ศูนย์ทนายฯ เผย 16-31 มี.ค. 65 อัยการสั่งฟ้องอีก 4 ราย ในอีก 3 คดีการเมือง

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเผย 16-31 มี.ค. 65 นอกจากมีการยื่นฟ้องคดีมาตรา 112 หลายคดีแล้ว ยังมีคดีจากการชุมนุมหรือแสดงออกทางการเมืองถูกยื่นฟ้องต่อศาลอีก 4 ราย ในอีก 3 คดีการเมือง - ตร.เข้าจับกุม ‘ประชาชนกระบี่’ แจ้ง ม.112 เหตุแปะลิงก์โพสต์จากกลุ่มตลาดหลวง ก่อนศาลให้ประกันตัว - 9 นักกิจกรรมเข้ายื่นหนังสือต่ออัยการ ขอให้ยุติคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง หลังยกฟ้องไปแล้ว 4 คดี ชี้ไม่เป็นประโยชน์สาธารณะ

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2565 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 16-31 มี.ค. 2565 นอกจากมีการยื่นฟ้องคดีมาตรา 112 หลายคดีแล้ว ยังมีคดีจากการชุมนุมหรือแสดงออกทางการเมืองถูกยื่นฟ้องต่อศาลอีก 3 คดี ด้วยกัน เป็นคดี “หมิ่นประมาทผู้อื่น” สืบเนื่องจากการแชร์โพสต์ของเพจ CSI LA เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊ก 1 ราย ถูกฟ้องเป็นรายที่ 5 จากเหตุเดียวกันนี้  อีก 2 คดี เป็นคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการชุมนุมในวันที่ 9 มี.ค. และ 7 ส.ค. 2564 มีนักกิจกรรมถูกฟ้องรวม 3 ราย 

นอกจากนี้ ยังมีคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.จราจรฯ ที่ถูกฟ้องในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2565 อีกคดี เป็นคดีจากการชุมนุมของ REDEM เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2564 มีนักกิจกรรมอีก 3 ราย ตกเป็นจำเลย

อ่านข่าวนี้ฉบับเต็มในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ตร.เข้าจับกุม ‘ประชาชนกระบี่’ แจ้ง ม.112 เหตุแปะลิงก์โพสต์จากกลุ่มตลาดหลวง ก่อนศาลให้ประกันตัว

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2565 เวลาประมาณ 12.37 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้รับแจ้งกรณีของประภัสสร (นามสมมติ) ประชาชนในจังหวัดกระบี่วัย 52 ปี ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตามหมายจับในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ก่อนถูกนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองกระบี่

การจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงหมายจับออกโดยศาลจังหวัดกระบี่ ลงวันที่ 7 ต.ค. 2564 โดยมี พ.ต.ท.โสภณ คงทอง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ เป็นผู้ร้องขอออกหมาย ในข้อหาตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3)

ทั้งนี้ ประภัสสรไม่เคยได้รับหมายเรียกในคดีมาตรา 112 นี้มาก่อน แต่กลับถูกออกหมายจับในทันที เธอเคยถูกดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการเข้าร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบในจังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 โดยเธอเดินทางไปพบตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ และอัยการโดยตลอดในช่วงที่ผ่านมา และเพิ่งถูกสั่งฟ้องคดีต่อศาลแขวงกระบี่เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2565 โดยเธอไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนีใดๆ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับมีการขอออกหมายจับในคดีนี้ และเพิ่งมีการจับกุมโดยหมายจับที่ออกตั้งแต่ 6 เดือนก่อนหน้านี้

ต่อมาในวันที่ 8 ค.ค. เวลา 14.05 น. ศาลจังหวัดกระบี่อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหา แต่อนุญาตให้ประกันตัว โดยให้วางหลักทรัพย์เป็นเงิน 150,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์  พร้อมกำหนดนัดรายงานตัวครั้งต่อไปในวันที่ 20 เม.ย. 2565 ทำให้ประภัสสรได้รับการปล่อยตัวในที่สุด

อ่านข่าวนี้ฉบับเต็มในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

9 นักกิจกรรมเข้ายื่นหนังสือต่ออัยการ ขอให้ยุติคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ร้ายแรง หลังยกฟ้องไปแล้ว 4 คดี ชี้ไม่เป็นประโยชน์สาธารณะ

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2565 กลุ่มนักกิจกรรมทั้งหมด 9 ราย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือที่สำนักอัยการคดีศาลสูง ถนนรัชดาภิเษก และสำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร A ราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ขอให้อัยการไม่อุทธรณ์คดีและถอนฟ้อง ในคดีที่แต่ละคนถูกกล่าวหาจากการชุมนุม #21ตุลาไปอนุสาวรีย์ชัย เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2563 หลังศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้วรวม 4 คดี 

การดำเนินการยื่นหนังสือจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

1. ในเวลา 10.30 ทนายความ และนักกิจกรรม 4 ราย ประกอบไปด้วย ไพศาล จันปาน, วสันต์ กล่ำถาวร, อานันท์ ลุ่มจันทร์ และสุวรรณา ตาลเหล็ก ได้เข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูง ขอให้อัยการไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแขวงดุสิต โดยอ้างคำพิพากษายกฟ้องของศาลแขวงดุสิตที่ได้มีการพิพากษายกฟ้องคดีของทั้ง 4 คน ไปแล้ว 

นอกจากนั้นยังมี “มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ซึ่งเคยเข้ายื่นหนังสือขอให้อัยการสูงสุดไม่อุทธรณ์คดีไปแล้ว และทางอัยการได้มีคำสั่งไม่อุทธรณ์คดีแล้ว เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2565 แต่ยังรอการส่งสำนวนไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้คดีสิ้นสุดลง ได้เดินทางมาร่วมให้กำลังใจกลุ่มนักกิจกรรมด้วย 

ทั้งนี้ ในระหว่างการรอดำเนินการยื่นเอกสารประมาณ 1 ชั่วโมง ได้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) เข้ามาถ่ายภาพกลุ่มนักกิจกรรมอยู่เป็นระยะ โดยบอกว่าถ่ายภาพเช่นนี้อยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ รปภ. ด้วย จากที่มีประจำอยู่ 1 คน เพิ่มเป็น 4 คน

ในหนังสือคำร้องที่มีต่อสำนักอัยการคดีศาลสูง ทั้งสี่นักกิจกรรมได้ขอให้อัยการยุติไม่ยื่น
อุทธรณ์คดี โดยอ้างถึงคำพิพากษายกฟ้องของศาลแขวงดุสิต ซึ่งมีใจความสำคัญว่า “การที่จำเลยเข้าร่วมชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ จึงเป็นการชุมนุมทางการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีผลต่อความมั่งคงของรัฐและความปลอดภัยของสาธารณะ”

จึงขอให้อัยการยุติคดี โดยไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแขวงดุสิต ทั้งในคดีของกลุ่มจำเลยและกลุ่มคดีอื่นในลักษณะเดียวกัน และยังขอให้ถอนฟ้องในกลุ่มคดีลักษณะเดียวกันที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น หรือไม่สั่งฟ้องคดีที่อยู่ในระหว่างพิจารณาคดีด้วย เนื่องจากการอุทธรณ์หรือสั่งฟ้องคดีของกลุ่มจำเลยจะไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน และเป็นการสร้างภาระทางสังคม ตลอดจนสิ้นเปลืองทรัพยากรในกระบวนการยุติธรรมและงบประมาณของประเทศ 

2. ในเวลา 13:30 น. ทนายความ และนักกิจกรรม 5 ราย ประกอบไปด้วย วีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล, ชลธิชา แจ้งเร็ว, อภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์, ชาติชาย แกดำ และ กรกช แสงเย็นพันธ์ ได้เข้ายื่นหนังสือขอให้ยุติการพิจารณาคดีและถอนฟ้อง ต่อสำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร A ราชบุรีดิเรกฤทธิ์ โดยมี “นุ้ย” สื่ออิสระผู้ถูกดำเนินคดี ม.112 กรณีไปร่วมไลฟ์ทำโพลล์ขบวนเสด็จ ได้ร่วมเดินทางมาให้กำลังใจวีรวิชญ์ด้วย โดยบรรยากาศในการยื่นหนังสือเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและรวดเร็ว

ในส่วนการยื่นหนังสือขอให้อัยการสูงสุดพิจารณาถอนฟ้องคดีของนักกิจกรรมแต่ละคน ซึ่งมีเหตุเดียวกันกับคดีที่ยกฟ้องไปแล้วทั้ง 4 คดี แต่อยู่ระหว่างรอการนัดพร้อมและสืบพยานที่ศาลแขวงดุสิต มีใจความสำคัญระบุว่า “ขอให้อำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิของจำเลยในฐานะประชาชนที่ใช้เสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ โดยพิจารณามีคำสั่งถอนฟ้องกลุ่มจำเลยแทนการสั่งฟ้องดำเนินคดี ซึ่งไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบกับความปลอดภัย หรือความมั่นคงของชาติ และต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศแต่อย่างใด”

หลังจากยื่นหนังสือของทั้ง 2 ส่วนเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้รอติดตามการดำเนินการของอัยการคต่อไป ว่าจะดำเนินการยุติการอุทธรณ์และถอนฟ้องคดีหรือไม่

อ่านข่าวนี้ฉบับเต็มในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์