ใบตองแห้ง: ปีกดปราบความหวัง?

2563 เป็นปีแห่งความหวัง ปะทุพลังคนรุ่นใหม่ “แผ่นดินไหวทางวัฒนธรรม”

2564 เป็นปีสิ้นหวัง? ม็อบถูกดำเนินคดีเป็นพัน แกนนำถูกคุมขังข้ามปีไม่ได้ประกัน ศาลรัฐธรรมนูญห้ามเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน ตำรวจใช้กำลังปราบหนัก ประยุทธ์ทำท่าจะอยู่ครบวาระ

สรุปได้ง่ายๆ อย่างนั้นไหม ในปีที่มีคนตาย 2 หมื่นกว่าคน แล้วนายกฯ แนะนำให้เลี้ยงไก่ 2 ตัว

พลังคนรุ่นใหม่ไม่ใช่พลังที่สามารถยึดอำนาจรัฐ ปฏิวัติประเทศ แบบในเพลง “โค่นล้มสังคมเก่า” หากเป็นพลังทางความคิด ที่ใช้การเคลื่อนไหวครึกโครมชูสามนิ้ว “ปฏิวัติวัฒนธรรม” ถามว่าเมื่อการเคลื่อนไหวนั้นถูกกดปราบทางกายภาพ แล้วผู้มีอำนาจสามารถเปลี่ยนดึงความคิดคนรุ่นใหม่กลับมาได้หรือไม่ หรือยิ่งซึมลึก แผ่ขยาย เซาะกร่อนบ่อนทำลาย

เครือข่ายอำนาจคงมุ่งหมาย จะทำให้คนรุ่นใหม่ที่ออกมาเคลื่อนไหวในช่วง 2-3 ปีนี้กลายเป็น Lost Generation กดปราบไว้ ใช้คดีความเป็นชนัก ให้หวาดกลัวหรือสิ้นหวัง หันไปคำนึงถึงอนาคตตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกคนชั้นกลาง ตั้งหน้าตั้งตาเรียนให้จบ มีงานทำ มีชีวิตดีๆ ท่องเที่ยว รักสุขภาพ รักหมารักแมว จากนั้นก็ทำให้คนรุ่นต่อๆ ไปเติบโตขึ้นมาท่ามกลางเพลงปลุกใจของกองทัพ

แต่การจะคลี่คลายสถานการณ์กลับได้ ประการแรก ต้องหาช่องปูทางสร้าง “เมตตาบารมี” ซึ่งพูดง่ายๆ ถ้าอานนท์ เพนกวิน รุ้ง ติดคุก 20-30 ปี แรงต่อต้านจะปะทุอยู่ตลอดไม่มีทางจบ แต่ในด้านกลับกัน ท่ามกลางความไม่มั่นใจจะควบคุมคนรุ่นใหม่ได้ ก็ไม่สามารถตัดสินใจแบบ 66/23 ต้องรั้งไว้เป็นชนัก เช่นที่จับๆ ปล่อยๆ หลายร้อยคน

ประการที่สอง “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ต้องการให้ประชาชนยอมรับและคุ้นชินกับเพดานประชาธิปไตยที่ลดต่ำหดแคบลง แต่การที่จะทำให้คนยอมจำนน ต้องแลกด้วยเศรษฐกิจปากท้องที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่คนละครึ่งแล้วยิ่งเหลื่อมล้ำ ต้องมีรัฐบาลที่บริหารอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าอยากเอาอย่างจีน

ที่สำคัญ ระบอบนี้ต้องหาจุดสมดุลกับประชาธิปไตยเลือกตั้ง ให้ประชาชนได้เลือกรัฐบาลโดยไม่มี 250 ส.ว. แล้วรัฐบาล รัฐสภา และประชาชน ยอมรับเพดานอำนาจ เสรีภาพ ประชาธิปไตย ที่หดแคบลงกว่ายุคก่อน

เปรียบเทียบกับยุคหลัง 6 ตุลา 2519 ปราบคนรุ่นใหม่แล้วหาจุดลงตัวได้ที่ “ประชาธิปไตยครึ่งใบ” แล้วออกนโยบาย 66/23 แต่ยุคนั้นหาจุดลงตัวได้ด้วยการเปิดพื้นที่ประชาธิปไตยมากขึ้น ยุคนี้จะลดลง แล้วทำได้หรือ

ภายใต้ภาพที่พลังคนรุ่นใหม่ถูกปราบกด ยังต้องมองหลายระนาบ ที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกันแต่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงส่งผลกระทบ

ปี 2564 เป็นปีที่มีคนตาย 2 หมื่นกว่าคน จากโควิดระบาด รัฐล้มเหลว ผนง. ไร้ประสิทธิภาพ รับมือไม่ทัน จัดหาวัคซีนล่าช้า แทงม้าตัวเดียว คนตายคาบ้าน ผู้นำเหินห่างไม่เห็นหัวอกประชาชน ความไม่เชื่อมั่นไม่เชื่อถือลามไปจนแพทย์ผู้ใหญ่ถูกแก้ประวัติใน Wiki

ปรากฎการณ์แห่งความโกรธนี้ ขีดเส้นใต้ว่ามาจากคนชั้นกลางในเมือง ผู้ประกอบธุรกิจย่อย นักร้อง ศิลปิน ลามไปจนแพทย์พยาบาลด่านหน้า “นักรบชุดขาว” เรียกร้องวัคซีน mRNA

ถึงแม้ช่วงท้ายรัฐบาลหาวัคซีนได้ท่วมแขน ชวนคนมองไปข้างหน้าหลังโควิดจาง ลดความโกรธลงเฉพาะหน้า ก็ไม่สามารถลบภาพจำ

ในทางการเมือง เครือข่ายอำนาจพยายามดึงประชาชนให้กลับไปตั้งความหวังกับการเมืองในสภา ทั้งที่ไม่ยอมแก้รัฐธรรมนูญ แก้เพียงระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ให้ตั้งความหวัง “แลนด์สไลด์” ภายใต้โครงสร้างเดิม แล้วปราบการเคลื่อนไหวนอกสภา

แต่ตัวระบบที่วางไว้ก็ปั่นป่วน เช่นปัญหาในพรรคพลังประชารัฐ ความขัดแย้งระหว่างรัฐประหารสืบทอดอำนาจ กับนักการเมืองระบบอุปถัมภ์ที่ถูกกวาดต้อนมารับใช้ ภายใต้ความเสื่อมของผู้นำ

ภายใต้ปรากฏการณ์ที่เหมือนจะปราบม็อบได้ ในสภาก็เกิดปรากฏการณ์ใหม่ พรรคก้าวไกลอภิปรายงบสถาบัน พรรคก้าวไกลยื่นแก้ 112 ด้านนอกมี ครย.112 ล่าชื่อประชาชนได้สองแสนกว่า ประยุทธ์พูดอย่างเปิดเผยว่า มีคนจำนวนมากไม่ยืนในโรงหนัง

ปรากฏการณ์ข้างเคียงยังได้แก่การเปิดเพจ “ย้ายประเทศกันเถอะ” คณะสงฆ์สะเทือนเมื่อมหาไพรวัลย์สึกไปนั่งกินหมูกระทะ มีคนติดตาม 3 ล้านคน

บนท้องถนนเกิดทั้งคาร์ม็อบ ม็อบราษฎร ทะลุฟ้า ทะลุแก๊ซ ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่า เด็ก 13-14 จะขี่มอเตอร์ไซค์มารวมตัวโดยไม่ต้องนัดหมายเพื่อบวกกับตำรวจอยู่เป็นเดือนๆ พอคิดว่าปราบได้ ม็อบก็ไปโผล่ เซฟบางกลอย เซฟจะนะ เซฟนาบอน กลายเป็นรวมพลังภาคประชาชนนอกสภา ต้านย้ายหัวลำโพงต้านควบรวมทรูดีแทค #NOCPTPP

การต่อสู้ที่เปลี่ยนไปในปี 2564 และ 2565 จึงมีหลายระนาบ ทั้งวัดกันที่ประสิทธิภาพรัฐบาล รับมือเศรษฐกิจ รับมือความปั่นป่วนทางการเมือง และการเคลื่อนไหวนอกสภา การเซาะกร่อนถอดรื้อทางวัฒนธรรม

ระบอบนี้ไม่สามารถหาจุดลงตัวได้หรอก ปีหน้าก็มีอะไรปะทุขึ้นมาอีก

 

ที่มา: ข่าวสดออนไลน์ https://www.khaosod.co.th/politics/news_6801654

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์