'ก้าวไกล' เรียกร้อง 4 ข้อ ต่อรัฐและเอกชนเร่งแก้ปัญหาน้ำมันดิบรั่วไหล จ.ระยอง

ส.ส.เบญจา พรรคก้าวไกล เรียกร้อง 4 ข้อ ต่อรัฐและเอกชนเร่งแก้ปัญหาน้ำมันดิบรั่วไหล จ.ระยอง ชี้เป็นอุบัติภัยร้ายแรง กระทบระบบนิเวศ และภาคการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2565 เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานว่าเบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงถึงกรณีน้ำมันดิบรั่วไหล บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกเดี่ยวกลางทะเล (SPM) ท่าเรือมาบตาพุด จังหวัดระยอง ว่า หลังจากตัวเลขประมาณการณ์น้ำมันดิบในวันเกิดเหตุอยู่ที่ 4 แสนลิตร แต่ต่อมาปรากฏตัวเลขลดลงเหลือ 167,000 ลิตร และล่าสุดข้อมูลวันที่ 26 มกราคม กลับเป็น 50,000 ลิตร ซึ่งน่าประหลาดใจที่ปริมาณน้ำมันดิบรั่วไหลออกมามีความไม่แน่นอนในข้อมูล แต่ก็ยังเชื่อในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของการวัดค่าที่แท้จริง ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดแม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะสามารถกำจัดคราบน้ำมันได้ทั้งหมด ภายในวันที่ 27 มกราคม นี้ แต่ข้อเท็จจริงจนถึงวันนี้ยังไม่สามารถทำได้และพบว่าคราบน้ำมันได้ขยายวงกว้างไปถึงชายฝั่งท่าเรือ IRPC แล้ว ซึ่งเหตุน้ำมันรั่วในครั้งนี้ ถือเป็นอุบัติภัยขั้นร้ายแรงมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง และเชื่อว่าจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากไทยยังต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์ดังกล่าว อยากเรียกร้องไปยังภาครัฐและหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องใน 4 ประเด็น คือ 1. ควรเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ เพราะขณะนี้ข้อมูลปริมาณน้ำมันยังไม่ตรงกัน และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นภาวะวิกฤตที่ประชาชนควรได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนรับมือ โดยทราบว่าตลาดอาหารทะเลเวลานี้เงียบเหงา ผู้บริโภคไม่มีความเชื่อมั่น 2. เรียกร้องไปยังบริษัท SPRC ที่ทำให้เกิดความเสียหายแสดงความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนชุมชน ขณะที่ชาวประมงได้รับผลกระทบทันทีจากการงดออกทะเลหาปลา ไม่สามารถจับสัตว์น้ำได้ ส่งผลต่ออาชีพ อีกทั้งยังกระทบไปถึงภาคการท่องเที่ยวเนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างทยอยยกเลิกการจองห้องพักในจังหวัดระยอง รวมถึงเกาะเสม็ดบางส่วนแล้ว 3. ขอให้ตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พร้อมประกาศขั้นตอนเกณฑ์การเยียวยา รวมถึงจัดตั้งกองทุนเพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง ทั้งระยะสั้นและระยะยาว และ 4. ต้องเปิดให้ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน รวมถึงสื่อมวลชน เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเพื่อความเป็นธรรม และในอนาคตรัฐจะต้องเพิ่มการประกันความเสี่ยงน้ำมันรั่วจากอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมีด้วย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์