ตร.ไทยจับกุมผู้ลี้ภัยเวียดนาม ขณะกำลังขอเอกสารจาก สตช.เพื่อลี้ภัยไปแคนาดา

สำนักข่าว RFA รายงานว่า 'ชู มันห์ ซอน' รวมถึงสมาชิกครอบครัว ซึ่งมีสถานะผู้ลี้ภัยขององค์การสหประชาชาติ ยังไม่รู้ว่าจะถูกส่งตัวกลับไปรับโทษจำคุกที่เวียดนามหรือไม่ หลังถูกตำรวจไทยจับกุมตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา ระหว่างที่กำลังขอเอกสาร ณ ที่ทำการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในกรุงเทพ เพื่อประกอบการขอลี้ภัยไปยังแคนาดา

จากซ้ายไปขวา ชู มันห์ ซอน, เหงียน ธิ เลียน และ เหงียน วัน เตม บนรถห้องขังหลังจากถูกตำรวจไทยจับกุมตัวเมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา ภาพจากเฟซบุ๊กของ Mary Phuong

เขาเล่าว่าตำรวจไทยขอดูหนังสือเดินทางของเขา แต่เขาไม่ได้นำติดตัวมาด้วย เนื่องจากสถานการณ์บังคับให้เขาต้องออกจากเวียดนามมาตั้งแต่ พ.ศ. 2560 หลังถูกศาลเวียดนามตัดสินจำคุกเป็นเวลา 30 เดือน ในข้อหา "ดำเนินการโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐ"

ชู มันห์ ซอนระบุว่าขณะนี้เขาถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์ตรวจคนเข้าเมืองของไทย และอาจถูกผลักดันออกนอกประเทศ โดยเขาถูกจับอยู่พร้อมกับผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามอีก 4 คน ขณะที่พวกเขาเดินทางไปยังสำนักงานของตำรวจด้วยเหตุผลเดียวกัน

"เมื่อผมและเพื่อนของผม นายเตม และนางเลียน เดินทางไปที่สำนักงานฝ่ายกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอประวัติการกระทำผิดของพวกเรา พวกเขาก็ขอเอกสารส่วนตัวของเรา" ชู มันห์ ซอนบอกกับ RFA จากศูนย์ควบคุมตัวตรวจคนเข้าเมือง "ผมให้บัตรยูเอ็นกับพวกเขา แต่พวกเขาขอหนังสือเดินทางของผม ซึ่งผมไม่มี"

เงียด วัน เตม, เงียน ทิ เลียน, และลูกอีก 2 คน ได้แก่ เงียน เทียน ดัต (อายุ 16 ปี) และฟิลิป เงียน นัต นัม (อายุ 5 เดือน) ก็ไม่มีหนังสือเดินทางเช่นกัน

"หลังจากนั้น พวกเขาก็ขอให้เราอยู่ที่นั่น แล้วโทรหาตำรวจตรวจคนเข้าเมือง" ชู มันห์ ชอน กล่าว พร้อมเสริมว่าตำรวจเป็นผู้พาพวกเขาไปที่ศูนย์ควบคุมตัวตรวจคนเข้าเมือง

RFA เล่าว่าผู้เห็นต่างจากรัฐบาลเวียดนามมักหนีมายังประเทศไทยก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกรังแกจากรัฐบาลด้วยเหตุผลทางการเมืองและเหตุผลทางศาสนา อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีสนธิสัญญาผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494 ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งห้ามไม่ให้ส่งผู้ลี้ภัยกลับไปยังประเทศภูมิลำเนา หากผู้ลี้ภัยเผชิญกับอันตรายต่อชีวิตหรือเสรีภาพของตนเอง ดังนั้น คนที่หนีมายังประเทศไทยเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกข่มเหงรังแกจึงเผชิญกับความเสี่ยงจากการถูกจับกุมโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และถูกมองว่าเป็นผู้ลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย

ชู มันห์ ซอน เล่าว่าผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามทั้ง 5 คน รวมถึงตนเองต้องไปขึ้นศาล และถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่าพำนักอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย และ "เมื่อเช้าวันที่ 9 เม.ย. ตำรวจพาเราไปไต่สวน โดยเราถูกปรับเงินคนละ 10,000 บาท ผมต้องจ่ายเพิ่ม 10,000 บาท เพราะผมเข้ามาในประเทศแบบผิดกฎหมาย หลังจากจ่ายค่าปรับแล้ว เราถูกนำตัวกลับไปยังศูนย์ควบคุมตัวแห่งหนึ่ง"

คดีของชู มันห์ ซอนในเวียดนาม เกี่ยวข้องกับเยาวชนชาวคริสต์คาทอลิก และโปรเตสแตนต์ 14 คน เขาระบุว่าครอบครัวของเขาหนีออกจากเวียดนามและเข้ามายังประเทศไทยใน พ.ศ. 2560 เพื่อหลีกเลี่ยงโทษจำคุก

"ในฐานะอดีตผู้มีความเห็นต่างทางการเมืองซึ่งถูกตามตัวโดยตำรวจเวียดนาม หากผมถูกส่งตัวกลับเวียดนาม ผมจะเผชิญกับโทษที่รุนแรงอย่างมาก" ชู มันห์ ซอน กล่าว

ขณะนี้ RFA ยังไม่สามารถติดต่อทางการไทย เพื่อหาคำตอบได้ว่าชู มันห์ ซอน และผู้ลี้ภัยชาวเวียดนามคนอื่นๆ จะถูกส่งตัวกลับประเทศหรือไม่ ขณะที่ฝ่ายคุ้มครองผู้ลี้ภัยของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านผู้ลี้ภัยขององค์การสหประชาชาติในประเทศไทย ก็ยังปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับ RFA เกี่ยวกับบุคคลเหล่านี้ เนื่องด้วยเหตุผลทางด้านชั้นความลับของข้อมูลเช่นกัน

 

แปลและเรียบเรียงจาก

Thai authorities detain Vietnamese dissident with UN refugee status

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์