สงครามรัสเซีย-ยูเครน: เชลยศึกต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิตามอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 3

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล เรียกร้องให้ยูเครน และรัสเซีย เคารพสิทธิของเชลยศึกต่อความอยากรู้อยากเห็นของสาธารณะ หลังก่อนหน้านี้มีคลิปวิดีโอสั้นของเชลยศึกทั้ง 2 ประเทศ เผยแพร่บนโลกออนไลน์  

 

10 มี.ค. 65 ทีมสื่อ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล ประเทศไทย รายงานต่อสื่อวันนี้ (10 มี.ค.) ทางแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล แถลงเรียกร้องให้เชลยศึกที่ถูกจับระหว่างการรุกรานของรัสเซียต่อยูเครน ต้องได้รับการคุ้มครองสิทธตามสนธิสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 3 

แอมเนสตี้ ระบุต่อว่า หลายวันที่ผ่านมา ทางการยูเครนนำตัวเชลยศึกชาวรัสเซียมาแถลงข่าว เพื่อให้อธิบายบทบาทของพวกเขาในการรุกรานทางทหาร และมีคลิปวิดีโอในโซเชียลมีเดีย ปรากฏภาพขณะที่ทหารถูกจับกุมได้ติดต่อกับสมาชิกครอบครัวในรัสเซีย คลิปวิดีโอของทหารยูเครนที่ถูกรัสเซียจับกุม ก็ปรากฏในโซเชียลมีเดียเช่นกัน แม้ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเกิดจากการสั่งการของรัฐหรือไม่  

เรื่องนี้ทำให้ โจแอน มารีนเนอร์ ผู้อำนวยโครงการรับมือภาวะฉุกเฉิน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องว่า แม้ว่าความขัดแย้งยังเกิดขึ้นอยู่ แต่ทุกฝ่ายต้องเคารพในสิทธิของเชลยศึกอย่างเต็มที่ 

“การปรากฏตัวต่อสาธารณะอาจทำให้เชลยศึกเกิดความเสี่ยง เมื่อพวกเขาเดินทางกลับไปยังบ้านเกิด และอาจทำให้เกิดปัญหากับครอบครัวของพวกเขา ระหว่างที่พวกเขายังคงถูกควบคุมตัวไว้  

“ข้อ 13 ของอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 3 ระบุอย่างชัดเจนว่า เชลยศึกต้องได้รับการคุ้มครองในทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะได้รับความคุ้มครองต่อความอยากรู้อยากเห็นของสาธารณะ เป็นหน้าที่ของฝ่ายที่ควบคุมตัวที่จะต้องประกันให้มีการเคารพอย่างเหมาะสมต่อสิทธิของเชลยศึกเหล่านี้ ตั้งแต่ช่วงที่พวกเขาถูกจับกุม” โจแอน มารีนเนอร์ กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับอนุสัญญาเจนีวา ฉบับที่ 3 ข้อ 13 ระบุว่า “เชลยศึกต้องได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรมในทุกขณะ ห้ามไม่ให้มีการปฏิบัติหรือการละเว้นการปฏิบัติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายผู้ควบคุมตัว อันอาจเป็นเหตุให้เกิดการเสียชีวิตหรือเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของเชลยศึกระหว่างถูกควบคุมตัว และการปฏิบัติเช่นนั้นถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่ออนุสัญญานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะต้องไม่มีการตัดเฉือนวัยวะของเชลยศึก หรือนำตัวไปใช้ในการทดลองทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ไม่ว่าในประเภทใดๆ ซึ่งไม่ได้เป็นไปด้วยเหตุผลเกี่ยวกับการรักษาทางการแพทย์ ทันตกรรม หรือการรักษาในโรงพยาบาลต่อเชลยศึกคนนั้น และไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของเขา ในทำนองเดียวกัน เชลยศึกต้องได้รับการคุ้มครองในทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะได้รับความคุ้มครองจากการประทุษร้าย หรือต่อการขู่เข็ญและต่อการถูกเหยียดหยาม และความอยากรู้อยากเห็นของสาธารณะ”   

ดังนั้น จากอรรถาธิบายของคณะกรรมการกาชาดสากล ระบุว่า “การกระทำใดๆ อันเป็นเหตุให้มีการเปิดเผยอัตลักษณ์ของเชลยศึกแต่ละคน โดยทั่วไปแล้วย่อมถือว่าเป็นการทำให้เขาตกเป็นเป้าของความอยากรู้อยากเห็นของสาธารณะ และเป็นภาพที่จะต้องไม่มีการเผยแพร่ ตีพิมพ์ หรือออกอากาศ”   

ก่อนหน้านี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้เรียกร้องให้มีการเคารพต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ในขณะที่ความขัดแย้งในยูเครนยังตึงเครียดเพิ่มขึ้นต่อไป   

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท