'เพื่อไทย' แนะ 10 ทางออก COVID-19 'ปรับการสื่อสาร-ATK ต้องฟรี'

โฆษกพรรคเพื่อไทยชี้สถานการณ์ COVID-19 ถอยหลัง วนลูป หลังระบาด 4 ระลอก ปัญหาซ้ำเดิม แนะ 10 ทางออก 'ปรับการสื่อสาร-ATK ต้องฟรี' ไม่เห็นด้วยที่จะไม่รายงานยอดผู้ติดเชื้อรายวัน เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อจะช่วยให้รัฐบาลสามารถบริหารจัดการโรคระบาดได้

26 ก.พ. 2565 เว็บไซต์พรรคเพื่อไทย รายงานว่านางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นถือว่าน่าเป็นห่วงและเข้าขั้นวิกฤต สัดส่วนการติดเชื้อกระโดดจาก 20.9% ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เป็น 30.07% ในวันที่ 25 ก.พ. 2565 หรือมีผู้ติดเชื้อเกือบ 1 ใน 3 ที่ตรวจ ในขณะที่การรับมือและป้องกันโรคของรัฐบาลกลับยังทำได้ไม่ดีพอ ถอยหลัง ไม่เรียนรู้ ทั้งที่เกิดการระบาดมากกว่า 4 ระลอก รวมระยะเวลากว่า 2 ปี ปัญหายังวนลูปซ้ำเดิม ทั้งสายด่วน 1330 ไม่มีผู้รับสาย เตียงไม่เพียงพอ และความสับสนในการให้ข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ ทั้งการรักษาโรคตามสิทธิ ที่มีการเปลี่ยนแปลงการให้ข้อมูลกลับไปกลับมา การให้ความรู้เรื่องการประเมินอาการความรุนแรงหลังตรวจพบเชื้อ การดูแลรักษาตัวเองตามระดับอาการ และปัญหาต่างๆ ซึ่งรัฐบาลควรเร่งปรับกระบวนการทำงานอย่างเร่งด่วน ดังนี้

1. สื่อสาร ให้ความรู้กับประชาชนอย่างชัดเจน เข้าใจง่าย และเป็นเอกภาพ

2. ชี้แจงให้ข้อมูลการปฎิบัติตัวหลังตรวจพบเชื้อ วิธีการประเมินอาการตามระดับสีเขียว เหลือง แดง ซึ่งขณะนี้ยังมีประชาชนอีกจำนวนมาก ยังมีความไม่เข้าใจและกังวลในการดูแลรักษาตัวเอง เนื่องจากไม่มีข้อมูลเรื่องระดับอาการและการรักษาตัวผ่าน Home isolation หรือ Community isolation

3. บริษัทประกันชีวิตต้องจ่ายชดเชยให้กับผู้ติดเชื้อที่รักษาตัวผ่าน Home isolation หรือ Community isolation เช่นเดียวกับที่ชดเชยให้กับผู้ติดเชื้อที่ได้รักษาตัวในโรงพยาบาล

4. เพิ่มคู่สาย 1330 ให้เพียงพอ ปรับเปลี่ยนตามความรุนแรงของสถานการณ์ ต้องสามารถติดต่อได้ 24 ชั่วโมง ลดระยะเวลาการส่งผู้ป่วยหลังรับเรื่องจาก 6 ชั่วโมง เหลือ 1 ชั่วโมง

5. ยุบรวมแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับโควิดทั้งหมดให้เหลือแอปเดียว ทั้งสำหรับที่ใช้ในประเทศและชาวต่างชาติ เช่น แอปหมอพร้อม ไทยชนะ แอปวัคซีนบางซื่อ ฯลฯ เพื่อลดขั้นตอน ลดความยุ่งยากสับสนให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

6. ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึง ATK ฟรี การรักษาพยาบาลต้องฟรี จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

7. เตียงทั้งของรัฐและเอกชน ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน

8. เร่งจัดหาวัคซีนที่สามารถป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ให้กับประชาชนอย่างทันท่วงที

9. เร่งฉีดวัคซีนที่ป้องกันโอมิครอนได้ในเด็กที่อายุถึงเกณฑ์ เนื่องจากในการศึกษาจากแอฟริกาใต้ ระบุว่าการระบาดของโควิดระลอกนี้ เด็กป่วยมากที่สุด

10. กรุงเทพมหานครและกระทรวงสาธารณสุข ต้องประสานความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ขอให้ร่วมกันทำงานเพื่อประชาชนในภาวะวิกฤตอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ ตนไม่เห็นด้วยที่กระทรวงสาธารณสุข จะไม่รายงานยอดผู้ติดเชื้อรายวัน เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เกิดขึ้นในแต่ละวันจะช่วยให้รัฐบาลสามารถบริหารจัดการโรคระบาดได้ เพราะการจัดการโรคระบาดที่ดีที่สุด คือการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

“โควิดถูกนำไปสร้างความกลัวให้กับประชาชน และถูกนำไปเป็นเครื่องมือรักษาอำนาจทางการเมือง ทำให้ชีวิตของคนไทยแขวนอยู่บนเส้นด้ายนับครั้งไม่ถ้วน หลายคนต้องเสียชีวิตไปก่อนเวลาอันควร รัฐบาลโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ ผอ.ศบค. หากท่านไม่มีความสามารถในการประเมินสถานการณ์บริหารจัดการโรคระบาด ไม่สามารถดูแลรักษาชีวิตของประชาชนได้ ท่านไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้ว และประชาชนจะไม่ยอมให้โอกาสท่านอีก” นางสาวธีรรัตน์กล่าว

“พลภูมิ” จวกรัฐส่งยารักษาให้ผู้ป่วยถึงบ้านช้า

ด้านนายนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าปัจจุบันตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดสูงมาก เป็นไปตามอาการของเชื้อโอมิครอน ที่ติดง่ายแต่อาการไม่รุนแรง รัฐบาลโดยศบค. จึงเน้นให้ประชาชนที่ไม่มีอาการรักษาตัวอยู่ที่บ้าน เพื่อรักษาเตียงในโรงพยาบาลไว้ให้คนอาการหนัก ตนเห็นด้วยแต่การให้ประชาชนรักษาตัวที่บ้านนั้น ต้องได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ให้ประชาชนมั่นใจในระบบ แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นคนที่รักษาตัวอยู่ที่บ้านต้องรอยาเป็นเวลาหลายวัน ซึ่งมีโอกาสสูงที่ผู้ป่วยเหล่านี้จะอาการรุนแรงมากขึ้นจนเข้าขั้นวิกฤต ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือสภาพแวดล้อมในกทม. ไม่เอื้ออำนวยให้ทุกคนรักษาตัวที่บ้านได้ทุกราย ศูนย์พักคอยในชุมชน และ โรงพยาบาลสนาม จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้ว่าฯกทม. บอกว่าจะมีให้ครบทุกเขตนั้น ปัจจุบันยังทำไม่ได้ เช่นในเขตบึงกุ่ม ไม่มีศูนย์พักคอยฯ ต้องไปอาศัยเขตข้างเคียงอย่างเขตคันนายาว ทำให้การดูแลรักษาไม่ทั่วถึง ผู้ป่วยบางคนต้องไปอยู่รวมกันอย่างแออัด รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้เพื่อให้ประชาชนผ่านพ้นช่วงระบาดรุนแรงนี้ไปให้ได้ ไม่เช่นนั้นวิกฤตโควิดจะกลายเป็นวิกฤตของรัฐบาล ที่เมื่อรวมกับความขัดแย้งภายในรัฐบาลเองแล้ว รัฐบาลอาจจะอยู่ต่อไปไม่ไหว

นายพลภูมิ กล่าวด้วยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความไม่พร้อมของรัฐบาลไม่คิดเตรียมการล่วงหน้าจนเป็นภาระให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและบุคคลากรด่านหน้าที่ต้องทำงานมาอย่างหนักหนาสาหัสมากว่า 2 ปี ตนจึงขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกท่านให้ช่วยนำพาประเทศรอดพ้นจากวิกฤตให้ได้

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์