วิกฤต COVID-19 ซ้ำเติมปัญหาขาดแคลนครูในสหรัฐฯ

แม้โรงเรียนในสหรัฐฯ จะเผชิญปัญหาขาดแคลนครูและบุคลากรอื่นๆ มานานแล้ว แต่การมาของวิกฤต COVID-19 ได้ทำให้ปัญหานี้แย่ลงไปกว่าเดิม หลายที่เสนอเงินโบนัสให้เปล่าทันทีเมื่อรับครูคนใหม่เข้าทำงาน  


โรงเรียนในสหรัฐฯ เผชิญปัญหาขาดแคลนครูและบุคลากรอื่นๆ ท่ามกลางวิกฤต COVID-19 | ที่มาภาพประกอบ: National Education Association (NEA)

  • โรงเรียนในสหรัฐอเมริกามีปัญหาขาดแคลนครูมาหลายปีแล้ว และการมาของวิกฤต COVID-19 ได้ทำให้ปัญหานี้แย่ลงไปกว่าเดิม เพราะการระบาดใหญ่ได้เร่งไปสู่การเกษียณอายุและการลาออกของบุคลากรที่เพิ่มมากขึ้น
  • สมาคมการศึกษาแห่งชาติ (NEA) ได้สำรวจความคิดเห็นบุคลากรการศึกษา 2,690 คน พบ 23% ระบุว่าการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ทำให้พวกเขาต้องลาออกเร็วกว่าที่เคยคาดไว้ 
  • การศึกษาโดย Rand Corporation พบว่าครูมีความเครียดในระดับสูงและมีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้ามากกว่าผู้ประกอบชีพอื่นๆ ถึง 3 เท่า
  • หลายเขตการศึกษาเสนอเงินโบนัสให้เปล่าทันทีเมื่อรับครูคนใหม่เข้าทำงาน  
  • บางรัฐ มีการจัดโครงการสร้างครูในท้องถิ่น โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เพื่อพยายามแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรครูคุณภาพในระยะยาว

โรงเรียนในสหรัฐอเมริกามีปัญหาขาดแคลนครูมาหลายปีแล้ว และการมาของวิกฤต COVID-19 ได้ทำให้ปัญหานี้แย่ลงไปกว่าเดิม เพราะการระบาดใหญ่ได้เร่งไปสู่การเกษียณอายุและการลาออกของบุคลากรที่เพิ่มมากขึ้น

ในช่วงเดือน ก.ย. 2564 ก่อนการระบาดของ COVID-19 เชื้อกลายพันธุ์ Omicron โรงเรียนในสหรัฐฯ เริ่มเปิดรับนักเรียนกลับเข้าสู่ห้องเรียน แต่ต้องเผชิญกับปัญหาคู่ขนานไปด้วย นั่นคือการขาดแคลนบุคลากรในโรงเรียนทั้งครูและพนักงานในส่วนต่างๆ

สมาคมการศึกษาแห่งชาติ (National Education Association - NEA) ได้สำรวจความคิดเห็นบุคลากรการศึกษา 2,690 คน เมื่อเดือน มิ.ย. 2564 และพบว่าร้อยละ 23 ระบุว่าการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ทำให้พวกเขาต้องลาออกเร็วกว่าที่เคยคาดไว้ ส่วนการศึกษาโดย Rand Corporation พบว่าครูมีความเครียดในระดับสูงและมีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้ามากกว่าผู้ประกอบชีพอื่นๆ ถึง 3 เท่า

มีรายงานปัญหาการขาดแคลนครูในรัฐเทนเนสซี รัฐนิวเจอร์ซีย์ และเซาท์ดาโคตา ในเขตการศึกษาหนึ่ง เริ่มปีการศึกษาด้วยตำแหน่งครูที่ยังว่างอยู่ 120 ตำแหน่ง ส่วนที่รัฐเท็กซัสเขตการศึกษาในเมืองฮิวสตัน (Houston) และเวโก (Waco) รายงานงานว่ามีการเปิดรับสมัครครูหลายร้อยตำแหน่งเมื่อต้นปี 2564

ที่รัฐมิชิแกน โรงเรียนในชุมชนอีสต์พอยนต์ (Eastpointe) ได้เปลี่ยนให้เด็กนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นกลับไปเรียนออนไลน์เมื่อช่วงกลางเดือน ก.ย. 2564 เนื่องจากมีครูไม่พอ เขตการศึกษาเล็กๆ ทางเหนือของเมืองดีทรอยต์แห่งนี้เปิดรับครู 43 ตำแหน่ง โดยคิดเป็นอัตราส่วน 1 ใน 4 ของครูทั้งหมด เนื่องจากครูระดับมัธยมต้นหลายคนลาออกไปก่อนหน้านี้ ทางเขตการศึกษาจึงเริ่มชั้นเรียนออนไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ครูที่ไม่มีประสบการณ์มาสอนแทน 

เขตการศึกษามอรองโก (Morongo) ในรัฐแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ซึ่งมีนักเรียน 8,000 คน ที่ดูเหมือนจะสิ้นหวังกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ลงโฆษณางานในหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโซเชียลมีเดีย และโรงเรียนยังใส่ใบปลิวข้อความว่า "กำลังรับสมัครงาน" ลงในกล่องอาหารกลางวันของนักเรียน ซึ่งระบุตำแหน่งครูและพนักงานโรงเรียนที่เปิดรับสมัครอีกด้วย

ส่วนเขตการศึกษาเวสต์ คอนทรา คอสตา เคาท์ตี้ (West Contra Costa County) ในรัฐแคลิฟอร์เนียเช่นเดียวกัน กำลังพิจารณาจ้างครูวิชาคณิตศาสตร์จากนอกรัฐมาสอนทางออนไลน์ ในขณะที่ครูสำรองจะคอยดูแลนักเรียนในชั้นเรียน นี่เป็นการขาดแคลนแรงงานที่รุนแรงที่สุดที่เคยมีมาในเขตการศึกษานี้ มีถึง 50 ชั้นเรียนที่ไม่มีครูประจำ นอกจากนี้ยังมีการเปิดรับครูผู้ช่วยสอนภาษาอังกฤษและครูสอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษอีก 100 ตำแหน่ง เขตการศึกษานี้ยังขาดแคลนพนักงานทำความสะอาด พนักงานบริการด้านอาหาร และพนักงานด้านอื่นๆ อีกด้วย

ที่ลอสแอนเจลิส อันเป็นเขตที่ใหญ่ที่สุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีนักเรียน 600,000 คน ก็มีตำแหน่งงานครูว่างมากกว่า 500 ตำแหน่ง

แม้โรงเรียนพยายามหาบุคลากรมาทดแทน โฆษกของเขตการศึกษาแคลิฟอร์เนียตอนกลางที่มีนักเรียน 70,000 คน และพนักงาน 12,000 คน ระบุว่าว่ามีเพียง 1 ใน 4 ของบุคลากรที่มีคุณสมบัติที่เพียงพอเท่านั้น ที่เต็มใจทำงานทดแทนในพื้นที่ที่ขาดแคลน

ส่วนเขตการศึกษาเมาท์ เดียโบล (Mount Diablo) ใกล้เมืองซานฟรานซิสโก ที่มีนักเรียนในเขตการศึกษา 28,000 คน ต้องเพิ่มจำนวนนักเรียนในห้องเรียนถึง 32 คน ซึ่งเป็นจำนวนนักเรียนมากที่สุดที่ชั้นประถมจะสามารถมีได้ ในตอนแรกมีเด็กนักเรียนราว 150 คน ลงทะเบียนเรียนออนไลน์ แต่เนื่องจากผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มมากขึ้น จำนวนดังกล่าวจึงเพิ่มขึ้นเป็น 600 คน เมื่อถึงเวลาเปิดเทอม เช่นเดียวกับที่เฟรชโน (Fresno) ซึ่งจำนวนผู้ลงทะเบียนเรียนออนไลน์เพิ่มขึ้นจาก 450 คน เป็น 3,800 คน เมื่อถึงเวลาเปิดเทอม

ช่วงเดือน ต.ค. 2564 สื่อ Education Week ได้ทำการวิเคราะห์จากการสัมภาษณ์นักการศึกษา ผู้บริหาร และจากรายงานของสื่อท้องถิ่น โดยประเมินว่าสหรัฐฯ กำลังขาดแคลนครูทั่วประเทศ 3.2 ล้านคน รวมทั้งยังขาดแคลนเจ้าหน้าที่สนับสนุนที่เป็นบุคลากรในส่วนต่างๆ ของโรงเรียนอีกประมาณ 3 ล้านคน 

การสำรวจของ Education Week ระหว่างช่วงวันที่ 29 ก.ย.- 8 ต.ค. 2564 พบว่าหัวหน้าและผู้บริหารเขตการศึกษา ระบุว่าพวกเขาไม่เคยเห็นปัญหาที่ถาโถมเข้าใส่บุคลากรที่เลวร้ายกว่านี้มาก่อน ทั้งค่าจ้างที่ต่ำกว่ามาตรฐาน สภาพแวดล้อมการทำงานที่ยากลำบาก การระบาดใหญ่ของ COVID-19 ก็ได้สร้างความยุ่งยากเพิ่มมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นความกังวลด้านสุขภาพที่ และข้อพิพาททางการเมืองที่ถกเถียงกันโดยเฉพาะเรื่องการฉีดวัคซีน รวมทั้งปรากฎการณ์ 'การลาออกครั้งใหญ่' (Great Resignation) ที่ยิ่งทำให้ตลาดแรงงานในสหรัฐฯ เกิดปัญหาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ร้อยละ 40 ของหัวหน้าและผู้บริหารเขตการศึกษาที่ตอบแบบสอบถาม อธิบายว่าการขาดแคลนบุคลากรในปัจจุบันของพวกเขานั้นอยู่ในระดับ "รุนแรง" หรือ "รุนแรงมาก" ร้อยละ 37 ระบุว่าการขาดแคลนอยู่ในระดับ "ปานกลาง" และมีเพียง ร้อยละ 5 เท่านั้นที่ระบุว่าเขตของพวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องบุคลากร 

แม้หัวหน้าและผู้บริหารเขตการศึกษากำลังเร่งขึ้นค่าตอบแทนต่างๆ เพิ่มสวัสดิการ และพยายามรับสมัครบุคลากรอย่างเร่งด่วน แต่ในการแก้ปัญหาการขาดแคลนในระยะสั้น จากผลสำรวจพบว่าคือการขอให้ครูรับผิดชอบภาระหน้าที่เพิ่มเติมทดแทนการขาดแคลนไปก่อน เกือบ 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามซึ่งเป็นหัวหน้าและผู้บริหารเขตการศึกษาระบุว่าพวกเขาได้สั่งการเช่นนั้นต่อครูที่ยังเหลืออยู่ในรอบปี 2564 ที่ผ่านมา

แต่ก็มีครูหลายต่อหลายคนที่ยังไม่ยอมลาออกโดยยึดผลประโยชน์ของนักเรียนเป็นที่ตั้ง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ทำอะไรเพื่อเรียกร้องสิทธิให้ตนเอง ตัวอย่างเช่น ครู 4 คน ในรัฐแอละแบมา ได้ฟ้องเขตการศึกษาในช่วงฤดูร้อนนี้ ฐานเพิ่มความรับผิดชอบในปีการศึกษาที่แล้วโดยไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสม 

ในขณะเดียวกัน ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในโรงเรียนก็ไม่ได้มีเฉพาะตำแหน่งครูเท่านั้น การขาดแคลนพนักงานด้านโภชนาการของโรงเรียนรวมและภารโรง ส่งผลให้ผู้บริหารโรงเรียนต้องเข้ามาดูแลเรื่องอาหารเช้าและอาหารกลางวันที่วุ่นวายให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น ส่วนครูต้องทำความสะอาดห้องเรียนด้วยตนเอง แต่ก็ทำได้ไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์

การสำรวจของ Education Week ระบุว่ามากกว่า 2 ใน 3 ของหัวหน้าและผู้บริหารเขตการศึกษาระบุว่าพวกเขายังต้องหาหนทางที่จะจ้างคนขับรถโรงเรียนในจำนวนที่เพียงพอ, ร้อยละ 41 ขาดแคลนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำโรงเรียน และร้อยละ 42 ขาดแคลนพนักงานโรงอาหาร

ท้องถิ่นในสหรัฐฯ ขาดแคลน 'คนขับรถโรงเรียน'

การแก้ปัญหา


เขตการศึกษาหลายแห่งในสหรัฐฯ ถึงกับเสนอเงินโบนัสให้เปล่าทันทีเมื่อรับครูคนใหม่เข้าทำงาน | ที่มาภาพ: LA Johnson/NPR

ในช่วงเดือน ก.ย. 2564 ยังพบว่าในเขตการศึกษาอีกหลายแห่งในรัฐโอคลาโฮมา รัฐนอร์ทแคโรไลนา รัฐนิวเจอร์ซีย์ และที่อื่นๆ เสนอสิ่งจูงใจเป็นเงินสดสำหรับตำแหน่งครูคนใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงเรียนที่มีรายได้และผลการประเมินด้านคุณภาพการศึกษาต่ำ

ส่วนเขตการศึกษาเมาท์ เดียโบล ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ถึงกับเสนอเงินโบนัสให้เปล่าทันที 1,500-5,000 ดอลลาร์ฯ เมื่อรับครูคนใหม่เข้าทำงาน  

ในรายงานพิเศษของสื่อ PBS ที่นำเสนอเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย. 2564 ระบุว่าฝ่ายการศึกษาของรัฐมิสซูรีเปิดตัว TeachMO.org ซึ่งเป็นเครื่องมือจัดหางานใหม่ที่รัฐหวังว่าจะช่วยดึงดูดผู้สมัครครูให้มากขึ้น ในบางเขตที่ใช้ผู้บริหารในการสอนชั้นเรียน รัฐยังลงทุนมากกว่า 50 ล้านดอลลาร์ฯ เพื่อสรรหาและรักษาบุคลากรด้านการศึกษาในช่วง 3 ปีข้างหน้าเอาไว้

ส่วนรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐมิสซิสซิปปีได้จัดสรรทุนเกือบ 10 ล้านดอลลาร์ฯ ให้กับมหาวิทยาลัยรัฐ 5 แห่งภายใต้โครงการ “Mississippi Teacher Residency Program” หรือครูท้องถิ่นมิสซิสซิปปี ซึ่งถือเป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อพยายามแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรครูคุณภาพในระยะยาว หลังผลการสำรวจล่าสุดของกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 21 ส.ค.-11 ต.ค. 2564 ที่ผ่านมา พบว่าโรงเรียนรัฐในรัฐมิสซิสซิปปียังขาดครูมืออาชีพอยู่มากถึง 3,036 ตำแหน่ง

สำหรับการให้ทุนในครั้งนี้จะครอบคลุมตั้งแต่ค่าเล่าเรียน ค่าเทอม และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างเรียน และเป็นจำนวนทุนที่เพียงพอสำหรับนักเรียนครูที่สนใจมากถึง 240 คน โดยเบื้องต้นจะให้เป็นทุนการศึกษาสำหรับหลักสูตรครูในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ซึ่งงบที่จัดสรรมานี้ จัดสรรมาจากเงินเยียวยาชาวอเมริกันที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 (American Rescue Plan) ที่รัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เป็นผู้จัดสรรให้กับรัฐบาลท้องถิ่นทั่วประเทศ

สำหรับมหาวิทยาลัยทั้ง 5 แห่งที่ได้รับทุนสนับสนุนการศึกษาครูวิชาชีพครั้งนี้ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยรัฐเดลต้า (Delta State University) มหาวิทยาลัยรัฐแจ๊คสัน (Jackson State University) มหาวิทยาลัยรัฐมิสซิสซิปปี (Mississippi State University) มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นมิสซิสซิปปี (University of Southern Mississippi) และมหาวิทยาลัยวิลเลียมแครีย์ (William Carey University)

 

ที่มาข้อมูล
COVID-19 Creates Dire US Shortage of Teachers, School Staff (U.S. News, 22 September 2021)
How Staff Shortages Are Crushing Schools (Mark Lieberman, Education Week, 15 October 2021)
Schools across the country are struggling to find staff. Here’s why (Cresencio Rodriguez-Delgado, Frances Kai-Hwa Wang, Gabrielle Hays, and Roby Chavez, PBS, 23 November 2021)
รัฐบาลท้องถิ่นสหรัฐฯ จัดงบให้ทุนการศึกษาครู (นงลักษณ์ อัจนปัญญา, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา, 25 ธันวาคม 2564)

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์