ และภาณุพงศ์ แถลงยอมรับเงื่อนไขของศาลเช่นเดียวกับเงื่อนไขที่ศาลกำหนดให้แก่ปนัสยา สิทธิจิรวัฒกุล หรือรุ้ง ที่ได้รับการปล่อยตัวเมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้แก่ จะไม่ก่อเหตุที่กระทบกระเทือนต่อสถาบันกษัตริย์, จะไม่เข้าร่วมชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, จะไม่หลบหนีหรือเดินทางออกนอกประเทศ และมาศาลทุกครั้ง รวมถึงการใส่กำไล EM และอยู่ในเคหสถานตลอด 24 ชั่วโมง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นต้องติดต่อราชการที่ศาลหรือสถานีตำรวจ ไปเรียนหรือไปสอบ ไปรักษาตัวหรือมีเหตุอื่นโดยได้รับอนุญาตจากศาล

อย่างไรก็ตาม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าหลังจากศาลไต่สวนจำเลยทั้ง 4 คนพร้อมทั้งพยานเสร็จสิ้นในเวลา 14.45 น. ศาลกล่าวว่าจะต้องนำข้อเท็จจริงจากการไต่สวนไปพิจารณาในที่ประชุมของศาล เนื่องจากไม่อยากให้การสั่งปล่อยหรือไม่ปล่อยเป็นการสั่งโดยผู้พิพากษาคนเดียว พร้อมทั้งย้ำว่า อย่าเข้าใจว่าการให้โอกาสไต่สวนในครั้งนี้จะเป็นเหตุให้ปล่อยตัวได้ทันที และไม่ใช่ว่าแถลงยอมรับเงื่อนไขแล้วศาลจะต้องปล่อยตัวเท่านั้น แต่ศาลต้องพิจารณาที่การกระทำ ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่าควรให้ปล่อย จึงจะอนุญาตปล่อยชั่วคราว ไม่ว่าจะสั่งอย่างไร สังคมก็จะมีคำวิพากษ์วิจารณ์ต่อคำสั่งนั้น ศาลจึงต้องให้โอกาสในการเรียกมาไต่สวน

ทั้งนี้ อัยการได้แถลงคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวไว้แล้วก่อนจะมีการไต่สวน โดยอัยการระบุว่าจะต้องคัดค้านเนื่องจากคดีทั้งหมดเป็นคดีที่มีโทษสูง หากปล่อยตัวเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี แต่อัยการไม่สามารถแถลงคัดค้านภายในวันนี้ได้ เนื่องจากจำเลยแต่ละคนมีหลายคดี จึงขอทำคำแถลงเป็นเอกสารมายื่นภายในสัปดาห์หน้า ทำให้การอ่านคำสั่งศาลต้องเลื่อนมาเป็นวันที่ 24 ธ.ค. แทน

สามารถอ่านคำเบิกความขอประกันตัวของนักกิจกรรมทั้ง 4 คนได้ที่เว็บไซต์ของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

เปิดหน้าผู้พิพากษาที่ไม่ให้ประกันตัว 4 นักกิจกรรมในวันนี้

นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวประชาไทว่าผู้พิพากษาผู้รับผิดชอบการไต่สวนการประกันตัวของนักกิจกรรมทั้งสี่ 4 คน คือ พริษฐ์ ปิยะนราธร รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา โดยวอยซ์ออนไลน์เคยรายงานเมื่อ พ.ศ.2560 ว่าเขาเป็นผู้พิพากษาที่รับผิดชอบคดีที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าราชการ กทม. เป็นโจทก์ฟ้องพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีที่พิศิษฐ์กล่าวหาว่าโครงการไฟประดับเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่ากว่า 39 ล้านบาทที่ทาง กทม. รับผิดชอบเป็นการฮั้วประมูล ซึ่งพริษฐ์ในฐานะผู้พิพากษาคดีดังกล่าวได้ไกล่เกลี่ยจนคู่ความสามารถตกลงกันได้และไม่ติดใจเอาความกัน

ภาพของพริษฐ์ ปิยะนราธร จากเว็บไซต์ศาลอาญา (ดูภาพต้นฉบับ)
 

สำนักข่าวราษฎรและเดอะสแตนดาร์ด รายงานว่า กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่าตนรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดศาลจึงไม่เอาเรื่องการยอมรับเงื่อนไขกักบริเวณอยู่ในเคหสถาน 24 ชม. มาเป็นประเด็นในการพิจารณา ส่วนแนวทางสู้คดีจากนี้มี 3 แนวทาง คือ ยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว, การยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวอีกครั้ง และไม่ต้องยื่นประกันตัวเลย ซึ่งตนจะให้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนและครอบครัวปรึกษาแนวทางร่วมกัน แต่ในความเห็นของทนายความแล้ว โอกาสที่ศาลจะปล่อยชั่วคราวนั้นคงยาก และน่าจะยังคงใช้แนวทางวินิจฉัยแบบเดิมคือกลัวกระทำความผิดซ้ำ ซึ่งตนไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทนผู้พิพากษา

ทั้งนี้ กฤษฎางค์ เน้นย้ำว่าผู้ต้องหาคดีอาญาทุกคนควรได้รับการประกันตัว ตามรัฐธรรมนูญและหลักกฎหมายที่ถือว่าหากยังไม่มีการพิพากษาสูงสุดให้ถือว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นคดีร้ายแรง หรือโดนกี่คดีก็ตาม ขณะที่อัยการมีความเห็นว่าคดีที่นักกิจกรรมทั้ง 4 คนโดนนั้นมีความร้ายแรง จึงคัดค้านการปล่อยตัวและศาลก็เห็นตาม ซึ่งกฤษฎางค์ได้ฝากไปถึงอัยการซึ่งเป็นทนายความของแผ่นดินว่าขอให้ทบทวนการทำหน้าที่ของตนเองต่อหลักการของกฎหมายด้วยเช่นกัน

ทะลุฟ้า-แนวร่วม มธ. เดินขบวนเรียกร้อง #ปล่อยเพื่อนเรา

หลังจากที่กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มทะลุฟ้า พร้อมด้วยประชาชนผู้ร่วมชุมนุม เดินทางมาถึงหน้าศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ในเวลาประมาณ 13.30 น. ชาติชาย (ธัชพงศ์) แกดำ หรือบอย นักกิจกรรมกลุ่มภาคีนิรนามประกาศว่าจะมีการตั้งเวทีบริเวณรถเครื่องเสียง และเปิด ‘ฟรีไมค์’ ให้ทุกคนร่วมปราศรัยส่งเสียงถึงเพื่อนนักกิจกรรมที่กำลังรอลุ้นผลการประกันตัวอยู่ในขณะนี้ ซึ่งชาติชายย้ำว่าสิทธิการประกันตัวถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน และตราบใดที่ยังไม่มีการพิพากษาจนถึงที่สุด ถือว่าบุคคลนั้นเป็นผู้บริสุทธ์ นักกิจกรรมทุกคนจึงต้องได้รับการประกันตัว

เวลา 13.44 น. เจ้าหน้าที่ประมาณ 10 นาย ยืนอยู่หลังประตูศาลอาญา โดยมีการประกาศว่าการชุมนุมนี้ผิดกฏหมาย ทั้งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และมาตราการป้องกันโรคโควิด-19 เมื่อกระกาศเสร็จ มีการถอยรถตำรวจที่ใช้ประกาศถอนออกจากประตูหน้าศาลอาญา

 

เวลา 13.57 น. ชาติชายกล่าวว่าขณะนี้ทนายความกำลังเข้าไปที่ห้องพิจารณาคดี และกำลังเบิกตัวนักกิจกรรมทั้ง 4 คนมาฟังผลการไต่สวนผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ และถ้าหากนักกิจกรรมทั้ง 4 คนไม่ได้ประกันตัว ก็เตรียมเดินหน้าทำกิจกรรมเพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัวแก่เพื่อนนักกิจกรรมต่อไป โดยสิ่งที่ประชาชนจะทำนั้นมากกว่าการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์แน่นอน เพราะการกระทำของศาลในวันนี้ (หากไม่ได้รับการปล่อยตัว) แสดงให้เห็นชัดเจนว่าศาลไร้ซึ่งความยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ชาติชายกล่าวย้ำว่าที่มาจัดการชุมนุมในวันนี้ ตนไม่ได้มีเจตนาหมิ่นศาลหรือละเมิดอำนาจศาล แต่ต้องการมาเรียกร้องให้ศาลปฏิบัติหน้าที่ตามหลักนิติธรรม และคืนความยุติธรรมแก่เพื่อนนักกิจกรรมเท่านั้น ให้เพื่อนเราได้กลับบ้านช่วงปีใหม่เหมือนกับคนอื่นๆ

ในการปราศรัยที่หน้าศาลอาญาช่วงบ่ายวันนี้นั้น มีประชาชนผู้ร่วมชุมนุมผลัดเปลี่ยนขึ้นมาปราศรัยระหว่างรอฟังผลการประกันตัว รวมถึงธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือลูกนัท, วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือตี้ พะเยา, ธนพร วิจันทร์ จากกลุ่มแรงงาน ก็เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ด้วย

ต่อมาเวลา 14.52 น. หลังจากศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว ไอลอว์รายงานว่าผู้ชุมนุมที่ด้านหน้าศาลอาญาได้เผาชุดครุยซึ่งเป็นเครื่องแบบของผู้พิพากษาบริเวณกลางถนน และนำดอกไม้มาวางโดยรอบ เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับกระบวนการยุติธรรมไทย หลังจากนั้น วรรณวลีได้กล่าวปราศัยโดยระบุว่าการที่ศาลพยายามเชือดไก่ให้ลิงกลัว แต่พวกเราไม่เคยกลัว ตนไม่เคยคาดหวังกับกระบวนการตุลาการมานานแล้ว ต่อมา 15.35 น. ผู้ชุมนุมปาสีแดงและดอกกุหลาบใส่ป้ายผ้า มีบางส่วนปาถุงสีและขวดน้ำพลาสติกเลยเข้าไปในศาลแต่ไม่มีถึงเจ้าหน้าที่ที่ยืนคุมอยู่

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์