'จะนะรักษ์ถิ่น' รายงานตัวตามนัด สน.ดุสิต หลัง ตร. แจ้งกลางดึกขอเลื่อนนัดหวั่นคนมาให้กำลังใจหน้า สน.

'ไครียะห์' และประชาชนจากเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเดินทางเข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต เหตุ #ม็อบ6ธันวา64 ชุมนุมหน้าทำเนียบเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2564 ซึ่งในคืนวันดังกล่าวกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นถูกตำรวจ คฝ. บุกเข้าสลายการชุมนุม สำหรับการรายงานตัววันนี้ มีกลุ่ม P-Move ร่วมเดินทางมาให้กำลังใจ จัดกิจกรรมย่างกุ้งหน้า สน.ดุสิต และอ่านแถลงการณ์สนับสนุนเครือข่ายฯ #Saveจะนะ

26 ม.ค. 2565 เว็บไซต์ Mobdata Thailand รายงานว่าวันนี้ (26 ม.ค. 2565) เวลา 12.10 น. เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เตรียมตัวเดินทางไปที่ สน.ดุสิต เพื่อรายงานตัวในคดีชุมนุม #ม็อบ6ธันวา64 ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2564 หลังเสร็จสิ้นการชุมนุมหน้า สน.ปทุมวัน เพื่อให้กำลังใจผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการร่วมกิจกรรม #ม็อบ10ธันวา64 ราษฎร์ธรรมนูญ ตำรวจได้เข้ามาเจรจากับตัวแทนเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นและผู้เข้าร่วมชุมนุม โดยขอให้คนขับรถบัสขับตามเส้นทางที่ตำรวจนำ คือ มุ่งหน้าใช้เส้นทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิผ่านแยกตึกชัย มาทางแยกโรงกรองน้ำเข้ามาที่ สน.ดุสิต

เวลา 12.40 น. เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเดินทางถึง สน.ดุสิต โดยตำรวจปิดทางเข้า สน. ทั้งหมด ระหว่างนี้ประชาชนจากเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นนั่งพักคอย จากนั้นเวลาประมาณ 13.00 น. ผู้ชุมนุมขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมหรือ P-Move จึงเดินทางมาสมทบให้กำลังใจ

เวลา 13.36 น. ประชาชนจากเครือข่ายจะนะรักษ์ทุกคนที่ได้รับหมายเรียก พร้อมด้วยผู้มาให้กำลังใจตั้งขบวนที่หน้าสน.ดุสิต หลังจากนั้น ตัวแทนกลุ่ม P-Move อ่านแถลงการณ์ให้กำลังใจ ตามด้วยการปราศรัยบอกเล่าเหตุการณ์เหตุแห่งคดีของตัวแทนของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ด้านตำรวจแจ้งว่าอนุญาตให้เพียงผู้ที่ได้รับหมายเรียกทั้งหมด 37 คน พร้อมด้วยผู้ไว้วางใจและทนายความเข้าไปเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ผู้มาให้กำลังใจเข้าไปด้านใน ทำให้ผู้ที่มารอให้กำลังใจต้องจัดกิจกรรมรอที่ด้านนอก และมีการนำกุ้งที่เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นนำมาจาก จ.สงขลา มาเผาแจกระหว่างรอการรายงานตัว

แถลงการณ์ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.)

เรื่อง ขอยืนเคียงข้างพี่น้องเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น

พวกเราขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ คือกลุ่มประชาชนที่รวมกลุ่มกันจากปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดจากนโยบายและกฎหมายของรัฐ กระทบต่อสิทธิของประชาชนในหลากหลายด้าน อาทิ สิทธิในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย สิทธิในการจัดการทรัพยากร สิทธิทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ สิทธิที่จะไม่ถูกแย่งยึดที่ดินเพื่อไปพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่ของรัฐและเอกชน ตลอดจนสิทธิที่จะมีรัฐสวัสดิการ จนถึงวันนี้นับเป็นวันที่ 7 แล้วที่เราต้องเดินทางไกลมาปักหลักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แบกรับความหวังของหลานชีวิตในชุมชนของเราเข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจ หวังได้ปกป้องที่ดินและทรัพยากรอันเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตของพวกเรา

เช่นเดียวกับพี่น้องเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น คือกลุ่มประชาชนที่อยู่อาศัยและทำมาหากินบนผืนดินที่ได้รับการส่งทอดมาจากบรรพบุรุษ เป็นผืนทะเลแห่งชีวิตและจิตวิญญาณ เมื่อปรากฏว่ามีความพยายามผลักดันโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ไม่คำนึงถึงหลักสิทธิชุมชน ปฏิเสธอำนาจของชุมชนในการจัดการตนเอง ที่เลวร้ายกว่านั้น คือรัฐบาลเผด็จการพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุม และบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดำเนินคดีกับพี่น้อง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง

วันนี้พวกเราพีมูฟจึงมาร่วมให้กำลังใจพี่น้องเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ในนามเพื่อนร่วมชะตากรรมและในนามประชาชน พวกเรานับถือแรงใจและจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของพี่น้องเสมอ และเราขอแสดงจุดยืนสนับสนุนการเคลื่อนไหวในทุกรูปแบบที่พี่น้องเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นดำเนินการหลังจากนี้

นอกจากนั้น เราขอส่งสารไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรียกร้องให้ต้องยุติการดำเนินคดีพี่น้องเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นทั้งหมดโดยทันที ตลอดจนต้องหยุดบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยอ้างสถานการณ์โควิด แล้วนำมาจัดการกับผู้ชุมนุม นอกจากนั้น เราจะจับตารัฐบาลว่าหลังจากนี้จะปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นในเรื่องการศึกษาโครงการในเชิงยุทธศาสตร์ หรือ SEA หรือไม่ หากยังเพิกเฉย เราจะสนับสนุนทั้งแรงกายแรงใจเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับพี่น้องจะนะรักษ์ถิ่นในอนาคตแน่นอน

เรายืนยันว่า สิทธิในการชุมนุมสาธารณะและสิทธิในการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมและอนุสัญญาระหว่างประเทศ ฉะนั้นการปกป้องทรัพยากรจึงไม่ผิด การปกป้องบ้านเกิดเป็นสิทธิของประชาชน

ทวงสิทธิ สร้างอำนาจกำหนดชีวิตประชาชน

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

26 มกราคม 2565

เวลา 13.51 น. เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นและนักศึกษาที่ถูกดำเนินคดีรวม 37 คนเข้าไปรายงานตัวด้านใน สน. จากนั้นเมื่อมาพร้อมกันแล้ว เวลา 14.13 น. ตำรวจจึงเริ่มกระบวนการ โดยระบุว่าวันนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดมารายงานตัวตามกำหนดนัดหมายอย่างถูกต้อง สำนวนคดีของพนักงานสอบสวนทั้งหมดพร้อมแล้ว เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาเสียเวลาเดินทางมาอีกครั้ง พนักงานสอบสวนสามารถส่งตัวให้อัยการศาลแขวงดุสิตได้เลยในวันนี้

ทนายความแจ้งว่า พนักงานสอบสวนยังต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 3 ปาก แต่ทราบมาว่าหนึ่งปากมีนัดหมายสอบปากคำในวันพรุ่งนี้และมีสองปากยังไม่ได้นัดหมายสอบปากคำ ขณะเดียวกัน วันนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดยังไม่พร้อมในการส่งฟ้องต่ออัยการ หลังประชุมปรึกษากันทั้ง 2 ฝ่าย ได้มีการนัดหมายใหม่เป็นวันที่ 2 มี.ค. 2565 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการศาลแขวงดุสิต ตลิ่งชัน

ก่อนหน้านี้วันที่ 25 ม.ค. 2565 เวลาประมาณ 07.00 น. เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นออกเดินทางมารายงานตัวตามที่พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต นัดหมายไว้ ระหว่างเดินทางถึง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจติดต่อขอให้พี่น้องรายงานตัวให้เสร็จในคืนวันดังกล่าว เนื่องจากเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นได้โพสต์เชิญชวนคนมาให้กำลังใจ ก่อนที่ตำรวจจะโทรศัพท์ติดต่อตัวแทนกลุ่มอีกครั้งเพื่อขอยกเลิกนัดหมายการรายงานตัว โดยอ้างว่ากลัวจะมีผู้ชุมนุมตามมาสมทบจนเกรงว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะรับมือไม่ไหว แต่เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นยืนยันจะไปรายงานตัวตามนัดเดิม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์