อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์: ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ผมไม่รู้เหมือนกันว่านายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชาจะสามารถเข้าใจสำนวนไทยโบราณประโยคนี้ได้หรือไม่ ก็คือ”ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด”  เพราะสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดมาหลายๆ เรื่องมีลักษณะแบบนี้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมนายกรัฐมนตรีถึงไม่ฟังอะไรให้มันรู้เรื่องก่อน หรือ คิดอะไรให้รอบคอบก่อนที่จะ “ปากลั่น” (เสมอมา)

กรณีหลังสุดคือ นายกรัฐมนตรีได้พูดพาดพิงถึงหลักสูตรของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โดยมีการรายงานข่าวว่านายกรัฐมตรีกล่าวว่า “มีข้อห่วงใยหลักสูตรของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการบิดเบือนประวัติศาสตร์และสถาบันพระมหากษัตริย์ ว่า กำลังให้หน่วยงานเกี่ยวข้องไปดูอยู่ “ (ผู้จัดการ 4 กุมภาพันธ์ 2565)  เดาเอาว่าคงมีคนไปรายงานว่าทางโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เชิญอาจารย์ธงชัยเข้าไปพูด แล้วก็เลยทำให้บรรดาคนบอกกล่าวให้นายกรัฐมนตรีเกิดความกลัวแล้ว รายงานแบบ “ ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด”  และนายกรัฐมนตรีก็ทำแบบเดียวกัน คือ “ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด” กระเดียดจนเป็นข่าวขึ้นมา

สำนวนนี้ มีความหมายในเชิงลบนะครับ คนโบราณคิดสำนวนขึ้นมาเพื่อเตือนใจคนที่ไม่รู้ตัวเองว่าตัวเองไม่รู้อะไรเลยทำให้พอได้ฟังอะไรมาก็เอาไปพูดต่อโดยที่ไม่ได้ใคร่ครวญหรือไตร่ตรองก่อนว่าจริงๆ คืออะไร คนโบราณรำคาญคนพวกนี้มากเพราะคนพวกนี้ นอกจากไร้ปัญญาญาณและยังทำให้เกิดความคลุมเครือจนอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมาได้

มองอีกมุมหนึ่ง การฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียดในกรณีนี้ คือ  การสร้าง “เป้า” เพื่อจะทำให้ตัวเองมีความหมายขึ้นมาบ้างในยามที่ตัวเองไร้ความหมายไปเรื่อยๆ โดยเป็นความพยายามจะหลอกตัวเองและหลอกคนบางกลุ่ม (ที่ยังหลงเหลืออยู่ไม่มากนัก) ว่าการที่ตนเองยังยืนอยู่ ณ.จุดนี้ ก็เพราะยังมีปัญหาเรื่องทำนองนี้อยู่ซึ่งตนเองจึงยังต้องทำหน้าที่สำคัญนี่ต่อไป (ฮา)

การสร้าง “เป้า” ให้กลายมาเป็นเสมือน “ศัตรู” เป็นกลวิธีของผู้ที่ประสงค์จะจรรโลงอำนาจแบบดิบๆ ให้ดำเนินต่อไปได้  พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นกระบวนการ “ปิดบัง” ความอ่อนแอ ความชั่วร้ายของระบบอำนาจดิบที่ตนเองครอบครองอยู่โดยป้ายสีหรือผลักไปให้แก่ “ ศัตรู”ที่ตนเองสร้างขึ้นมา ซึ่งกลวิธีแบบนี้ คนที่ใช้ก็มักจะประสบโศกนาฏกรรมทุกคนครับ เพราะความจริงย่อมเป็นความจริง การปิดป้าย/ป้ายสี อาจจะได้ผลระยะหนึ่ง แต่ไม่มีวันที่จะดำรงได้ยืนยาว และที่สำคัญ การสร้าง “เป้า” แบบ “ฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียด” นี้เป็นการสร้าง “ข่าวปลอม” แบบที่คนในรัฐบาลมักจะชอบใช้ป้ายสีคนอื่นน่ะครับ

ในเวลาที่เหลืออยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งคงจะไม่นานมากนัก ก็ขอให้นายกรัฐมนตรีคำนึงและตระหนักถึงความหมายของสำนวนโบราณนี้ เพื่อที่จะได้เอาเวลาที่เหลือนี้ไปทำอะไรที่อาจจะ (อาจจะนะครับ)พอมีประโยชน์แก่บ้านเมืองได้บ้าง หรือไม่อย่างนั้น ก็หาทางออกไปจากตำแหน่งนี้ ก็น่าจะดีกว่านะครับ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์