'มึนอ-สุรัช' ตามความคืบหน้าจาก DSI-อสส. คดีการหายตัวไปของบิลลี่ กับคดีถูกตำรวจซ้อมทรมาน

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม สรุปประเด็น หลัง 'มึนอ-สุรัช' เข้าติดตามความคืบหน้าจาก DSI-อสส. คดีการหายตัวไปของ บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ และคดีสุรัช เผือกพันธ์ด่อน ถูก จนท.ตำรวจซ้อมทรมาน

 

21 ม.ค.2565 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม แจ้งข่าว "สรุปประเด็น หลัง “มึนอ-สุรัช” เข้าติดตามความคืบหน้าจาก DSI-อสส. คดีการหายตัวไปของ บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ และคดีสุรัช เผือกพันธ์ด่อน ถูกจนท.ตำรวจซ้อมทรมาน" ต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา มึนอ หรือ พิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของ บิลลี่- พอละจี รักจงเจริญ ได้เข้าติดตามความคืบคดีต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) กรณีจากเหตุการหายตัวไปของ บิลลี่ นักต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกินของชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา รวมถึงได้ขอบคุณ DSI ที่ช่วยดำเนินการในกรณีดังกล่าว ขณะที่ สุรัช เผือกพันธ์ด่อน เข้ายื่นหนังสือต่อ อสส. ขอให้เร่งรัดดำเนินการทางคดีต่อผู้กระทำผิด กรณีที่ตนถูกกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมทรมานให้รับสารภาพ เมื่อปี 2562

รายงานระบุว่า เวลา 09.30 น. มึนอ พร้อมด้วย สุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เข้าพบ ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เพื่อสอบถามความคืบหน้า และแสดงความขอบคุณ ภายหลัง DSI สืบสวนสอบสวนคดีของ บิลลี่ จนเสร็จสิ้น โดยไตรยฤทธิ์และพ.ต.ต.วรณันได้แถลงเกี่ยวกับคดีของบิลลี่ ดังนี้

  1. DSI ได้รับคำสั่งจากอัยการในช่วงเดือนกันยายน 2564 ให้สอบพยานเพิ่ม 7 ปาก และสืบสวนเพิ่มเติมใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1) พยานเทคนิคที่รวบรวมพยานหลักฐาน 2) ตรวจสอบวัตถุพยานเพิ่มเติม เครือญาติผู้สูญหาย และ เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์หลักฐาน
  2. ปัจจุบัน DSI สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว และได้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดแล้วในเช้าวันนี้ (18 ม.ค. 2565)
  3. DSI ยืนยันว่า การคุ้มครองพยานของมึนอยังคงมีผลอยู่ต่อไป

ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่า ในตอนนี้ อสส. มีหน้าที่พิจารณาสั่งฟ้องผู้กระทำผิดในข้อหาฆาตกรรม โดยได้พูดถึงประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

  1. มึนอได้ยื่นหนังสือถึง อสส. เพื่อขอให้เร่งรัดสั่งฟ้องคดีของบิลลี่โดยเร็ว
  2. ข้อสังเกตต่อคดีของบิลลี่คือ แม้เจ้าหน้าที่จะอ้างว่าปล่อยตัวบิลลี่แล้วในวันเกิดเหตุ แต่มีพยานยืนยันชัดเจนว่า บิลลี่ไม่ได้รับการปล่อยตัวจนกระทั่งหายตัวไป และมีการบอกว่าการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เชื่อถือไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้
  3. ฝากอธิบดี DSI ให้ติดตามความคืบหน้าการสอบสวนในอีกสองคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของ DSIขณะนี้ คือ คดีพลทหารประจักษ์ แก้วคงธรรม ที่ถูกซ้อมทรมานในค่ายทหารเมื่อปี 2562 และคดีของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ถูกบังคับสูญหายในประเทศกัมพูชาในปี 2563
  4. ฝากติดตามและสนับสนุนการออก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ที่ DSI จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในอนาคต

จากนั้น เวลา 10.30 น. มึนอ และ สุรัช เผือกพันธ์ด่อน ประชาชนจาก อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ที่ถูกกลุ่มตำรวจซ้อมทรมานให้รับสารภาพเมื่อปี 2562 พร้อมด้วย กัมพล เสือดาว ลุงของสุรัช เข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานอัยการสูงสุด หรือ อสส.  เพื่อขอให้เร่งสั่งฟ้องและดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดในทั้งสองคดีให้ถึงที่สุด โดย ประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกอัยการสูงสุด เป็นผู้รับหนังสือและแถลงถึงความคืบหน้าในทั้งสองคดี ดังนี้

  1. คดีการหายตัวไปของบิลลี่ ทางอสส. ได้รับสำนวนจากดีเอสไอแล้วเมื่อเช้าวันนี้ (18 ม.ค. 2565) และจะพิจารณาต่อไปตามกระบวนการ แต่ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่า จะมีความคืบหน้าเมื่อใด หรือจะมีการสั่งฟ้องผู้กระทำผิดในข้อหาฆาตกรรมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จะมีการสั่งฟ้องมาตรา 157 (เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) ในคดีนี้อย่างแน่นอน
  2. คดีการถูกซ้อมทรมานของ สุรัช นั้น อสส. ทราบเรื่องแล้ว ปัจจุบันคดีอยู่ที่สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 และอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ

รายงานจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ระบุด้วยวา มึนอ กล่าวกับ ประยุทธว่า อยากขอให้อัยการสั่งฟ้องโดยเร็ว เพราะตนและครอบครัวรอความยุติธรรมมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ขณะที่กัมพล กล่าวว่า อยากให้ อสส. ช่วยเร่งรัดให้เกิดความคืบหน้าในคดีของหลานโดยเร็ว เนื่องจากเหตุเกิดตั้งแต่ปี 2562 และในปัจจุบันสุรัชและครอบครัวยังคงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีภาระค่ารักษานายสุรัชที่ยังคงต้องพบแพทย์อยู่เป็นระยะและไม่สามารถกลับมาทำงานหารายได้ดังเดิม

ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่า ตนหวังว่าคดีของบิลลี่จะมีการดำเนินการได้เร็วกว่าปกติ เนื่องจากเป็นคดีที่เข้ากระบวนการมาเป็นเวลานานแล้ว ส่วนในคดีของสุรัช ที่ผ่านมาเกิดความล่าช้ามาโดยตลอด ตอนนี้สำนวนอยู่ที่อัยการได้มากกว่า 1 ปีแล้วแต่ก็ยังไม่มีการสั่งฟ้อง จึงอยากฝากให้ อสส. ดำเนินการโดยเร็ว เนื่องจากความล่าช้าก็คือความไม่เป็นธรรมอย่างหนึ่ง

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : 

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์