นักเศรษฐศาสตร์ชี้สหรัฐฯ ปล่อยคลังน้ำมันสำรองช่วยชะลอราคาตลาดโลกได้แค่ชั่วคราว

'อนุสรณ์ ธรรมใจ' ประเมินการปล่อยคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรช่วยหยุดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกได้ระดับหนึ่ง ราคาน้ำมันดิบ WTI อาจลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลในเดือน พ.ค. ส่งผลราคาขายปลีกน้ำมันประเภทต่างๆหน้าสถานีบริการน้ำมันปรับลงมาต่อเนื่องช่วง 6 เดือนข้างหน้า

3 เม.ย. 2565 รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง และประธานกรรมการบริษัทบางจากไบโอเอทานอล ประเมินการปล่อยคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรอาจช่วยหยุดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกได้ระดับหนึ่ง โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบ WTI ได้ปรับลงมาในระดับต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในขณะนี้และราคาน้ำมันดิบ WTI อาจลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือน พ.ค. ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนืออยู่ที่ระดับ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบดูไบอาจลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลราคาขายปลีกน้ำมันประเภทต่างๆหน้าสถานีบริการน้ำมันปรับลงมาต่อเนื่องช่วง 6 เดือนข้างหน้า ประกอบกับมีความเป็นไปได้ที่ระบอบปูตินรัสเซียต้องการปล่อยน้ำมันด้วยการขายในราคาส่วนลดเพื่อนำเงินไปฟื้นฟูเศรษฐกิจและสนับสนุนการทำสงครามรุกรานยูเครน เป็นอีกปัจจัยหนึ่งกดดันให้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานในตลาดโลกอ่อนตัวลงบ้าง 

ขณะเดียวกันเอเปคพลัสยังคงยึดข้อตกลงเดิมเพิ่มกำลังการผลิตเพียง 432,000 บาร์เรลต่อวัน ปัจจัยนี้ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ราคาน้ำมันเบนซินมีแนวโน้มปรับลงจากการเพิ่มการส่งออกเบนซินของอินเดียและจีนในเดือน เม.ย. ซึ่งคาดว่าได้ประโยชน์จากการซื้อน้ำมันดิบราคาถูกจากรัสเซีย นอกจากนี้ยังเป็นผลจากน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 785,000 บาร์เรลในช่วงปลายเดือนมีนาคม ส่วนราคาน้ำมันดีเซลค่อนข้างทรงตัว การผลิตไบโอเอทานอลมีต้นทุนสูงขึ้นจากราคาพืชพลังงานมีราคาปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคามันสำปะหลัง ราคากากน้ำตาลมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง 

การระบายน้ำมันออกจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ เป็นสัญญาณว่าสหรัฐไม่ได้คาดหวังว่าวิกฤตการณ์ในยูเครนจะได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมองว่าการแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ เป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราวและไม่สามารถแก้ไขการสมดุลอุปสงค์อุปทานเชิงโครงสร้างในตลาดพลังงานโลกได้ ปริมาณน้ำมันดิบที่ปล่อยเพิ่มมาในตลาด 180 ล้านบาร์เรลในระยะ 6 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ประเทศพันธมิตรยังสามารถระบายน้ำมันเพิ่มได้อีกเต็มที่ถึง 50 ล้านบาร์เรล เท่ากับจะมีปริมาณน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นใน 6 เดือนข้างหน้าจากคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์โดยรวม 230 ล้านบาร์เรล น่าจะทำให้ราคาน้ำมันไม่ปรับตัวขึ้นสูงเหนือระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างน้อยในระยะ 6 เดือนข้างหน้า 

รศ.ดร.อนุสรณ์ ระบุว่าแรงกดดันจากราคาพลังงานต่ออัตราเงินเฟ้อโลกเบาลง แต่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆยังคงปรับตัวสูงอยู่อันเป็นผลจากสงครามระบอบปูตินรัสเซียจึงทำให้แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อโลกยังทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับการติดขัดในระบบห่วงโซ่อุปทานและระบบโลจีสติกส์ทำให้วัตถุดิบบางชนิดขาดแคลนและกระจายไปยังแหล่งผลิตสินค้าไม่ทั่วถึง แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะปรับเพิ่มระดับหนึ่งเท่านั้น การปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจจะไม่ได้ช่วยชะลอปัญหาเงินเฟ้อได้มากนัก เพราะเงินเฟ้อเป็นผลจากปัจจัยอุปทาน ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูง มากกว่า ปัจจัยอุปสงค์ กำลังซื้อดึงราคาให้สูงขึ้น การตัดสินใจไม่ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ของ แบงก์ชาติ จึงเป็นการตัดสินใจที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของปัญหาเศรษฐกิจในขณะนี้ 

มาตรการซื้อขายพลังงานรัสเซียในรูปเงินรูเบิลเพียงช่วยประคองค่าเงินรูเบิลแต่ไม่ได้ช่วยแก้วิกฤติเศรษฐกิจรัสเซียจากการคว่ำบาตรดีขึ้น คาดว่า เศรษฐกิจรัสเซียหดตัวไม่ต่ำกว่า 12-15% ผลจากการรุกรานประเทศอื่นและถูกคว่ำบาตร ส่วนยูเครนติดลบไม่น้อยกว่า 35-40% จากผลของสงครามและความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เฉพาะไตรมาสแรกปีนี้ จากการประเมินเบื้องต้นโดยหน่วยงานทางเศรษฐกิจของรัฐบาลยูเครน เศรษฐกิจยูเครนไตรมาสแรกหดตัวไม่ต่ำกว่า 16% โดยสงครามเริ่มเกิดขึ้นวันที่ 24 ก.พ. ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ กิจกรรมทางเศรษฐกิจเกือบทั้งหมดหยุดชะงักเกิดขึ้นอย่างชัดเจนในเดือนมีนาคมซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของไตรมาสแรก สงครามมีแนวโน้มยืดเยื้อต่อไปแต่ไม่ขยายวง สร้างความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจต่อประชาชนยูเครนและรัสเซีย จะมีผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นชาวยูเครนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน นอกจากนี้ อาจเกิดภาวการณ์ขาดแคลนพลังงานในยุโรปหากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสงครามเศรษฐกิจตอบโต้กันเพิ่มขึ้น การขาดแคลนพลังงานอาจถึงขั้นเป็น Energy Supply Disruption ครั้งใหญ่นับตั้งแต่วิกฤตการณ์น้ำมันครั้งที่หนี่งในปี พ.ศ. 2516 

รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวถึงมาตรการของรัสเซียให้ประเทศที่มีพฤติกรรมไม่เป็นมิตรซื้อน้ำมันและพลังงานจากรัสเซียเป็นเงินรูเบิลนั้นจะช่วยพยุงค่าเงินรูเบิลได้ระดับหนึ่งเท่านั้น และเป็นภาวะชั่วคราว การชะลอตัวลงของการดิ่งลงของเงินสกุลรัสเซียเป็นผลจากมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุน (Capital Control) มากกว่า แต่มาตรการนี้ก็ไม่อาจหยุดยั้งการทรุดตัวลงของเงินรูเบิลได้อย่างยั่งยืน เพราะรัสเซียจะประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจจากการคว่ำบาตรและสงคราม โอกาสที่ค่าเงินรัสเซียจะกลับไปอยู่ที่ระดับ 70 กว่ารูเบิลต่อหนึ่งดอลลาร์ในช่วงก่อนสงครามนั้นเป็นไปได้น้อยมากในปีนี้ โดยค่าเงินรูเบิลทรุดหนักในช่วงต้นเดือน มี.ค. โดยดิ่งลงอ่อนค่าสุดไปสู่ระดับ 130-177 รูเบิล มูลค่าหายไปมากกว่า 1 ใน 3 ในช่วงวันที่ 8 มีนาคม อ่อนค่ากว่า 42% (จาก 124 รูเบิลดิ่งลงมาที่ 177.26 รูเบิลต่อดอลลาร์) ก่อนฟื้นกลับมาอยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อรูเบิลจากมาตรการแทรกแซงตลาดของธนาคารกลางพร้อมมาตรการให้ซื้อขายพลังงานในรูปเงินสกุลรูเบิล อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินรูเบิลต่อเงินบาทอยู่ที่ 0.41 บาทต่อ 1 รูเบิล ปัญหาการอ่อนค่าของเงินรูเบิลจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้วิกฤตการณ์เศรษฐกิจรัสเซียหดตัวมีแรงกดดันเงินเฟ้อรุนแรง และเข้าสู่ภาวะ Stagflation อย่างเต็มรูปแบบ 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์