อัยการสั่งไม่ฟ้องคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คาร์ม็อบตาก ชี้ผู้เข้าร่วมใส่หน้ากาก ไม่เสี่ยงโรค

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเผยอัยการสั่งไม่ฟ้องคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คาร์ม็อบตาก ชี้ผู้เข้าร่วมใส่หน้ากาก ไม่เสี่ยงโรค - ปรับ 6 นักกิจกรรม-เยาวชน Korat Movement คนละ 1,000 หลังพ่นสี “ปล่อยเพื่อนเรา” กลางดึก  

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2564  “สุภา” (นามสมมติ) ประชาชนในจังหวัดตากวัย 63 ปี ได้รับแจ้งจากทางพนักงานสอบสวน สภ.แม่ท้อ ให้เดินทางเข้ารับทราบคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ ในคดีที่เธอถูกกล่าวหาจากการเข้าร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบในจังหวัดตาก เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2564 โดยอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีในทุกข้อกล่าวหา ทั้งในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดตาก, ส่งเสียงดังอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันควร และกีดขวางทางสาธารณะ ทำให้คดีสิ้นสุดลงแล้ว

อ่านข่าวนี้ฉบับเต็มในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ปรับ 6 นักกิจกรรม-เยาวชน Korat Movement คนละ 1,000 หลังพ่นสี “ปล่อยเพื่อนเรา” กลางดึก 

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลาประมาณ 23.30 น. นักกิจกรรม Korat Movement รวม 6 ราย เป็นเยาวชน 3 ราย ถูกตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา นำโดย พ.ต.อ. ประสิทธิ์ เปรมกมล ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา เข้าจับกุมบริเวณสวนภูมิรักษ์ 2 ข้างคูเมืองโคราช ขณะทำกิจกรรมพ่นสีข้อความ “ปล่อยเพื่อนเรา” “ยกเลิก112” เรียกร้องปล่อยผู้ต้องขังคดี 112 และผู้ต้องขังทางการเมือง 

หลังการจับกุม นักกิจกรรมทั้ง 6 ขอขี่มอเตอร์ไซค์ไปที่ สภ.เมืองฯ เอง เมื่อไปถึง ตำรวจชุดจับกุมระบุว่า จะแจ้งข้อหาผิด พ.ร.บ.ความสะอาดฯ และทั้งหกจะต้องเสียค่าปรับ เมื่อ “บุ๊ค” วรัญญู คงสถิตย์ธรรม หนึ่งในผู้ถูกจับกุม สอบถามว่า ปรับคนละเท่าไหร่ ชุดจับกุมตอบว่า หลักร้อย 

จากนั้น ตำรวจจะถ่ายรูปและทำประวัติบุ๊คและเพื่อน รวมทั้งเยาวชน แต่ทั้งหมดปฏิเสธ และให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทำบันทึกการจับกุมตามกระบวนการ

ราว 02.30 น. ตำรวจจึงทำบันทึกจับกุมเสร็จ มีเนื้อหาว่า ด้วยเจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีกลุ่มเคลื่อนไหวความเห็นต่างทางการเมืองจะแสดงออกทางสัญลักษณ์ จึงได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์มาโดยตลอด จนกระทั่งมาถึงบริเวณสวนสาธารณะ (สวนภูมิรักษ์ 2) จึงพบผู้ต้องหาทั้ง 6 คน กําลังใช้สีสเปรย์พ่นลงบนพื้นถนนและผนังฝั่งคูน้ำ โดยมีสีสเปรย์ 4 กระป๋อง พร้อมแผ่นพลาสติกแกะรูปภาพที่ใช้ในการพ่นสีจํานวน 3 แผ่น จึงได้เชิญตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาที่ สภ.เมืองนครราชสีมา 

เจ้าหน้าที่ตํารวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “กระทําการ ขีดเขียน พ่นสีหรือทําให้ปรากฏด้วยประการใดๆ ซึ่งข้อความภาพหรือรูปรอยใดๆ ที่กําแพงที่ติดกับถนน ที่ต้นไม้ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ติดอยู่กับถนนหรืออยู่ในที่สาธารณะฯ” ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 12 ซึ่งมีเพียงโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

จากนั้นพนักงานสอบสวนจึงเริ่มสอบปากคำโดยไม่มีทนายความเข้าร่วม ทั้งหมดให้การรับสารภาพ เนื่องจากอยากให้กระบวนการจบโดยเร็ว โดยขณะนั้นเยาวชนรายหนึ่งปวดท้องอย่างหนักจนต้องฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ถึงตอนนี้พนักงานสอบสวนแจ้งว่าจะเปรียบเทียบปรับคนละ 1,000 บาท จากนั้นจะดำเนินคดีข้อหาทำให้เสียทรัพย์ และจะนำตัวไปฝากขังในตอนเช้า

ประมาณ 03.30 น. พนักงานสอบสวนบอกกับบุ๊คและเพื่อนอีกครั้งว่า ให้ชำระเงินค่าปรับจากนั้นจะปล่อยตัวกลับ บุ๊คจึงรีบจ่ายค่าปรับของทั้ง 6 คน รวมจำนวน 6,000 บาท ซึ่งขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนราษฎรประสงค์ เนื่องจากพวกเขามีเงินไม่พอจ่าย หลังพนักงานสอบสวนออกใบเสร็จค่าปรับ ทั้งหมดจึงได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับออกจาก สภ.เมืองนครราชสีมา ในเวลาประมาณ 04.30 น.

อ่านข่าวนี้ฉบับเต็มในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์