เพื่อไทยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ชูสโลแกน ‘เลือกเพื่อไทย เลือกอนาคตที่มั่งคั่งให้คนกรุงเทพ’

พรรคเพื่อไทยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. กรุงเทพ เสนอ 5 นโยบาย - 30 บาท ถึงที่หมาย, 50 เขต 50 โรงพยาบาล, 437 สถานศึกษา พัฒนาสร้างรายได้, กองทุนพัฒนาชุมชน 200,000 บาท และ 50 เขต 50 ซอฟต์พาวเวอร์

พร้อมชูสโลแกน ‘เลือกเพื่อไทย เลือกอนาคตที่มั่งคั่งให้คนกรุงเทพ’ หวังลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ กระจายความมั่งคั่งให้คนกรุง

25 มี.ค. 2565 วานนี้ (24 มี.ค. 2565) พรรคเพื่อไทย จัดงานเปิดตัวนโยบายว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พร้อมเสนอ 5 แนวนโยบายหลัก 

เจาะ 5 แนวนโยบายหลัก

30 บาท ถึงที่หมาย

ผลักดันให้กระทรวงคมนาคมบริหารจัดการรถไฟ รถไฟฟ้า รถไฟลอยฟ้า หน่วยงานเดียว เพื่อการบริหารค่าโดยสารที่เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่าย เสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว ผู้โดยสารจะเข้ามาใช้งานมากขึ้น ทำให้ค่าตั๋วโดยสารถูกลงด้วย

วิพุธ ศรีวะอุไร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางรัก 

วิพุธ ศรีวะอุไร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางรัก พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเดินทางโดยรถไฟฟ้าต้องมีไว้สำหรับทุกคน พรรคเพื่อไทยขอเสนอแนวคิด ‘ 30 บาท ถึงที่หมาย’ เพื่อแก้ไขปัญหาหลักของคนกรุงเทพฯ คือการเดินทาง จากต้นทุนการเดินทางที่แพง ที่มีส่วนทำให้การจราจรติดขัด การทำให้ราคาค่าโดยสารของคนกรุงเทพลดลงมีทางออกเดียวคือ ต้องรวมเอารถไฟ รถไฟฟ้า และรถไฟฟ้าใต้ดิน มีเจ้าของเดียวกันคือกระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานครต้องขายสัมปทานให้กระทรวงคมนาคมบริหารจัดการ เมื่อรวมเครือข่ายรถไฟทุกประเภทแล้ว ต้องไม่มีการจัดเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน จ่ายค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ต้องมีการรื้อระบบสัญญาสัมปทานใหม่โดยคำนวณรายได้อื่นๆ ทั้งค่าเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือพื้นที่โฆษณา ให้รวมอยู่ในสัมปทานในรูปแบบที่เหมาะสมด้วย เมื่อราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าลดลง ประชาชนจะใช้บริการรถไฟฟ้ามากขึ้น ต้นทุนจะลดลง หากสามารถบริหารจัดการได้ จะช่วยเพิ่มผู้โดยสารจาก 1.5 ล้านคน เป็น 3-4 ล้านคนต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว ซึ่งจะสอดคล้องกับการเตรียมเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพู สายสีเหลือง และสายสีส้ม กรุงเทพตะวันออก ซึ่งเป็นเขตที่อยู่อาศัยแทบทั้งสิ้น เราจะร่วมมือกับผู้ว่าฯ กทม.ที่เห็นแก่ประชาชนเป็นที่ตั้ง

“ที่ผมพูดมา ส.ก. คงทำทั้งหมดไม่ได้ แต่ถ้า ส.ก. ร่วมกับผู้ว่าฯ กทม.ที่เห็นแก่ประโยชน์ของประชาชน ร่วมกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แนวทาง 30 บาท ถึงที่หมาย เป็นไปได้แน่นอน เพราะเราทำงานเป็นทีม นี่คือความมุ่งมั่นที่ทีม ส.ก. พรรคเพื่อไทย มุ่งหวังลดรายจ่ายค่าเดินทาง เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งให้ประชาชน” วิพุธ กล่าว

50 เขต 50 โรงพยาบาล

ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขที่มีอยู่แล้วเขตละ 1 แห่ง หรือสร้างโรงพยาบาลชุมชนขนาด 120 เตียงที่สามารถดูแลประชาชนเบื้องต้นแบบครบวงจร โดยให้ กทม. รับงบประมาณกองทุนประกันสุขภาพจำนวน 15,000 ล้านบาท มาบริหารจัดการเอง

ทิพจุฑา บุนนาค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางพลัด

ทิพจุฑา บุนนาค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางพลัด พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย ขอเสนอนโยบาย ‘50 เขต 50 โรงพยาบาล’ โดยยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุขเขตละ 1 แห่ง หรือสร้างโรงพยาบาลชุมชนขนาด 120 เตียงที่สามารถดูแลประชาชนเบื้องต้นแบบครบวงจร พัฒนาจากศูนย์บริการสาธารณสุขที่มีอยู่แล้ว 69 แห่ง ที่กระจายตัวอยู่ครบทุกเขตในกรุงเทพฯ โดย กทม. รับงบประมาณกองทุนประกันสุขภาพจำนวน 15,000 ล้านบาทมาบริหารจัดการเอง โดยเชื่อว่านโยบายนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสาธารณสุขในกรุงเทพฯให้เกิดขึ้นจริงได้ เปลี่ยนเพียงครั้งเดียว แต่เป็นประโยชน์กับคนกรุงเทพฯ ชั่วลูกชั่วหลาน และเป็นการการันตีว่า อนาคตต่อจากนี้ แม้จะมีโรคระบาดใหม่อีก คนกรุงเทพฯ จะต้องมีเตียงในโรงพยาบาล ไม่ต้องนอนรอความตายข้างถนนอย่างที่ผ่านมา

ทัดดาว ตั้งตรงเจริญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตราชเทวี

ทัดดาว ตั้งตรงเจริญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตราชเทวี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากที่ลงพื้นที่ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องเขตราชเทวีมา 3 ปี ในช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาดหนัก จนตนเองติดเชื้อโควิด ตนเองเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งจากอีกหลายล้านคนที่ต้องประสบกับภาวะทางสุขภาพระยะยาว จากการบริหารจัดการการระบาดของโควิด-19 ที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ที่ไม่สามารถบริหารจัดการระบบสาธารณสุขในกรุงเทพฯ ให้ดีกว่านี้ สิ่งที่ขาดไปในกรุงเทพฯ คือโรงพยาบาลชุมชนซึ่งกระจายตัวอยู่ตามเขตต่างๆ ทำหน้าที่คัดกรองผู้ป่วยและให้บริการรักษาผ่าตัดเบื้องต้นได้ เพราะโรงพยาบาลส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ เป็นโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ที่เน้นให้บริการเคสยาก ซับซ้อน เฉพาะทาง รับส่งต่อผู้ป่วยมาจากทั่วประเทศ จึงไม่มีเตียงว่างให้การดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยโรคที่ไม่ซับซ้อน เช่น ไข้เลือดออก ไส้ติ่งอักเสบ และผ่าตัดทำคลอดได้ ‘50 เขต 50 โรงพยาบาล’ จะเป็นสถานที่รักษาขั้นปฐมภูมิให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ที่กระจายตัวทุกเขตได้อย่างทันท่วงที

“พรรคเพื่อไทยพูดเรื่องกรุงเทพฯ มั่งคั่ง แต่มั่งคั่งของเราไม่ได้หมายถึงเรื่องปากท้องเพียงอย่างเดียว การมีสุขภาพที่ดี เป็นความร่ำรวยอย่างหนึ่งที่รัฐต้องดูแลและสนับสนุน ใครว่าเงินซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ เงินถ้าลงทุนกับระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐานให้ประชาชนอย่างถูกจุด จะซื้อสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนได้ เลือกเพื่อไทย เลือกสุขภาพดีถ้วนหน้าให้คนกรุงเทพฯ” ทัดดาว กล่าว

437 สถานศึกษา พัฒนาสร้างรายได้

เปิดพื้นที่โรงเรียนในสังกัด กทม. 437 แห่ง ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับทุกคน ให้เป็นพื้นที่ของงาน เงิน และอนาคต ทั้งการศึกษาในระบบ โดยเพิ่มการเรียนภาษาที่ 2 อังกฤษและจีน เพิ่มทักษะคอมพิวเตอร์และโปรแกรมมิ่ง เพื่อให้เด็กและเยาวชน มีทักษะความรู้ในโลกสมัยใหม่ รวมทั้งการศึกษานอกระบบ ต้องทำให้โรงเรียนเป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Maker space) โดย กทม.มีหน้าที่สนับสนุนงบประมาณ จัดจ้างครู อุปกรณ์ เช่น การทำอาหาร ตัดเย็บเสื้อผ้า โรงถ่ายหนัง มาสร้างสรรค์งานร่วมกัน จนเกิดเป็นสตาร์ทอัพ

วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตมีนบุรี

วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตมีนบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคเพื่อไทย ขอเสนออีกนโยบาย “437 สถานศึกษา พัฒนาสร้างรายได้” โดยจะเปิดพื้นที่โรงเรียนในสังกัด กทม. 437 แห่ง ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับทุกคน ให้บริการการศึกษาทั้งในและนอกระบบ เป็นพื้นที่ของงาน เงิน และ อนาคต ได้แก่

1.การศึกษาในระบบ : ส.ก.ของเพื่อไทยจะเข้าไปผลักดันเพิ่มการเรียนภาษาที่ 2 อังกฤษและจีน เพิ่มทักษะคอมพิวเตอร์และโปรแกรมมิ่ง เพื่อให้เด็กและเยาวชน มีทักษะความรู้ในโลกสมัยใหม่

2.การศึกษานอกระบบ : ส.ก.จากพรรคเพื่อไทยจะเข้าไปเปิดรั้วโรงเรียน ทำให้โรงเรียนในสังกัด กทม. 437 แห่ง เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Maker space) โดย กทม.มีหน้าที่สนับสนุนงบประมาณ จัดจ้างครู อุปกรณ์ เหมือนที่ ‘Chiang Mai Maker Club’ ทำแล้ว เด็กและเยาวชนที่สนใจเรื่องวิศวกรรม ใช้สถานที่ร่วมกัน เปิดทำการตลอดเวลา มีคนจัดหาอุปกรณ์สำหรับสร้างงานประดิษฐ์ หาเวทีประกวด ซึ่ง Maker space มีได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การทำอาหาร ตัดเย็บเสื้อผ้า โรงถ่ายหนัง มาสร้างสรรค์งานร่วมกัน จนเกิดเป็นสตาร์ทอัพ ซึ่ง กทม.ต้องร่วมมือกับสำนักงานรับรองความรู้ความสามารถ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ออกใบรับรองให้เพื่อใช้ประกอบการทำงานจริงต่อไป

วิรัตน์ กล่าวอีกว่า นโยบายการศึกษาทั้ง 2 ระบบจะ ‘สร้างความมั่งคั่ง มั่นคง โอกาสทางการศึกษา’ สอดรับกับแนวนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่มุ่งหวังให้การศึกษาไม่จำกัดที่ในรั้วโรงเรียน เมืองต้องเปิดโอกาสให้คนกรุงเทพฯ ได้เรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อทลายข้อจำกัดการเรียนรู้เดิมที่จะต้องเรียนให้จบเพื่อหางานให้ตรงสายการเรียน

“โจทย์การศึกษาวันนี้ไม่ได้อยู่แค่ในรั้วโรงเรียน การศึกษาเปลี่ยนไปแล้ว โลกเปลี่ยนเร็ว คนต้องเรียนรู้ใหม่ตลอดเวลาและตลอดชีวิต เมืองต้องเปิดโอกาสนั้น ต้องไม่ทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องไกลเกินเอื้อม เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนบุคคล แต่คนคือเมือง คือทรัพยากรมนุษย์ สโลแกนของเราคือ ‘เลือกเพื่อไทย เลือกอนาคตที่มั่งคั่งให้คนกรุงเทพฯ’ ความมั่งคั่งไม่ได้หมายความแค่ ‘ตัวเงิน’ แต่คือความมั่งคั่งทางความรู้ เลือกเพื่อไทย เลือกอนาคตที่มั่งคั่งทางการศึกษาให้คนกรุงเทพฯ” วิรัตน์ กล่าว

กองทุนพัฒนาชุมชน 200,000 บาท

ทุกชุมชนใน กทม.ไม่เกิน 6,000 แห่ง ชุมชนแออัด หมู่บ้าน และคอนโด ต้องได้รับงบประมาณ 200,000 บาทต่อปี ให้ แต่ละชุมชนนำเสนองบประมาณเพื่อพัฒนาพื้นที่ผ่านเขตของตนเองได้ โดยจะมีคณะกรรมการที่ได้รับการเลือกตั้งภายในชุมชน มีผลงานชัดเจนจากการบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองมาแล้ว มาร่วมตัดสินใจใช้งบประมาณแบบมีส่วนร่วม

สุรจิตต์ พงษ์สงห์วิทยา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตลาดกระบัง

สุรจิตต์ พงษ์สงห์วิทยา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การตัดสินใจเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ในนามพรรค คือการเป็นคนที่เกิดและเติบโตในพื้นที่ จึงมีความเข้าใจปัญหาและความต้องการของคนในพื้นที่เป็นอย่างดี หน่วยงานราชการไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดีกว่าคนที่เจอปัญหาอยู่ตรงหน้า สิ่งที่ต้องทำคือ มอบอำนาจให้พี่น้องประชาชน เป็นผู้แก้ปัญหาด้วยตัวเอง ทั้งอำนาจการตัดสินใจและอำนาจเงิน อย่างที่คนกรุงเทพฯ ไม่เคยมีมาก่อน

เพื่อไทยจึงขอเปิดนโยบาย ‘กองทุนพัฒนาชุมชน 200,000 บาท’ ซึ่งพัฒนามาจากกองทุน SML โดยทุกชุมชนใน กทม.ไม่เกิน 6,000 แห่ง จะต้องได้รับงบประมาณ 200,000 บาทต่อปี ชุมชนที่จะได้รับงบประมาณนี้ คือชุมชนแออัด หมู่บ้าน และคอนโด บริหารกองทุนโดยการจัดตั้งคณะกรรมการที่ได้รับการเลือกตั้งภายในชุมชนหรือมีนิติบุคคล มีผลงานชัดเจนจากการบริหารกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองมาแล้ว นโยบายนี้จะช่วยให้คนในชุมชนกระจายอำนาจการตัดสินใจผ่านระบบการจัดสรรงบประมาณแบบมีส่วนร่วม แต่ละชุมชนสามารถนำเสนองบประมาณผ่านเขตในพื้นที่ของตนเองได้ เพราะพรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นในการกระจายอำนาจ ทั้งเรื่องการตัดสินใจ และเรื่องงบประมาณ ใช้งบประมาณต่อปีไม่เกิน 1,400 ล้านบาท

“กองทุนพัฒนาชุมชน 200,000 บาท คือการสนับสนุนประชาธิปไตยของเพื่อไทย ประชาธิปไตยที่กินได้ เพราะการตัดสินใจไม่ได้จบลงที่คูหาเลือกตั้ง เราจะกระจายอำนาจ ให้พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ได้มีอำนาจการตัดสินใจในการพัฒนาพื้นที่ของพวกเขา ผ่านกองทุนที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง ชุมชนที่แข็งแรง สาธารณูปโภคที่ดี สภาพแวดล้อมที่ดี จะนำไปสู่โอกาสต่างๆ ในชีวิต คือกรุงเทพเมืองมั่งคั่งของพรรคเพื่อไทย” สุรจิตต์ กล่าว

50 เขต 50 ซอฟต์พาวเวอร์

คนชุมชนหรือย่านนั้น จัดงานแสดงศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร แฟชัน ดนตรี โดยคนในท้องถิ่นที่จะสามารถออกแบบอีเวนต์เพื่อดึงดูดเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างเงินด้วยตนเอง กรุงเทพฯ จะไม่หลับใหล เปิดตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ทรงพลัง สร้างงาน สร้างเงินให้กับประเทศ

มธุรส เบนท์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตสะพานสูง

มธุรส เบนท์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตสะพานสูง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรุงเทพฯ มีทั้งหมด 50 เขต แต่ละเขตมีจุดเด่นเอกลักษณ์ทางศิลปะและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป เป็นเมืองหลวงสตรีทฟู้ดของโลก การนวดแผนไทยที่ยูเนสโก หรือองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ให้การรับรองว่าเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม กรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต จึงมีศักยภาพที่จะสร้างให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวได้ ภายใต้แนวนโยบาย ส.ก.ของเพื่อไทย คือ “50 เขต 50 ซอฟต์พาวเวอร์” เพื่อให้ชุมชนหรือย่านนั้น ได้จัดงานเผยแพร่วัฒนธรรมและศิลปะของตัวเองในสวนสาธารณะในกรุงเทพฯที่มีถึง 39 แห่ง ถนนคนเดิน หรือจัดในวันหยุดที่โรงเรียนต่างๆ สามารถจัดงานอีเวนต์ได้ตลอดปี

เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตบึงกุ่ม

เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตบึงกุ่ม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัจจุบันภาคเอกชนของกรุงเทพฯ มีศักยภาพพร้อมและขับเคลื่อนกันเองอยู่แล้ว เช่น การจัดตลาดนัดฮิปๆ เทศกาลมโหรสพ การละเล่นงิ้ว คอนเสิร์ตกลางแจ้ง เทศกาลภาพยนตร์ของแต่ละประเทศที่จัดในสถานทูตต่างๆในไทย รวมถึงเทศกาลขนมหวานไทย เขตภาษีเจริญ รวมทั้ง Bangkok Design Week จัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ซึ่งต่อยอดมาจากศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย เป็นการจัดงานที่การออกแบบมาทำให้พื้นที่เศรษฐกิจทั่วกรุงเทพฯ เกิดความน่าสนใจมากขึ้น โดยนโยบาย“50 เขต 50 ซอฟต์พาวเวอร์” การจัดงานแสดงศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร แฟชัน ดนตรี โดยคนในท้องถิ่นที่จะสามารถออกแบบอีเวนต์เพื่อดึงดูดเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างเงินด้วยตนเอง กรุงเทพฯ จะไม่หลับใหล เปิดตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน (24/7) กินร้องเต้นรำกันทั้งวัน เศรษฐกิจกลางคืนจะกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองมั่งคั่ง 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ กลายเป็น Soft Power ที่ทรงพลัง สร้างงาน สร้างเงินให้กับประเทศชาติตามมาแน่นอน

 

ชูสโลแกน ‘เลือกเพื่อไทย เลือกอนาคตที่มั่งคั่งให้คนกรุงเทพ’

 

สำหรับสโลแกนในการลงผู้สมัคร ส.ก.ของเพื่อไทย คือ ‘เลือกเพื่อไทย เลือกอนาคตที่มั่งคั่งให้คนกรุงเทพฯ’ ผ่านนโยบายของว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. จากพรรคเพื่อไทย

ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมส่งว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ครบ 50 เขต ซึ่งผ่านการคัดสรรมาอย่างดี มีทั้งอดีต ส.ก. 8 คน อดีต ส.ข 7 คน เป็นผู้มีประสบการณ์ และยังมีคนรุ่นใหม่ ที่ทำงานเชิงพื้นที่มาอย่างยาวนาน ภายใต้การสนับสนุนของ ส.ส.ในพื้นที่ ซึ่งทำงานสอดประสานกัน ยืนยันต่อพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ว่า หากเลือกเพื่อไทย ได้อนาคตของ กทม. ทั้งนี้ ส.ก. สามารถกำหนดอนาคตของ กทม.ได้ เพราะงบประมาณ 1 แสนล้านบาทต่อปี อยู่ที่การอนุมัติของสภากรุงเทพมหานคร ดังนั้นจึงมีความสำคัญในการตรวจสอบควบคุม เสนอแนะ ฝ่ายบริหารของ กทม. ดังนั้น 22 พฤษภา เข้าคูหา กา ส.ก.ของเพื่อไทย

สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตจอมทอง พรรคเพื่อไทย (เฮียล้าน จอมทอง) กล่าวว่า นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจ กรุงเทพฯไม่มีการจัดการเลือกตั้ง ส.ก.รวม 8 ปี พร้อมกับแต่งตั้ง ส.ก. 30 คน ซึ่งไม่เคยลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวจอมทองสักครั้ง แม้ตนเองจะไม่ได้เป็น ส.ก. แต่ยังคงลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่องมากว่า 20 ปี เสมือนเป็น ‘ส.ก.นอกสภา’ พร้อมตอกย้ำถึงบทบาทหน้าที่ของ ส.ก. ว่าทำหน้าที่เหมือน ส.ส. ของคนกรุงเทพฯ เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ออกข้อบังคับที่เป็นประโยชน์ ช่วยแก้ปัญหาให้คนกรุงเทพฯ พิจารณางบประมาณ ที่ผู้ว่าฯ กทม. เสนอมา ตรวจสอบถ่วงดุล เพื่อประโยชน์สูงสุดของคนกรุงเทพ ซึ่งมีทั้งประชากรจริงและประชากรแฝงทุกคน ดังนั้นการเป็น ส.ก.คือการแก้ปัญหาทั้งในสภา กทม.และนอกสภา ซึ่งคือการลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวกรุงเทพในทันที เช่น การลงพื้นที่ตรวจ ATK เชิงรุก จัดชุดยาเพื่อให้ประชาชนทำ Home isolation ประสานหาเตียง พร้อมย้ำว่า ตนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจจริง ที่จะดูแลคนกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะมีทะเบียนบ้านอยู่กรุงเทพ หรืออยู่อาศัยเพื่อทำมาหากินอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ขอให้ชาวกรุงเทพมั่นใจว่า เลือกเพื่อไทย เลือกอนาคตที่มั่งคั่ง ให้คนกรุงเทพ

“การเป็น ส.ก. แบบเฮียล้าน ไม่ใช่คนที่ลงพื้นที่เฉพาะเวลาใกล้เลือกตั้งแล้วนั่งทำงานในห้องแอร์ แต่คือการเป็นคนพื้นที่ ที่อยู่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชน เข้าถึง พึ่งได้ ไม่นิ่งดูดาย เจอปัญหาต้องหาวิธีแก้ไข ทั้งการออกข้อบังคับต่างๆ ตามกลไก หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้านอกสภา เพราะบางปัญหาต้องแก้ทันที รอไม่ได้” สุทธิชัย กล่าว

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคเพื่อไทย

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เด็ก เยาวชน นักศึกษา รวมถึงแฟนคลับ ได้สะท้อนปัญหาความทุกข์ยากของครอบครัวจากรายได้ลดลง รายจ่ายที่มากขึ้น มองไม่เห็นหนทางในการสร้างตัวอย่างเข้มแข็งมั่นคง มีคนบอกให้ประชาชนอดทนและขยันเพิ่มขึ้น แต่กลับเป็นการซ้ำเติมประชาชน วาทกรรมเก่า ๆว่า ‘ขยันแล้วจะสบาย’ หรือ ‘ลำบากวันนี้ สบายวันหน้า’ เป็นคำโกหก เพราะวันหน้าของประชาชนยาวนานถึง 8 ปี และแม้เข้าปีที่ 8 แล้วก็ยังมาไม่ถึง ยืนยันได้จากข้อมูลทางสถิติของ KISI (เคซี) องค์กรที่ศึกษาเรื่องความสมดุลระหว่างงานและชีวิต ระบุว่า คนกรุงเทพฯ ทำงานหนักเป็นอันดับ 3 ของโลก แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยบอกว่า 7 ปีที่ผ่านมาหนี้เฉลี่ยต่อหัวของคนไทยเพิ่มขึ้นเท่าตัว และ 60% ของคนวัยทำงานอายุ 30 ปี เป็นหนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ปกติ เพราะแม้คนไทยทำงานหนักจนติดอันดับโลก แต่ทรัพย์สินในประเทศกว่า 66% กลับตกไปอยู่กับคนแค่ 1% ของประชากรทั้งหมด

ธีรรัตน์ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้คนกรุงเทพฯ ‘ยิ่งทำยิ่งจน’ แต่คนที่รวยขึ้นกลับเป็นนายทุนอย่างเดียว และ ‘ยิ่งทำยิ่งเจ็บ’ เพราะยิ่งทำงานหนักก็ยิ่งเจ็บทั้งกายทั้งใจ คนกรุงเทพฯ สู้ชีวิตมาก การเลือกตั้งของคนกรุงเทพฯ ในครั้งนี้จึงอยากให้คนกรุงเทพฯ ชนะ พรรคเพื่อไทยมีภารกิจเดียว คือทำให้คนกรุงเทพฯ ที่ทำงานหนักตลอดชีวิต จ่ายถูกลง หาเงินได้มากขึ้น โดยไม่ต้องเหนื่อยไปกว่านี้

พรรคเพื่อไทยขอประกาศภารกิจ “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และกระจายความมั่งคั่งให้คนกรุงเทพฯ” อย่างถ้วนหน้า ผ่านการทำงานสอดประสานกับฝ่ายบริหารในกรุงเทพมหานคร เสนอแนะ ดูแล และผลักดันให้พี่น้องทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น โดยความมั่งคั่งของประชาชน ไม่ใช่ภาระของประชาชนแต่เพียงผู้เดียว แต่เกี่ยวพันถึงการสนับสนุน ดูแล จัดสรรของฝ่ายบริหาร ที่จะกระจายทรัพยากร กระจายโอกาส และแบ่งเบาภาระจากประชาชน ตนเชื่อว่าไม่มีใครอยากจน ผู้มีอำนาจมีหน้าที่ที่จะพาทุกคนออกจากความยากจน ให้มีกิน มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีอนาคต ความมั่งคั่งของประเทศจะต้องถูกปลดแอกจากคน 1% และแจกจ่ายให้เจ้าของประเทศทุกคนอย่างทั่วถึงกัน

พรรคเพื่อไทยจึงขอเปิดตัว 5 นโยบาย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. จากเพื่อไทย ได้แก่

30 บาท ถึงที่หมาย

50 เขต 50 โรงพยาบาล

437 สถานศึกษา พัฒนาสร้างรายได้

กองทุนพัฒนาชุมชน 200,000 บาท

50 เขต 50 ซอฟต์พาวเวอร์

“คนกรุงเทพฯ สู้ชีวิตมาก แต่ชีวิตก็สู้กลับตลอด ค่าแรงขั้นต่ำของคนกรุงเทพฯ คือ 331 บาท แต่ค่ารถไฟฟ้าไปกลับวันละเกือบ 100 บาท 8 ปีที่ผ่านมาเงินเดือนปริญญาตรี ขึ้นแค่ 25% แต่ค่าข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวพุ่งขึ้น 150% เราสู้ชีวิตมาก แต่สู้ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ ยังไงก็ไม่มีทางชนะ ภายใต้ 5 นโยบายของว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. คือความตั้งใจจริงจากพรรคเพื่อไทย ที่มีต่อคนหาเช้ากินค่ำ คนทำงานหนัก คนรุ่นใหม่ที่ยังมองไม่เห็นอนาคตของตนในเมืองหลวงแห่งนี้” ธีรรัตน์ กล่าว

ภายในงานมีประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรค แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ส.ก. วิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. คณะกรรมการบริหารพรรค ส.ส.กทม. และสมาชิกพรรค เข้าร่วมงานด้วย

ในงานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ของเพื่อไทย มีการจัดให้ว่าที่ผู้สมัคร แนะนำตัวพร้อมสโลแกนประจำตัว เช่น ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ก.เขต พญาไท มีสโลแกนประจำตัวว่า ‘สถานีต่อไปพญาไท ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนกรุงเทพให้ดีกว่านี้ได้ที่สถานีนี้ next station เลือกกวี ณ ลำปาง” หรือ “บ้านพักคนชราต้องบางแค แต่ถ้าอยากได้คนเทคแคร์ ต้องเลือกเอกชัย” หรือ “ไม่ว่าตลิ่งจะชันหรือไม่ชัน ขอแค่ได้รับใช้ทุกท่าน นั่นคือความฝันของผม เป็นต้น

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์