มาตรการล็อกดาวน์เข้มข้นนครซีอาน บทพิสูจน์ความเชื่อมั่นยุทธศาสตร์ปลอดโควิดของจีน

จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้ ‘ยาแรง’ ล็อกดาวน์แบบเข้มงวดเพื่อคุมโควิด-19 ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา แต่การใช้อย่างซ้ำซาก ‘เจ็บแต่ไม่จบ’ กำลังสร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนโดยเฉพาะชาวซีอานมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพวกเขาได้รับผลกระทบ เข้าไม่ถึงปัจจัย 4 และเริ่มตั้งคำถามว่ามาตรการนี้จะได้ผลจริงหรือไม่

ภาพพยาบาลกำลังตรวจวัดอุณหภูมิคนไข้ในมณฑลหูเป่ย ประเทศจีน (ภาพจาก wikicommon)

สำหรับประชาชนในนครซีอานทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนแล้ว การเปิดรับศักราชใหม่ในปี 2565 ช่างคล้ายกับเมื่อปี 2563 หรืออาจเรียกได้ว่า “แย่ยิ่งกว่า”

นครซีอานนับเป็นเมืองโบราณของจีนที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่คนทั่วโลกรู้จักคือรูปปั้นหุ่นทหารโบราณ (Terracotta Warriors) แต่ในช่วงเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา พวกเขาต้องเผชิญกับการระบาดในพื้นที่ครั้งใหม่ของ COVID-19 ในระดับใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ที่เกิดในเมืองอู่ฮั่นเมื่อราว 2 ปีก่อนหน้านี้ (พ.ศ. 2563) 

แม้ว่าสติถิผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในนครซีอาน จะมีจำนวนอย่างน้อย 1,600 คน ซึ่งดูไม่มากนักเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ในจีน นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังส่งผลให้ระบบสาธารณสุขจีนต้องเผชิญกับภาระงานจำนวนมากที่สุดในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2564 เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค. 63 

เหตุที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนในซีอานต้องถูกสั่งล็อกดาวน์ต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 12 วัน ทำให้เมืองท่องเที่ยวที่คนนิยม ต้องฉลองปีใหม่ท่ามกลางสภาพท้องถนนที่ถูกทิ้งร้าง ร้านรวงปิดกันระนาว ย่านที่พักอาศัยถูกกั้นไม่ให้คนภายนอกเข้า และสนามบินหลงเหลือแต่ความว่างเปล่า นับเป็นการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดที่สุดนับตั้งแต่โควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อปี 2563 โดยเมื่อปีนั้น มีการล็อกดาวน์ชาวอู่ฮั่น 11 ล้านคน ส่วนในซีอาน มีประชากร 13 ล้านคนที่ต้องถูกล็อกดาวน์ 

นอกจากนี้ การล็อกดาวน์ในนครซีอานยังเป็นการล็อกดาวน์ที่ก่อความโกลาหลมากที่สุดด้วย เนื่องจากทำให้ประชาชนขาดแคลนอาหารและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ รวมถึงกระทบต่อการเข้าถึงบริการทางการแพทย์

เรื่องนี้ทำให้คนส่วนใหญ่ในซีอานแสดงความโกรธแค้นและไม่พอใจต่อรัฐบาลท้องถิ่น ทำให้เกิดปัญหาท้าทายนโยบายขจัด COVID-19 ของจีน ซึ่งนโยบายนี้อาศัยการตรวจโรคประชาชนทีละมากๆ และมีการกักบริเวณควบคุมโรคเป็นเวลานาน รวมถึงมีการสั่งล็อกดาวน์แบบทันด่วนเพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีการแพร่ของไวรัสกลับมา

"การล็อกดาวน์ซ้ำซากไม่รู้จบ"

ตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา มาตรการเข้มงวดนี้ทำให้จีนไม่ต้องเผชิญกับการระบาดหนักในระดับที่แย่มาก และได้รับการสนับสนุนจากประชาชน แต่เมื่อการระบาดในระดับท้องถิ่นยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวซีอานเริ่มตั้งคำถามต่อมาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดว่าได้ผลจริงหรือไม่ และแสดงให้เห็นว่าการสนับสนุนจากประชาชนในเรื่องมาตรการนี้เริ่มน้อยลง เพราะประชาชนหลายล้านคนรู้สึกว่าพวกเขาเหมือนตกอยู่ในห้วงของการล็อกดาวน์ซ้ำซากไม่รู้จบ

ไม่เพียงเท่านั้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนก็เริ่มพูดกันในอินเทอร์เน็ตถึงเรื่องความเดือดร้อนที่พวกเขาประสบจากการล็อกดาวน์ และวิพากษ์วิจารณ์ความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลท้องถิ่นซีอาน พวกเขาพากันแห่วิจารณ์ถล่มการไลฟ์สดแถลงข่าวของรัฐบาลท้องถิ่นด้วย เรียกร้องให้รัฐบาลจัดหาของกินของใช้จำเป็นให้พวกเขา ทำให้รัฐบาลอับอายจนต้องปิดส่วนแสดงความคิดเห็น

หลังจากถูกเซ็นเซอร์ในไลฟ์สด ผู้คนก็ยังพากันไปวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ต่อในโซเชียลมีเดียจีน “Weibo” ด้วยแฮชแท็กว่า "การซื้อหาของกินของใช้จำเป็นในซีอานเป็นเรื่องยาก" มีผู้คนรับชมรวมกันแล้วมากกว่า 380 ล้านครั้ง

มีหลายคนที่แสดงความไม่พอใจในเรื่องที่พวกเขากักตุนอาหารไว้ล่วงหน้าไม่ทัน เพราะรัฐบาลอ้างว่ามีอาหารจำนวนมากพอทำให้พวกเขาไม่จำเป็นต้องรีบซื้อกักตุนไว้

ในการล็อกดาวน์ที่ซีอานนั้น ในช่วงไม่กี่วันแรกของการล็อกดาวน์ แต่ละครัวเรือนจะได้รับอนุญาตให้ส่งคนๆ หนึ่งเป็นตัวแทนออกไปซื้อหาสินค้าได้ทุกๆ 2 วัน แต่เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้ซีอานเพิ่มความเข้มงวดในการล็อกดาวน์มากขึ้น โดยกำหนดให้ทุกคนต้องอยู่ที่บ้านเว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านเพื่อไปรับการตรวจโรคหมู่ได้

หนึ่งในความคิดเห็นจาก Weibo ระบุว่า "ก่อนหน้านี้เราเคยคิดว่าการกว้านกักตุนของด้วยความแตกตื่นเป็นเรื่องงี่เง่า แต่ในตอนนี้เราก็รู้ว่าพวกเราต่างหากที่งี่เง่า"

หลังเผชิญกับคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง เจ้าหน้าที่ทางการซีอานให้สัญญาว่าจะทำการส่งสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นให้กับประชาชนผู้อยู่อาศัยในซีอาน สื่อรัฐบาลนำเสนอวิดีโอที่มีคนนำอาหารไปส่งตามที่อยู่อาศัย ขณะที่ความขาดแคลนจากการล็อกดาวน์จะผ่อนคลายลงบ้างในบางพื้นที่ แต่ก็ยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น การร้องเรียนว่าชุมชนของพวกเขาไม่ได้รับปัจจัยดำรงชีวิตที่รัฐบาลให้สัญญาไว้

ขณะเดียวกัน การล็อกดาวน์แบบเข้มงวดเกินไปทำให้บางชุมชนแสดงความโกรธหนักขึ้น มีวิดีโอที่แสดงให้เห็นชายคนหนึ่งถูกทุบตีโดยเจ้าหน้าที่ป้องกันการระบาดของ COVID-19 ที่ย่านที่พักอาศัยแห่งหนึ่ง หลังจากที่ชายคนนี้พยายามเข้าไปในย่านโดยมีถุงซาลาเปาในมือ แต่เขาก็ล้มลงทำให้ซาลาเปากระจายเกลื่อนพื้น วิดีโอนี้กลายเป็นไวรัลแพร่หลายไปทั่วทำให้ผู้คนแสดงความไม่พอใจจนตำรวจต้องออกแถลงการณ์ว่า คนที่ทำร้ายชายคนนี้จะถูกลงโทษด้วยการคุมขังเป็นเวลา 7 วัน และสั่งปรับเป็นเงิน 200 หยวน (ประมาณ 1,000 บาท)

อีกปัญหาหนึ่งที่ประชาชนต้องประสบ คือ สำหรับบางคนแล้ว การล็อกดาวน์ทำให้พวกเขาต้องจ่ายในราคาที่สูงเพื่อแลกกับความพยายามหนีออกจากเมืองแล้วล้มเหลว มีคนหนึ่งที่ลงทุนเดินขึ้นเขาเป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร (กม.) เพื่อพยายามหนีจากเมืองซีอาน พร้อมทั้งเลี่ยงไม่เดินทางผ่านจุดตรวจตามหมู่บ้านต่างๆ แต่เขาก็ถูกจับได้ในที่สุดและถูกกักบริเวณควบคุมโรคหลังจากเดินทางมาตลอด 8 วัน

มีอีกกรณีหนึ่งเป็นคนที่ปั่นจักรยานเป็นเวลา 10 ชั่วโมง ข้ามคืนท่ามกลางอากาศที่หนาวจัดเพราะต้องการกลับบ้านเกิดตัวเองหลังจากที่รู้ว่าซีอานจะถูกล็อกดาวน์ในวันพรุ่งนี้ แต่เขาก็ถูกจับกุมโดยตำรวจ ถูกสั่งปรับ 200 หยวน (ราว 1,000 บาท) และถูกกักบริเวณเพื่อควบคุมโรค

ถึงแม้จะเผชิญปัญหาความยากลำบาก แต่เจ้าหน้าที่ทางการซีอานก็ยังยืนยันจะใช้วิธีการควบคุมโรคแบบเดิมต่อไป เพื่อให้ป้องกันการระบาดได้ "ร้อยเปอร์เซ็นต์" นอกจากนี้ รัฐบาลของมณฑลซานซี ซึ่งมีนครซีอาน เป็นเมืองหลวงของมณฑล มีการไล่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหลายตำแหน่ง ที่ประสบความล้มเหลวในการควบคุมโรคโควิด-19 ในท้องที่ของตนเอง 

อย่างไรก็ตาม ผลจากการล็อกดาวน์อย่างเข้มข้นเริ่มเห็นผล เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในนครซีอาน ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 7 วัน เหลือจำนวน 122 ราย และวันที่ 3 ม.ค. ตัวเลขผูติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันลดลงเหลือ 90 รายเท่านั้น

หากผู้ติดเชื้อยังคงมีแนวโน้มลดลงต่อไป นครซีอานอาจประสบความสำเร็จในการคุมโรคระบาดอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่านี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของการแพร่ระบาดโรคโคโรนาไวรัส 2019 และการใช้มาตรการเข้มงวดซ้ำๆ จะส่งผลต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนและเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างมาก

ตอนนี้ ดูเหมือนว่ารัฐบาลปักกิ่งมุ่งมั่นที่จะทำให้เป้าหมายปลอดผู้ติดเชื้อโควิด–19 ภายในประเทศสำเร็จ แม้ว่าจะต้องแลกกับขีดจำกัดความอดทนของสาธารณชนก็ตาม 

 

เรียบเรียงจาก

Outcry over Xi'an lockdown tests limits of China's zero-Covid policy, CNN, 04-01-2022

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์