สโมสร นศ.รัฐศาสตร์ ม.สงขลา แถลงไม่เห็นด้วย สน.ปทุมวัน ออกหมายเรียก 'ลูกสาวทะเลจะนะ'

สโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลาฯ วิทยาเขตปัตตานี แถลงไม่เห็นด้วยที่ สน.ปทุมวัน ออกหมายเรียก ‘ไครียะห์’ หรือลูกสาวทะเลจะนะ ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ชี้เป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ พยายามใช้กฎหมายปิดปากนักกิจกรรม 

ไครียะห์ ระหมันยะ นักกิจกรรมจาก อ.จะนะ จ.สงขลา

สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (4 ม.ค. 65) ไครียะห์ ระหมันยะ หรือลูกสาวทะเลจะนะ นักกิจกรรมกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น จาก อ.จะนะ จ.สงขลา โพสต์ข้อความ และภาพ ลงบนเฟซบุ๊ก ได้รับหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาจากทาง สน.ปทุมวัน

ในหมายดังกล่าวระบุว่า พ.ต.ท.นพดล สินสิริ ในฐานะผู้กล่าวหาไครียะห์ว่าได้กระทำความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยให้ไปพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 7 ม.ค. 2565 ที่ สน.ปทุมวัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สน.ปทุมวันออกหมายเรียก ‘ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ’ ข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

5 ม.ค. 65 สโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โพสต์ข้อความลงบนสื่อโซเชียลมีเดีย ‘เฟซบุ๊ก’ วันนี้ (5 ม.ค.) ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ออกหมายเรียก ไครียะห์ ระหมันยะ ว่าเป็นการกระทำที่ 'น่ารังเกียจ' สะท้อนการใช้กฎหมายปิดปากนักกิจกรรม นักเคลื่อนไหว และประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงผู้ที่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมเพื่อบ้านเกิดของตัวเอง

นอกจากนี้ ในแถลงการณ์ สโมสรนักศึกษาขอเป็นกำลังใจให้นักศึกษาทุกมหาวิทยาลัยที่กำลังต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และยืนหยัดในอุดมการณ์และสิทธิเสรีภาพแสดงความเห็น

ขอให้รัฐบาลดำเนินการตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับชาวจะนะในการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA กรณีประเด็นปัญหานิคมอุตสาหกรรมจะนะอย่างยุติธรรมพร้อมให้การเคารพชาวบ้านอย่างถึงที่สุด

ขอให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และบุคลากรคณาจารย์ภายในมหาวิทยาลัยฯ ร่วมกันแสดงจุดยืนยืนหยัดเคียงข้างนักศึกษาที่โดดกลั่นแกล้งโดยการใช้กฎหมายจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และขอให้ดูแล ช่วยเหลือนักศึกษาที่โดนหมายเรียกจนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรม

ขอเรียกร้องให้สังคมไทยร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาล กองทัพ และตำรวจ เคารพสิทธิ เสรีภาพของประชาชน โดยยุติการคุกคาม ข่มขู่ และกลั่นแกล้งด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ เมื่อปลายปี 2564 ไครียะห์ เคยเดินทางมาที่กรุงเทพฯ แต่เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 64 เพื่อติดตามกรณีที่รัฐบาลเคยทำข้อตกลงความเข้าใจร่วมกัน (MOU) กับกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น เมื่อ 14 ธ.ค. 2563 เพี่อแก้ไขปัญหาและชะลอการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะและทำประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) แต่ปรากฏว่าในช่วงปี 2564 กลับมีการดำเนินการโครงการต่อ

จากนั้น ในวันที่ 6 ธ.ค.2564 กลุ่มประชาชนจากจะนะ จ.สงขลาในนามกลุ่ม “จะนะรักษ์ถิ่น” ได้เดินทางมาที่กรุงเทพและชุมนุมกันที่บริเวณทำเนียบรัฐบาลด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใช้กำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนเข้าสลายการชุมนุมกลางดึกและจับกุมดำเนินคดีบุคคลไปรวม 37 คน แต่ทางผู้ชุมนุมยังคงกลับมารวมตัวกันอยู่ที่หน้าบริเวณอาคารองค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก อีกครั้งจนวันที่ 14 ธ.ค. 2564 และเดินขบวนไปที่ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งเพื่อยืนยันว่ารัฐบาลจะต้องมีมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนี้ โดยในบ่ายวันเดียวกัน ครม.จึงได้มีมติรับข้อเสนอจากทางกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น

รายละเอียดแถลงการณ์ 

เรื่อง สถานีตำรวจนครบาลปทุมวันออกหมายเรียกไครียะห์ ระหมันยะ (ลูกสาวแห่งท้องทะเลจะนะ) 

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2565 ตำรวจนครบาลฯ ได้ออกหมายเรียก นางสาวไครียะห์ ระหมันยะ ที่เดินทางขึ้นมากรุงเทพเพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลทำตามสัญญากรณีประเด็นปัญหานิคมอุตสาหกรรฃมจะนะเมื่อต้นเดือนดือนธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา

ซึ่งเป็นหมายเรียกผู้ต้องหาพิจารณาความอาญาด้วยเหตุกระทำความผิดฐาน "ร่วมกันฝ่าฝืนพระราชกำหนดฉุกเฉินฯและร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต" พร้อมนัดไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 7 มกราคม 2564 ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 

การออกหมายเรียก นางสาวไครียะห์ ระหมันยะ ลูกสาวแห่งท้องทะเลจะนะ ล้วนเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ซึ่งไม่เพียงสะท้อนให้เห็นการใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อกลั่นแกล้งหรือ SLAPP Law ของผู้เห็นต่างที่ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่บ้านเกิดในการทวงสิทธิในการกำหนดแนวทางอนาคตชุมชนของตนอย่างสร้างสรรค์ 

การแสดงออกมาเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากรัฐบาลนั้นล้วนเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนทุกฝ่ายพึงมี

ดังนั้น ในนามองค์กรนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ขอแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับการออกหมายเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้กระบวนการทางกฎหมายเพื่อกลั่นแกล้งนักศึกษา นักกิจกรรม นักเคลื่อนไหว และประชาชนทุกกลุ่มคนที่ออกมาแสดงออกในพื้นที่สาธารณะตามหลักการประชาธิปไตย มากกว่านั้น พวกเรายังขอยืนยันว่าการแสดงออกของนางสาว ไครียะห์ ระหมันยะ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิทยาการสื่อสาร สาขานวัตกรรมออกแบบสื่อ ล้วนเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานเพื่อทวงสิทธิในการกำหนดแนวทางอนาคตบ้านเกิดของตนได้อย่างสร้างสรรค์และเป็นธรรมจากรัฐบาลอย่างถึงที่สุด 

ในนามตัวแทนองค์กรนักศึกษาจึงมีข้อเรียกร้อง ดังนี้ 

1. ขอเป็นกำลังใจให้แก่นักศึกษาทุกมหาวิทยาลัยที่ร่วมต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และขอให้ยืนหยัดในอุดมการณ์และสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น 

2. ขอให้รัฐบาลดำเนินการตามคำมั่นสัยญาที่ให้ไว้กับชาวจะนะในการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA กรณีประเด็นปัญหานิคมอุตสาหกรรมจะนะอย่างยุติธรรมพร้อมให้การเคารพชาวบ้านอย่างถึงที่สุด 

3. ขอให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และบุคลากรคณาจารย์ภายในมหาวิทยาลัยฯ ร่วมกันแสดงจุดยืนยืนหยัดเคียงข้างนักศึกษาที่โดดกลั่นแกล้งโดยการใช้กฎหมายจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และขอให้ดูแล ช่วยเหลือนักศึกษาที่โดนหมายเรียกจนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรม

4. ขอเรียกร้องให้สังคมไทยร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาล กองทัพ และตำรวจ เคารพสิทธิ เสรีภาพของประชาชน โดยยุติการคุกคาม ข่มขู่ และกั่นแกล้งด้วยกฎหมาย

15.00 น. วันนี้ไครียะห์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าทางตำรวจดำเนินคดีจากเหตุการณ์ใด แต่ได้ส่งจดหมายถึงสน.ปทุมวันเพื่อเลื่อนนัดออกไปก่อนเป็นวันที่ 26 ม.ค.ที่จะถึงนี้ 

"ตกใจนิดหน่อยที่ออกมาพูดเรื่องสิ่งแวดล้อมและเป็นเรื่องของบ้านตัวเอง ทำไมหนูต้องโดนคดี เพราะว่าหนูพูดเรื่องราวเหล่านี้มาตั้งแต่เด็กๆ รู้สึกเสียใจกับระบบกฎหมายในประเทศไทยมาก ทำไมต้องมาใช้กับคนที่ตนไม่ชอบ" ไครียะห์กล่าวถึงความรู้สึกต่อการถูกดำเนินคดีครั้งแรกจากการออกมาเรียกร้องให้มีการยุติโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะครั้งนี้

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์