ราชทัณฑ์พร้อมปฏิรูปแรงงานผู้ต้องขังตามหลักสิทธิมนุษยชน หลังทอมสันรอยเตอร์เผยรายงานเมื่อปีที่แล้ว

กรมราชทัณฑ์ออกมาตรการปฏิรูปแรงงานผู้ต้องขังตามหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมตั้งที่ปรึกษาและกรรมการปฏิรูป หลังมูลนิธิทอมสัน รอยเตอร์ เปิดเผยรายงานผู้ต้องขังในไทยถูกบังคับให้ผลิตอวนให้บริษัทเอกชนภายใต้การถูกข่มขู่ว่าจะมีการลงโทษ ซึ่งรวมไปถึงการทุบตีและการปล่อยตัวออกจากคุกช้าลง

2 มี.ค. 2565 สืบเนื่องจากมูลนิธิทอมสันรอยเตอร์เปิดรายงานผู้ต้องขังในไทยถูกบังคับให้ผลิตอวนให้บริษัทเอกชนภายใต้การถูกข่มขู่ว่าจะมีการลงโทษ ล่าสุด กรมราชทัณฑ์ออกมาตรการปฏิรูปแรงงานผู้ต้องขังตามหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมตั้งที่ปรึกษาและกรรมการปฏิรูป โดยแต่งตั้งขึ้นเมื่อวานนี้ (1 มี.ค. 2565) หลังจากที่ประชุมผู้บริหารงานราชทัณฑ์มีมติร่วมกันในการประชุมครั้งที่ 3/2565 ซึ่งมีอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานในการประชุม และมีธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายบริหาร สิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ฝ่ายปฏิบัติการ ณรงค์ อุ้ยเสี่ย รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ฝ่ายวิชาการ ชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ฝ่ายพัฒนา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารงานราชทัณฑ์ ร่วมการประชุมดังกล่าว ณ กรมราชทัณฑ์ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี

กรมราชทัณฑ์ระบุในข่าวเพื่อสื่อมวลชนว่าสืบเนื่องจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีผู้ต้องขังในประเทศไทยถูกบังคับให้ผลิตอวนให้กับ บริษัทเอกชนโดยไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนนั้น กรมราชทัณฑ์ไม่ได้นิ่งนอนใจและที่ผ่านมาการทํางาน ของผู้ต้องขังเน้นในเรื่องการควบคุมความมั่นคงและปลอดภัยเพื่อให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน และมีความมุ่งมั่น ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการพัฒนาการฝึกวิชาชีพที่เน้นการพัฒนานำการควบคุม โดยจะกำหนดแนวทางการจ้างงานด้วยการให้ผู้ต้องขังเข้ารับการฝึกอาชีพด้วยความสมัครใจ อีกทั้งการคัดเลือกประเภทงานที่ให้ฝึกทำ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ไม่มีอันตรายต่อสุขภาพของผู้ต้องขัง สําหรับอัตราค่าจ้างของผู้ต้องขังต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของประเภทงานเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีความเป็นธรรม และคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขังทุกคน

ทั้งนี้ นอกจากการจ้างงานแล้วกรมราชทัณฑ์ยังให้ความสำคัญกับการ พัฒนาพฤตินิสัยอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงภายหลังพ้นโทษ อาทิ การฝึกอาชีพช่างไม้ ช่างประปา ช่างไฟฟ้า ช่างเสริมสวย เบเกอรี่ เป็นต้น ควบคู่กับการพัฒนาความเข้มแข็งด้านจิตใจ เช่น หลักสูตรสัคคสาสมาธิ การสวดมนต์และการเล่นดนตรีเพื่อขัดเกลาสภาพจิตใจ รวมถึงการให้โอกาสด้านการศึกษากับผู้ต้องขังทุกระดับ

ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนาและยกระดับการทำงานของผู้ต้องขังทั้งระบบ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้มีข้อสั่งการปฏิรูปแรงงานผู้ต้องขัง โดยให้มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาและคณะกรรมการปฏิรูประบบการทำงานผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์ขึ้น เพื่อศึกษาระบบการทํางานของผู้ต้องขังตามข้อกำหนดแมนเดลา (Mandela Rules) ของสหประชาชาติ และให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานความปลอดภัย ด้านสุขอนามัยและแรงงาน รวมถึงค่าตอบแทนต่างๆ ประกอบด้วย สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด แรงงานจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด และหอการค้าจังหวัดในรูปแบบของคณะกรรมการฯ ของแต่ละเรือนจำ เพื่อพิจารณาอัตราค่าจ้างและค่าตอบแทนให้มีความเหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรม สอดคล้องกับอัตราค่าจ้าง ขั้นต่ำของแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งให้เรือนจำรายงานให้กรมราชทัณฑ์ทราบภายใน 15 วัน เพื่อยกเลิกการจ้างงานที่อัตราค่าจ้างต่ำกว่ามาตรฐาน เพื่อให้การทำงานสอดคล้องกับสภาพสังคม ความต้องการของตลาด และเป็นการส่งเสริมการพัฒนาทักษะการทํางานภายใต้กฎหมายแรงงานและหลักการสากลระหว่างประเทศด้านแรงงานมากขึ้น

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท