เจาะวิสัยทัศน์แคนดิเดต ส.ส. สงขลา เขต 6 ชี้ เน้นมีส่วนร่วมทางการเมือง-ยกระดับเศรษฐกิจชายแดน

เสวนาออนไลน์เจาะวิสัยทัศน์แคนดิเดต ส.ส สงขลา เขต 6 ธิวัชร์ ดำแก้ว ผู้สมัครพรรคก้าวไกล ชี้ การมีส่วนนร่วมทางการเมืองจะไม่ใช่เพียงแค่การเลือกตั้งและประชาชนต้องมีสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเอง ด้านภัทรวดี ศรีศักดา ผู้สมัครพรรคพลังสังคมชี้หวังสร้างสังคมที่เป็นธรรมลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนและคนรวย ส่วน พงศธร สุวรรณรักษา ผู้สมัครพรรคกล้า ชี้ เมืองสะเดานั้นมีประสิทธิภาพเพียงแต่มีข้อจำกัดด้านกฎหมายที่ต้องแก้ไขหวังสร้างสะเดาให้เป็นเมืองเอนเตอร์เทนเมนต์ (Entertainment) เพื่อยกระดับเศรษฐกิจสงขลา 

14 ม.ค. 2565 เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา2565 เครือข่าย We Watch ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดงานเสวนาออนไลน์ “เจาะวิสัยทัศน์แคนดิเดต ส.ส สงขลา เขต 6” จัดโดยเครือข่าย We Watch ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ พงศธร สุวรรณรักษา ผู้สมัครจากพรรคกล้า และธิวัชร์ ดำแก้ว ผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล และภัทรวดี ศรีศักดา ผู้สมัครจากพรรคพลังสังคม ดำเนินรายการโดย บิลาล หนูชูสุข นักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รับชมคลิปเสวนาที่ https://fb.watch/avOzwSHdeO/)

หวังสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างไร 

ธิวัชร์ ดำแก้ว จากพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตนเชื่อว่ากระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมืองนั้นคือต้องให้ประชาชนสามารถที่จะกำหนดอนาคตตนเอง ตนชี้การที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมทางการเมืองนั้นไม่ใช่เพียงแค่การเข้าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งแต่รวมถึงเรื่องการจัดการ ซึ่งตนกล่าวว่าแน่นอน ทั้งเรื่องขยะ มลภาวะ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และเรื่องอื่นๆ ทุกอย่างรอบตัวเรา หากเรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและอนาคตของตนเอง นั่้นแหละคือการเมือง ส่วนการมีส่วนร่วมทางการเมืองนั้น ตนธิวัชร์ตนเชื่อว่าไม่ใช่เป็นเพียงแค่การเลือกผู้แทนแล้วให้ผู้แทนไปบริหารจัดการโดยที่ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่เป็นการที่ประชาชนนั้นเองที่สามารถที่จะกำหนดอนาคตตนเองได้ด้วยตนเอง ผู้แทนเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่อำนาจจริงๆ นั้นอยู่ที่ประชาชนในฐานะพลเมืองของรัฐ 

พงศธร สุวรรณรักษา จากพรรคกล้า กล่าวว่า เรื่องปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็้นเรื่องขยะ เสาไฟฟ้า ถนนหนทาง ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นเรื่องของการเมือง และตนนั้นเป็นเพียงแค่ทนายความและเป็นคนธรรมดาสามัญทั่วไปจึงกล่าวได้ว่าการเมืองนั้นเป็นเรื่องทุกคน ไม่ใช่เป็นของเหล่านายทุนหรือผู้มีอิทธิพล พร้อมตนกล่าวย้ำว่าด้วยความที่เป็นนักกฎหมาย เมื่อประชาชนเดือดร้อนด้านใดก็พร้อมรับฟังและให้ความช่วยเหลือในทันที

ด้าน ภัทรวดี จากพรรคพลังสังคมศรีศักดา กล่าวว่า ตนเข้าสู่๋สนามการเมืองเพื่อเพือช่วยเหลือความเดือดร้อนของประชาชน โดยมีสโลแกนว่า ‘ใจแลกใจ พร้อมรับฟังข้อร้องเรียนความเดือดร้อนของประชาชน’ พร้อมกล่าวย้ำว่าตนนั้นไม่กลัวอิทธิพลเพราะร่างกายทุกส่วนมอบให้ประชาชนหมดแล้ว 

ธิวัชร์ ตั้งแผนบันได 5 ขั้น หวังยกระดับเศรษฐกิจชายแดนผ่านการกำหนดอนาคตตนเอง

ธิวัชร์ กล่าวว่า ขั้นแรก คนในชุมชนต้องมีภาพฝันร่วมกัน ตรงกันและกำหนดอนาคตตนเองก่อน ซึ่งภาพนั้นต้องเป็นภาพเดียวกัน จินตนาการและเห็นถึงสิ่งที่เราจะสร้างร่วมกัน หมายความว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะไม่รบกวนซึ่งกันและกัน เช่น คนที่ทำธุกิจขนส่งก็จะไม่ไปรบกวนโซนที่อยู่อาศัย หรือคนที่ทำอุตสาหกรรมก็จะไม่ไปรบกวนสิ่งแวดล้อม หากมองเห็นร่วมกันแบบนี้ ก็จะทำให้ภาพของการพัฒนาเป็นไปอย่างชัดเจน ต่อมาขั้นที่สอง คือ มีการวางแผนร่วมกัน หรือที่เรียกกันว่าจัดโซนนิ่ง หรือจัดผังเมือง ซึ่งต้องย้อนจะเป็นอย่างไร ก็จะกลับไปเรื่องการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ที่จริงแล้วๆ กฎหมายผังเมืองของประเทศไทยเราดีมาก แต่มันสามารถถูกบิดง่ายเพราะจากอำนาจรัฐ เช่น ที่ผ่านมาก็อย่างเช่นคำสั่งของ คสช. ที่ 4/2559 ที่ทำให้เกิดบ่อขยะใน อ.อำเภอคลองหอยโข่ง ซึ่งคำสั่งดังกล่าวทำให้มาตรฐานของกฎหมายถูกทำให้มาตรฐานมันหมดไป และสิ่งนี้ถึงสร้างขึ้นมาได้ในช่วงรัฐประหาร

ต่อมาเป็นขั้นที่สามซึ่งเป็นเรื่องของการจัดวางตำแหน่งว่า เราอยู่ตรงไหนใน Global Vvalue Cchain หรือ ห่วงโซ่อุปทานของโลก เช่น ในพื้นที่เราปลูกยางพารา แล้วเราอยู่ตรงไหน เราเป็นเพียงผู้ผลิตถุงมือยาง หรือเราทำยางขั้นปลายแล้ว หรือในขณะนั้นๆ เทรนด์ของโลกด้านนี้อยู่ตรงไหน เราต้องวางตำแหน่งแห่งที่ของตนเองกับทรัพยากรที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก ขั้นที่สี่ การวางโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคม  ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศเราเรามีการวางโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมผิดพลาด เพราะการด้วยการวางนโยบายจากรัฐส่วนกลาง กระทรวงคมนาคมอยากได้แบบนี้ กรมสรรพากรอยากได้แบบนี้ สุดท้ายก็ไม่สามารถวางโครงสร้างได้เหมาะกับพื้นที่ และขั้นที่ห้า ด้วยความที่เรามีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านเรามีน้อยมาก และด้วยความที่ศักดิ์ศรีทางการเมืองของประเทศเรามีน้อย รวมไปจนถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำและรัฐมนตรีต่างประเทศ ที่ไม่สามารถที่จะไม่อาจทำให้ประเทศเพื่อนบ้านยอมรับได้ หรือไม่มีน้ำหนักพอในการเจรจา หรือไม่มีความประณีตในศิลปะการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในส่วนนี้ ตนอันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการเปิดเศรษฐกิจชายแดน นั่นคือต้องมีโดยผู้บริหารที่มีศักยภาพ

ไม่ฝากไข่ไว้ในตระกร้าใบเดียว ต้องกระจายอัตราส่วนภาคเศรษฐกิจที่หลากหลาย 

ธิวัชร์ กล่าวด้วยว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ของเราเหมือนถูกแช่แข็งมานาน หรืออาจเปรียบกับคนที่กำลังจะจมน้ำ เมื่อคว้าอะไรได้ก็จะคว้า ซึ่งแบบนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ดีในการพัฒนาเศรษฐกิจ ตนคิดว่าการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ หลักแรกต้องคิดว่า ที่ผ่านมาเราพึ่งพิงกับขาใดขาหนึ่งอยู่หรือไม่ เช่น ภาคการเกษตร เช่นหรือภาคการท่องเที่ยว อย่าง จังหวัดอย่าง จ.ภูเก็ต กระบี่ หรือหาดใหญ่ที่พึ่งพิงกับภาคการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เมื่อเกิดโควิดขึ้นมาเราก็จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจมันล้มไปเลย ทำให้เม็ดเงินไม่หมุนเวียน เพราะฉะนั้น วิสัยทัศน์ของตน ก็คือ การไม่ฝากไข่ไว้ในตระกร้าใบเดียว เราควรกระจายอัตราส่วนของภาคเศรษฐกิจที่หลากหลายมากขึ้น และ 

มาตรฐานทางสิ่งแวดล้อมดีเราก็จะมีมาตรฐานทางการท่องเที่ยวที่ดี

“หลักต่อมาคือต้องไม่ทำกิจกรรมที่ฝืนศักยภาพของพื้นที่ อย่างเช่น การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ จ.จังหวัดกระบี่ ทั้งๆ ที่ในพื้นที่นี้มีมูลค่าการท่องเที่ยวกว่า 200,000 ล้านบาท สุดท้ายมันก็จะวนไปที่มาตรฐานของสิ่งแวดล้อม หากเรามีมาตรฐานทางสิ่งแวดล้อมดีเราก็จะมีมาตรฐานทางการท่องเที่ยวที่ดี และสุดท้ายเราต้องมองว่าทั้งภาคใต้ว่าอยู่ตรงไหนในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก แล้วก็ต้องเอาความเข้มแข็งของศักยภาพตรงนั้น ไปเกาะแล้ววางไว้บนการค้าโลก" ธิวัชร์ กล่าว

ภัทรวดี ย้ำต้องสื่อสารให้คนนอกรับรู้ว่าสงขลาก็มีดีเพื่อยกระดับเศรษฐกิจ 

ภัทรวดี ให้ความเห็นว่า เกษตรต้องก้าวหน้าการค้าชายแดนต้องเชื่อมโยงและพร้อมที่จะเข้าสู่สังคมอาเซียนและต้องเน้นพัฒนาด้านการเกษตร การผลิต การแปรรูป และส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เราต้องบริหารและจัดการทางด้านด่านหรือเศรษฐกิจใน จ.สงขลาสงขาล เช่น อ.หาดใหญ่ หรือตลาดกิมหยง เพื่อให้มันดึงดูดชาวต่างชาติ เมื่อเปิดเมืองขึ้นมาจะได้ และส่งเสริมพัฒนาทางด้านการท่องเที่ยว

“สงขลามีสถานที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ที่สามารถจะสร้างรายได้แก่ประชาชนได้ แต่ขาดการประชาสัมพันธ์หรือการสื่อสารที่สามารถเผยแพร่เพื่อให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาตินั้นทราบและรู้เห็นว่าสงขลาเขต 6 ของเราก็มีดี ทั้งทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ป่าเขานั้นน่าอยู่ไปหมด ถ้าเราประชาสัมพันธ์ให้เศรษฐกิจเจริญก้าวหน้าขึ้นก็จะสามารถทำให้สงขลาดีขึ้นได้” ภัทรวดี กล่าว 

พงศธร ชี้ต้องปรับข้อกฎหมายเพื่อเปลี่ยนสะเดาให้เป็นเมือง แห่งความบันเทิง 

พงศธร ให้ความเห็นต่อประเด็นเดียวกันนี้ว่า เมื่อพูดถึงเศรษฐกิจชายแดนนั้น เราต้องพูดถึง อ.อำเภอสะเดา ก่อนเป็นอันดับแรก และตนได้กล่าวว่าสิ่งที่ตนอยากจะทำนั้นก็คือการสนับสนุนผู้ประกอบการให้ในการแก้ไขกฎระเบียบและข้อกฎหมาย ซึ่งตามนโยบายของพรรคกล้านั้นก็มีอยู่แล้ว ว่าด้วยเรื่องของการที่ยกระดับ อ.สะเดานั้นให้เทียบเท่าเมืองพัทยา หรือเมืองที่ได้รับสิทธิ์ในการจัดการตนเองอยู่แล้ว ซึ่งตนชี้ให้เห็นว่าถ้าเราทำให้พื้นที่ อ.สะเดา กลายนั้นเป็นเมืองที่สามารถให้ความบันเทิง (Etertainment) ได้ ก็จะสามารถยกระดับหรือพัฒนาเมืองสงขลาได้ดียิ่งขึ้น พรรคกล้าเราจะเป็นคนที่สนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการ ซึ่งสิ่งที่ผู้ปกระกอบการวางแบบแผนในการที่จะพัฒนาพื้นที่ อ.สะเดาอย่างไรนั้น พรรคกล้าเราจะเป็นเพียงแค่คนที่มาดำเนินการให้มันสำเร็จ ผ่านการวางโครงหรือแผนของผู้ประกอบการที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 

ธิวัชร์ ชี้ ส.ส แจกเงินแก้ปัญหาเป็นวงจรอุบาตและบ่อนเซาะถึงรากฐานประชาธิปไตย

ในช่วงท้ายของการเสวนา ธิวัชร์ กล่าวว่า การที่สังคมยังคงมีชุดความคิดที่คิดว่าการที่จะเป็นนักการเมืองหรือผู้สมัคร ส.ส นั้นจำเป็นต้องมีเงิน ต้องรวย ต้องมีฐานะที่ดี เพื่อที่จะได้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้เมื่อประชาชนทุกข์ยากลำบาก ซึ่งตนชี้ว่าการช่วยเหลือประชาชนในแบบนั้นมันไม่ใช่หน้าที่ของ ส.ส การแจกเงินเพื่อช่วยเหลือประชาชนแบบนั้นมันจะสร้างให้กลายเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองที่เป็นการอุปถัมภ์และจะนำไปสู่การเกิดวงจรอุบาตและบ่อนเซาะถึงรากฐานของความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งตนคิดว่าจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบและแก้ไข

มูฮัมหมัดอานัส หลงเดวา ชั้นปีที่ 4 คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.อ. ปัตตานี ปัจจุบันเป็นนักศึกษาฝึกงานที่กองบรรณาธิการประชาไท

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์