ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ลั่นพร้อมยืนเคียงข้างคนรุ่นใหม่-ขอฝ่าย ปชต.สามัคคีกันไว้

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ปราศรัยในงานครบรอบ 12 ปี รำลึกเหตุการณ์สลายการชุมนุมเสื้อแดง เมื่อ 10 เม.ย. 53 ลั่นคนเสื้อแดงยังไม่ตาย และพร้อมเคียงข้างคนรุ่นใหม่ไปสุดทาง ย้ำฝ่ายประชาธิปไตยต้องสามัคคีกันไว้ 

 

10 เม.ย. 65 สำนักข่าว Voice TV ถ่ายทอดสดบนแพลตฟอร์ม 'ยูทูบ' ติดตามการจัดงานครบรอบ 12 ปี รำลึกการสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ซึ่งมีการจัดกิจกรรมมาตั้งแต่ 13.00 น. 

เวลา 14.40 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขึ้นปราศรัยที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ เบื้องต้น ณัฐวุฒิ ระบุว่า ที่ตนมาจัดงานวันนี้ไม่ใช่การฟื้นฝอยหาตะเข็บเอาปัญหาเก่าขึ้นมา แต่เป็นการฟื้นฝอยหาตะกวดที่สั่งฆ่าประชาชน

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.

"12 ปีที่แล้ว ผม (ณัฐวุฒิ) มักจะพูดและก็ใช้เสียงแบบนี้บนเวทีต่างกรรมต่างวาระ มาวันนี้ครบรอบ 12 ปี จากคนที่เหลือรอดจากการถูกไล่ยิง ไล่ฆ่า ผมจะพูดแบบเดิม ส่งเสียงแบบเดิม ให้คนยิง ให้ไอ้คนสั่งยิงทั้งหลาย ให้รู้ว่าคนเสื้อแดง 'ยังไม่ตาย'" ณัฐวุฒิ กล่าว

ยืนหยัดเคียงข้างคนรุ่นใหม่

ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า แม้ว่าช่วงที่ผ่านมา ตนไม่ค่อยได้ออกมาร่วมกิจกรรมกับการชุมนุมของคนรุ่นใหม่ แต่อยากบอกว่าคนเสื้อแดงเคียงข้างอยู่กับคนรุ่นใหม่ตลอดเวลา คนเสื้อแดงอาจไม่สามารถให้ความปลอดภัยได้ แต่อ้อมกอดของคนเสื้อแดง คืออ้อมกอดที่จริงใจ และไม่มีวันคลายอ้อมกอดแก่ลูกหลานที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

ณัฐวุฒิ ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีหลายคนพยายามเตือนเขาให้อยู่ห่างจากการชุมนุมคนรุ่นใหม่ เพราะถ้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวอาจมีอันตรายทั้ง 2 ฝ่าย แต่ตนขอยืนยันคำเดิมว่าไม่มีอะไรมาสั่นคลอนจุดยืนของคนเสื้อแดงได้ที่จะยืนเคียงข้างคนรุ่นใหม่ได้  

"เจ็บก็เจ็บด้วยกันไอ้น้อง ไม่มีปัญหา …คนเสื้อแดงสู้มาแล้ว 10 กว่าปี จะทิ้งลูกทิ้งหลานวันนี้ได้ยังไง เพราะเราเคยเจ็บมาก่อน เราเคยตายมาก่อน ไอ้คนพวกนี้มันทำผังล้มเจ้า ใส่ชื่อผม (ผู้สื่อข่าว - ณัฐวุฒิ) ใส่ชื่อพวกเรามากมาย บอกว่าพวกนี้คิดร้ายทำลายบ้านเมือง ประสงค์ร้ายต่อสถาบัน เผยแพร่ผังล้มเจ้า กระพือโหมจนคนบางคนหลงเชื่อ เปิดหัวใจให้ฆ่าได้ ฆ่าแล้วก็ออกมาล้างถนน และก็เดินหน้าชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นต่อไป …และวันนี้ คุณกล่าวหาลูกหลานคนหนุ่มคนสาวในข้อหาแบบเดียวกัน คุณจะให้ผมผลักไสลูกหลานไปให้พวกมึงฆ่าเหมือนฆ่าพวกกู กูทำไม่ได้" แกนนำ นปช. ระบุ 

ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า 12 ปีมาแล้วที่เราพิสูจน์แล้วว่า เราต้องการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคเท่าเทียม และประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง คนเท่ากับคน ไม่มีอำนาจนอกระบบไหนมาแทรกแซงได้ ทุกองค์กรทุกอำนาจอยู่เป็นที่เป็นทาง อย่าก้าวก่ายซึ่งกันและกัน พร้อมย้ำว่าเราไม่เคยคิดร้ายต่อใคร หรือสถาบันใดๆ แต่ผู้มีอำนาจกำลังเอาข้อหาแบบเดียวกับที่เคยใช้กับคนเสื้อแดงมาใช้กับคนรุ่นใหม่ 

"วันนี้ต้องยืนเคียงข้างกัน เราต้องเชื่อมั่นในหลักการที่ถูกต้องด้วยกัน ถ้า 12 ปีที่แล้ว เราถูกฆ่า ปัจจุบันมาปีนี้ลูกหลานเราต้องไม่ประสบชะตากรรมแบบเดียวกัน ต้องปกป้องลูกหลานเราไว้" แกนนำ นปช. กล่าว 

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.

ณัฐวุฒิ ฝากข้อความถึงผู้มีอำนาจ และผู้ที่กดทับบ้านเมือง คุณกำลังฝืนธรรมชาติ กฎเกณฑ์แห่งการเปลี่ยนแปลง เมื่อสังคมลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อความเปลี่ยนแปลง จะไม่มีการหยุดนิ่งอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่เป็นพลังอันชอบธรรม ที่กล้าลุกขึ้นท้าทายอำนาจจอมปลอม 

วันนี้ประชาชนอาจจะทำอะไรไม่ได้ เพราะคุณยังอยู่ในอำนาจ แต่อีก 5-10 ปี 20 ปีข้างหน้า ต่อให้คุณตายไปแล้ว คนรุ่นใหม่ก็จะขุดวิญญาณคุณมาถ่มถุยให้ย่อยยับลงไป และยืนยันว่า 10-15 ปีข้างหน้าจะไม่มีประชาชนจัดงานรำลึกประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่จะจัดงานรำลึกให้ประชาชนด้วยกัน แล้วเครือข่ายอำนาจ เครือข่ายอิทธิพลใดก็ตามที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลปัจจุบัน อยู่เบื้องหลังคณะรัฐประหาร ขอให้คุณได้ทราบทั่วกันว่าคุณหาได้อยู่หลังหรือไม่ คุณถูกประชาชนลากมาอยู่เบื้องหน้าตั้งนานแทบทั้งหมดแล้ว  

ทางออกอย่างสันติจากความขัดแย้งนี้มีทางเดียวคือต้องรับฟังกัน ผู้มีอำนาจต้องเห็นประชาชนเป็นพี่น้อง เห็นเยาวชนเป็นลูกหลาน คุณรักลูกคุณยังไง คุณก็ต้องเห็นลูกหลานเป็นชาวบ้านที่ออกมาเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง เป็นลูกหลานเช่นนั้น ทีกับลูกตัวเองทำผิดทำพลาดยังไง ก็บอกว่าต้องให้โอกาสเด็ก ต้องประคับประคองเด็ก ต้องสงสารเด็ก ทีกับลูกชาวบ้านออกมาชู 3 นิ้ว ก็เอาไม้ตี เอาน้ำฉีด เอาไปคุมขัง  

ถอดบทเรียนคนเสื้อแดง

ณัฐวุฒิ ระบุว่า ตนอยากฝากข้อความไปถึงคนรุ่นใหม่ แม้ว่าการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่เป็นความชอบธรรมในโลกปัจจุบัน แต่ข้างหน้ามีอุปสรรคและอันตรายรอยู่ ขอให้ทุกคนสู้ด้วยความรอบคอบ รัดกุม เอาประสบการณ์ที่ผ่านมา 2-3 ปี มาสรุปและถอดบทเรียน เอาบทเรียนจากการชุมนุมคนเสื้อแดงมาคิดอ่านให้ตกผลึก เพื่อเดินต่อไป คนรุ่นใหม่เสียสละและกล้าหาญกันมามาก แต่อย่าเดินเข้าพื้นที่สังหาร อย่าเดินไปเป็นเหยื่อของความโหดร้ายรุนแรงเหมือนที่คนเสื้อแดงถูกกระทำมา ชีวิตของคนรุ่นใหม่มีค่า วันเวลาอยู่ข้างคนรุ่นใหม่ ความชอบธรรม และหลักการที่ถูกต้องอยู่ข้างคนรุ่นใหม่ ถ้าอำนาจใดไม่สำนึกถึงเสียงคนรุ่นใหม่ วันหนึ่งเขาจะเผชิญกับพลังที่แข็งกล้ากว่านี้มากจากคนรุ่นใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

"น้องๆ ที่สู้กันต่อ อะไรที่เป็นเรื่องงดงาม และมีคุณค่าของคนเสื้อแดง น้องเอาไปใช้ อะไรที่เป็นข้ออ่อน และต้องปรับปรุง เราจะต้องเอาไปคิด พัฒนากันต่อไป คนเสื้อแดงอาจจะไม่เก่งกาจ อาจจะไม่ฉลาดแหลมคม แต่คนเสื้อแดงเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้ ไม่มีวันหักหลัง" ณัฐวุฒิ ระบุ

ขอฝั่งประชาธิปไตยสามัคคีกัน

แกนนำ นปช. กล่าวต่อว่า ขอให้ประชาชนผู้ถวิลหาประชาธิปไตยสามัคคีกันไว้ไม่ว่าบริบททางการเมืองจะเป็นอย่างไร แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งใหญ่ และการเมืองตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่ถึงนี้ อย่าลืมว่าประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยทุกคนยังคงเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องกัน เรื่องนี้อย่าให้เปลี่ยนแปลงไป 

เขาขอยืนยันว่าที่พูดไป ไม่ได้พูดเล่น ฉันใดฉันนั้น ในขบวนการประชาธิปไตย แม้แต่คนใส่เสื้อสีแดงก็มีของปลอมเจือปน ในทุกพรรคการเมืองก็ไม่เชื่อว่าพรรคไหนจะมีของจริงทั้งหมด และมีของปลอมทั้งหมด ดังนั้น ก็สุดแท้แต่เงื่อนไขของสถานการณ์พากันไป แต่หัวใจของฝ่ายประชาธิปไตยยังต้องทำภารกิจใหญ่ด้วยกันอีกมาก การสามัคคีในความรู้สึก สามัคคีในทางวิธีคิด แม้ว่าจะมีความแตกต่างบางแง่บางมุม แต่ยังหวังให้หันหน้าไปทางเดียวกันได้ 

"เขาบอกว่าคนฝั่งประชาธิปไตยเป็นคนตาสว่าง ผมก็อยากจะบอกต่อว่า ถ้าตาสว่าง เราก็อย่าหน้ามืด มองให้ชัดว่าอันไหนมิตร อันไหนศัตรู ถ้ามิตรก็คือมิตร ถ้าศัตรูก็ต้องสู้กัน ไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตยหันมาเผชิญหน้ากัน แต่ต้องหันหลังพิงระวังภัยให้กันและกันไปจนตลอดเส้นทาง" ณัฐวุฒิ กล่าว

แกนนำ นปช. สำทับว่า ภารกิจสำคัญในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย คือการสามัคคี คนที่เห็นด้วยกับเราก็ต้องสามัคคี ที่เห็นต่างถ้าเชื่อมประสานกันได้ ก็อย่าได้ผลักไส นี่ไม่ใช่โลกสวย นี่ไม่ใช่ดราม่า แต่ถ้าคิดจะเอาชนะ ต้องข้ามพ้นความรู้สึกเหล่านี้ไปให้ได้ สามัคคีเต็มกำลังยังเอาชนะไม่ได้ แต่หากขาดซึ่งสามัคคีไปด้วยแล้ว ก็จะยิ่งกลายเป็นยากเข็ญขึ้นไปใหญ่ อะไรที่จะเกิดขึ้น เสรีภาพทางการเมืองเป็นของพี่น้อง แต่เส้นทางการเมืองเพื่อประชาธิปไตย ถ้าตราบใดยังเดินไปทางเดียวกัน ใครจะวิ่ง ใครจะเดิน ใครจะคลาน ใครจะนั่งอยู่ข้างทาง ก็อย่าเยาะเย้ยถากถางกันเลย เพราะแต่ละคน แต่ละหัวใจ มันทำภารกิจในการต่อสู้ได้ไม่เหมือนและไม่เท่ากัน

"คนจำนวนไม่น้อยรักษาจุดยืนตัวเองเอาไว้ รักษาความเป็นคนเสื้อแดงไว้ รักษาเกียรติยศของประชาชนไว้ ก็แทบจะทุ่มเท และแลกด้วยทั้งชีวิตของตัวเองที่ยากแค้น คนเหล่านี้ไม่ได้เล็กหรือด้อยไปกว่าคนที่สูงในอำนาจ การศึกษามาก ทรัพย์ศฤงคารมากมาย และบอกว่าแค่ออกมาชุมนุม นั่งรถแป๊บเดียวก็ถึง ก็ง่าย มันไม่เหมือนกัน ผมติดคุกแล้ว 3 รอบ ก็เลยเก่งกว่าเพื่อน แบบนี้มันพูดไม่ได้ ไม่ได้ดีกว่า" ณัฐวุฒิ กล่าว

บางคนเจอเจอเพื่อนร่วมที่เคยสู้ด้วยกัน บอกว่าไม่ออกมาแล้ว เหตุผลเพราะเขาทำงานมอเตอร์ไซค์รับจ้าง มาสู้ที่ราชประสงค์ ถูกตำรวจยึดมอเตอร์ไซค์ ไม่มีเงินดาวน์คันใหม่ หรือหาเสื้อวินไม่ได้ จะไปดูแคลนว่าเขาเสียแค่มอเตอร์ไซค์ แต่คนอื่นเสียชีวิตไม่ได้ ชีวิตคนมีต้นทุนไม่เท่ากัน แต่หัวใจอันเดียวกัน จิตวิญญาณต่อสู้เดียวกัน อันนี้สำคัญกว่า บนเส้นทางของการต่อสู้ไม่มีใครแน่กว่าใคร ไม่มีใครเสียสละกว่าใคร ไม่มีใครกล้าหาญกว่าใคร ไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่าใคร

“พี่น้องครับวันนี้เข้าใจว่ายังมีกิจกรรมอีกหลากหลายรูปแบบ จากน้องๆ คนหนุ่มสาวทุกๆ คน เขามาให้เกียรติคนเสื้อแดง รำลึกให้คนเสื้อแดง ตากแดดให้คนเสื้อแดง มาเป็นเวลานาน โห่ร้องให้กับคนเสื้อแดงมายาวนาน ดังนั้น พี่น้องคนเสื้อแดง ที่ร่วมเป็นร่วมมาสิบกว่าปี โห่ร้องให้กับคนหนุ่มสาวลูกหลานเรา… นักการเมืองบางคนมันชู 3 นิ้วไม่ได้ ผมจะชูสามนิ้วให้ ใครมีปัญหาอะไรไหม” ณัฐวุฒิ กล่าว  

ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้มีคนขอให้เขากลับมานำขบวนการเรียกร้องทางการเมืองอีกครั้ง แต่เขาเชื่อว่ายุคสมัยของเขาได้พัดผ่านไปแล้ว แต่เขาขอเป็นสะพานเชื่อม และเป็นเพื่อนคอยระวังหลังไปตลอดทาง  

“คนเสื้อแดงกลับมา เพราะลูกหลานเขาเรียกหา คนรุ่นหลานเขาหยิบยื่นเกียรติให้ ผมเป็นหนี้บุญคุณของคนรุ่นหลาน และหากมีกิจหนึ่งการใดที่พอจะเป็นประโยชน์ได้ ก็ขอให้ส่งเสียงมา” 

“ขอบคุณจริงๆ สำหรับ 12 ปีของความสูญเสีย ของพี่น้องคนเสื้อแดง มันเหน็บหนาว มันเจ็บปวด และมันอบอุ่นเอามากๆ ใน 2 ปีหลัง มันอบอุ่นมากๆ ด้วยอ้อมกอดคนรุ่นใหม่” ณัฐวุฒิ ทิ้งท้าย

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์