‘วิษณุ’ ชี้จำเป็นต้องยื่นศาล รธน.ชี้ขาด ‘ประยุทธ์’ อยู่ 8 ปีแต่ยังไม่ถึงเวลา

"วิษณุ" ชี้ประยุทธ์ดำรงตำแหน่ง 8 ปีเป็นเรื่องต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ยังไม่ถึงเวลาต้องรอเวลาที่เหมาะสมตอนนี้ยังเหลือเวลาอีก 7 เดือน ถามศาลไปตอนนี้คงไม่ตอบ

25 ม.ค.2565 Voice TV รายงานว่า วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครบวาระ 8 ปี ว่า นายกรัฐมนตรียังอีกนานเหลือเวลาอีก 7 เดือนและไม่ต้องเป็นห่วง เพราะหากถามศาลรัฐธรรมนูญไปตอนนี้เขาก็คงไม่ตอบ ส่วนจะถามได้เมื่อใดนั้นตนมองว่าจะมีเวลาที่เหมาะสมและถูกเวลา ซึ่งใกล้แล้วและจำเป็นที่ต้องมีการพิจารณาในประเด็นนี้ แต่ไม่ใช่ว่าพอมีเรื่องแล้วถามไปก็เกรงว่าจะไม่ทัน

รองนายกฯ ยังกล่าวถึงกรณีที่เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ส.พลังประชารัฐที่เพิ่งลาออกไปจะทำการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติพล.อ.ประยุทธ์เรื่องดังกล่าวด้วยว่า เรืองไกรจะตรวจสอบด้วยวิธีใดเป็นเรื่องของเขา แต่จะหากจะยื่นถามศาลรัฐธรรมนูญขณะก็ยังไม่มีเรื่องและเหลืออีก 7 เดือน การจะร้องก็ต้องร้องช่วงเดือนสิงหาคมก่อนครบวาระ 1-2 เดือน ส่วนเรืองไกรจะไปยื่นที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่เขาก็ไม่ทราบอาจจะไปยื่นช่องทางอื่นก็ได้แต่อาจจะไมได้รับความเชื่อถือเท่ากับไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาด

ส่วนเรื่องที่เรืองไกรลาออกจากพลังประชารัฐด้วยเหตุที่อ้างว่าถูกขัดขวางไม่ให้ตรวจสอบนายกรัฐมนตรีนั้น วิษณุระบุว่าไม่รู้เรื่องนี้

ประเด็นเรื่องการตรวจสอบวาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นประเด็นขึ้นหลังจากเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ส.พลังประชารัฐลาออกจากพรรคแล้วให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าเหตุที่ตนลาออกเนื่องจากต้องการมีอิสระในการตรวจสอบนายกรัฐมนตรีเรื่องวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปี เพราะก่อนหน้านี้เคยแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้แต่พรรคขวางไว้และให้รอดูสถานการณ์ก่อนตนรู้สึกไม่เป็นอิสระจึงขอลาออก

พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับการแต่งตั้งโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาตให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ 27 ส.ค.2557 ไปพร้อมกับสถานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. ภายหลังจากที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 และดำรงตำแหน่งอยู่จนถึง 16 ก.ค.2562 และรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งลงมติเลือกพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยและดำรงตำแหน่งอยู่จนถึงปัจจุบันและจะครบ 8 ปีในเดือนสิงหาคมปี 2565 นี้

ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ กำหนดว่า "นายกรัฐมนตรีจะดํารงตําแหน่งรวมกันแล้วเกินแปดปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดํารงตําแหน่งติดต่อกันหรือไม่” แต่ไม่ได้ระบุว่าระยะเวลา 8 ปีที่ระบุไว้ให้เริ่มนับเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่หรือให้เริ่มนับตั้งแต่เมื่อใด 

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2564 มีรายงานข่าวว่าฝ่ายกฎหมายของสภาได้พิจารณาและส่งความเห็นให้ประธานสภาและเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า มีความเห็นต่อการนับระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ว่า ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.2562 ที่เป็นวันโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นต้นไป 

ฝ่ายกฎหมายสภาระบุเหตุผลว่าเป็นเพราะการกำหนดเงื่อนไขให้นายกฯ ดำรงตำแหน่งรวมแล้วเกิน 8 ปีไม่ได้นั้น เป็นเงื่อนไขการจำกัดสิทธิบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นการบัญญัติกฎหมายในทางเป็นโทษ จะนำมาบังคับใช้ย้อนหลังในทางที่เป็นโทษไม่ได้ การกำหนดเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญให้ผลย้อนหลังใช้บังคับกับการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนวันที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ ย่อมขัดหลักกฎหมาย

ส่วนประเด็นรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 264 ที่แม้จะกำหนดให้ ครม.ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็น ครม.ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้นั้น การปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามมาตรา 264 เป็นการปฏิบัติหน้าที่แทน ครม. ตามบทหลักของรัฐธรรมนูญปี 2560 เพียงชั่วเวลาหนึ่ง และต้องพ้นจากหน้าที่ภายหลังจากที่ ครม.ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 เข้าปฏิบัติหน้าที่ หากรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ให้นับระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ก่อนหน้านี้ จะต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนว่า ให้นับระยะเวลาดังกล่าวรวมเป็นระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วย

ดังนั้น ระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ตามมาตรา 264 นับตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560 ที่รัฐธรรมนูญปี 2560 บังคับใช้จนถึงวันที่ 9 มิ.ย. 2562 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงไม่ถือเป็นการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 158 และถ้าหากนับตามความเห็นของฝ่ายกฎหมายของสภานี้พล.อ.ประยุทธ์จะสามารถดำรงตำแหน่งได้อีกสมัยจนถึงปี 2570 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์