'ชัชชาติ' โต้ข่าวตั้งรองผู้ว่าฯ โยง 'เพื่อไทย' เป็นข่าวเท็จ - 'วิโรจน์' ลงพื้นที่ตลาดดินแดงย้ำนโยบาย 'คนทุกคนเท่ากัน'

'ชัชชาติ' หาเสียงย่านทุ่งครุเล็งสร้างงานผู้สูงอายุ โต้ข่าวตั้งรองผู้ว่าฯ โยงพรรคเพื่อไทยเป็นข่าวเท็จ อย่าแชร์ผิดกฎหมาย - 'วิโรจน์' ลงพื้นที่ตลาดดินแดงย้ำนโยบาย 'คนทุกคนเท่ากัน' - 'สุชัชวีร์' คุยธุรกิจร้านอาหารกลางคืน ชี้ต้องเร่งแก้โควิด ดึงนักท่องเที่ยว - 'อัศวิน' ประกาศลั่นเลือกแล้วไม่ผิดหวัง จะพยายามนำความเจริญมาให้คน กทม.มากที่สุด


ชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 8 (แฟ้มภาพ)

16 เม.ย. 2565 เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่านายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 8 ลงพื้นที่หาเสียงย่านทุ่งครุเป็นครั้งที่ 2  ทักทายประชาชนในพื้นที่ตลาดใหม่ทุ่งครุ พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ จากนั้นขึ้นขบวนรถแห่ EV หาเสียงบริเวณซอยประชาอุทิศ 61 ถึงซอยประชาอุทิศ 79 ก่อนเดินทางพบพี่น้องประชาชาชนบริเวณหมู่บ้านวิเศษสุข และเดินทางต่อไปยังชุมชนดารีซีน เพื่อพูดคุยกับกรรมการชุมชน เสนอนโยบายจัดให้มีชมรมผู้สูงอายุ รองรับผู้สูงอายุในพื้นที่ที่มีจำนวนมาก

นายชัชชาติ กล่าวถึงการลงพื้นที่เขตทุ่งครุ เป็นครั้งที่ 2 ว่าเป็นการปรับกลยุทธ์และเพื่อลงรายละเอียดเพิ่มเติม พื้นที่ทุ่งครุเป็นจุดที่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม เพราะเป็นเขตต้นของแม่น้ำเจ้าพระยาและมีปัญหาเรื่องยาเสพติดเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีคนเข้าออกเยอะ สภาพเศรษฐกิจที่แย่ลงทำให้ปัญหายาเสพติดมีความรุนแรงขึ้น พร้อมทั้งเสนอนโยบายในการตั้งชมรมผู้สูงอายุ ให้กระจายไปในทุกชุมชนทั่วกรุงเทพฯ เนื่องจากผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีคุณค่าและเป็นสมบัติของชุมชน จึงไม่ควรปล่อยให้กลุ่มผู้สูงอายุอยู่ติดบ้าน ควรสร้างกิจกรรมทั้งในด้านสุขภาพ และด้านนันทนาการให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ

"พยายามสร้างงานให้ผู้สูงอายุ หลายท่านมีความสามารถเช่น เย็บผ้า ทำขนม แต่ไม่สามารถหาตลาดได้ ถ้ากทม. สามารถหาตลาดให้ได้ ทำให้ผู้สูงอายุมีรายได้ไม่ต้องรอเงินช่วยเหลืออย่างเดียว ผมเชื่อว่าจะทำให้ผู้สูงอายุมีความสุข และสนุกในการอยู่ร่วมกันมากขึ้น" นายชัชชาติกล่าว

ทั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมรายชื่อทีมรองผู้ว่าฯ ที่เชื่อมโยงกับพรรคเพื่อไทยว่า ยืนยันเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง รายชื่อที่ปรากฎไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันโดยสิ้นเชิง มีเพียง ดร.ยุ้ย เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ที่อยู่ในทีมผู้ช่วยหาเสียง แต่ไม่ได้มีการระบุว่าจะให้รับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ ส่วนรายชื่ออีก 3 นั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องและเป็นข่าวปลอม หากได้รับข้อความก็ไม่ควรส่งต่อให้ผู้อื่น เนื่องจากไม่เป็นความจริง และมีความผิดทางกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในโซเชียลมีเดียวมีการเผยแพร่รายชื่อรองผู้ว่าฯกทม. ในทีมชัชชาติ ได้แก่ นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองเพื่อไทย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาคกทม. พรรคเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผอ.การเลือกตั้งส.ก.พรรคเพื่อไทย และ ดร.ยุ้ย เกษรา 

'วิโรจน์' ลงพื้นที่ตลาดดินแดงย้ำนโยบาย 'คนทุกคนเท่ากัน'

Thai PBS รายงานว่านายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร หมายเลข 5 ของพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ตลาดดินแดงประชาสงเคราะห์ เขตดินแดง พร้อมกล่าวถึงนโยบายดูแลสวัสดิการชาวกทม.โดยเฉพาะผู้สูงอายุ พ่อแม่ที่มีเด็กเล็ก และผู้พิการ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างรัฐสวัสดิการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปสู่การเติมกำลังซื้อ และเติมกำลังการบริโภคเพื่อให้คนกล้าซื้อ

“เมืองที่คนกล้าซื้อ จะนำไปสู่เมืองที่คนกล้าลงทุน และทำให้ระบบเศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน ทั้งหมดเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ กทม.เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา ไม่ใช่เมืองที่เน้นแต่ทัศนียภาพ และสิ่งปลูกสร้าง แต่ไร้ผู้คนและกิจกรรม”

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ส่วนที่มีกระแสวิจารณ์กลยุทธ์ การหาเสียงที่ไปเน้นกลุ่มประชาชนที่อาจไม่ได้มีภูมิลำเนาในกรุงเทพฯ และไม่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นโยบายของพรรคก้าวไกลเน้นเรื่องคนทุกคนเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในกทม.หรือไม่ก็ตาม เพราะกทม.เป็นเมืองที่มีการเลื่อนไหลของประชากร ดังนั้นจะพัฒนากทม.เฉพาะคนที่มีทะเบียนบ้านไม่ได้ เช่น การปรับปรุงทางเท้า เพื่อให้ทุกคนใช้ประโยชน์สาธารณะร่วมกัน

ส่วนนโยบายเรื่องของการดูแลความปลอดภัยใน กทม.ต้องดูแลประชาชนทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพศใด ช่วงวัยใดให้ไดัความปลอดภัยในการใช้ชีวิตอยู่ในกทม.เท่ากันหมด

“สิ่งแรกที่ต้องทำคือการปรับปรุงระบบกล้อง CCTV กทม.จะต้องมีความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงข้อมูลระบบกล้อง CCTV และกล้องต้องไม่ได้รับความเสียหาย หากเกิดเหตุต่างๆต้องสามารถให้บริการประชาชนในการตรวจสอบข้อมูลได้”

'สุชัชวีร์' คุยธุรกิจร้านอาหารกลางคืน ชี้ต้องเร่งแก้โควิด ดึงนักท่องเที่ยว

TOP News รายงานว่าเมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 เม.ย. 2565 ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 4 พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยหลังจากไปรับฟังปัญหาและอุปสรรคจากผู้ประกอบการสมาคมธุรกิจการค้าร้านอาหารกลางคืน พนักงานเสิร์ฟ และนักดนตรี โดยมี ดร.ญาณี เลยวานิชเจริญ เลขาสมาคมธุรกิจร้านอาหารกลางคืน นายณพลเดช เหตระกูล กรรมการสมาคมฯ ร่วมพูดคุย

โดย ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า เมื่อตนได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่า กทม. เรื่องแรกที่ตั้งใจจะจัดการคือ จะลงไปต่อสู้กับโควิดอย่างเข้มข้น ด้วยการเสริมกำลังบุคลากรทางการแพทย์ และเครื่องมือแพทย์อย่างทั่วถึง เพราะเมื่อ กทม. แก้ปัญหาเรื่องโควิดได้ จะทำให้นักท่องเที่ยวกลับมา คนไม่ตกงาน เกิดการจ้างงานได้อีกหลายพันตำแหน่ง และบุคลากรทางการแพทย์สามารถรักษาโรคอื่นๆ ได้ด้วย

ด้านตัวแทนผู้ประกอบการสมาคมธุรกิจอาหารกลางคืน ได้แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์โควิด 19 โดยเฉพาะในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ว่าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในกรุงเทพมหานคร และขณะนี้กทม. เองยังไม่มีมาตรการรองรับในเรื่องดังกล่าว จึงได้ตั้งข้อสังเกต 3 เรื่อง ประกอบด้วย

1. ความสะอาด ในเรื่องการจัดการความสะอาดนั้น ที่ผ่านมาผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินให้ กทม. เพิ่มเป็นพิเศษ จึงจะได้รับการดูแลและมาเก็บขยะ ทั้งที่เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของ กทม. ที่ต้องดูแลด้านสุขอนามัย และความสะอาดให้กับพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว

2. มาตรการเยียวยาในอนาคต ด้วยอำนาจของ กทม. ในการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่ ดังนั้น กทม. ควรพิจารณาใช้มาตรการด้านภาษี อาทิ การลดภาษีที่ดินบางส่วน เพื่อเป็นการส่งเสริมร้านอาหารที่ทำความดี และทำได้ตามเงื่อนไขมาตรการภาครัฐ

3. กทม. ควรจัดตั้งรางวัลการทำความดี เพื่อเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารกลางคืนที่สามารถปฏิบัติได้ตามเงื่อนไขรางวัล อาทิ รางวัลร้านสะอาด รางวัลร้านอาหารปลอดภัย ซึ่งร้านสามารถใช้รางวัลดังกล่าวสร้างชื่อเสียง เพิ่มยอดขายได้ต่อไป

'อัศวิน' ประกาศลั่นเลือกแล้วไม่ผิดหวัง จะพยายามนำความเจริญมาให้คน กทม.มากที่สุด

มติชนออนไลน์ รายงานว่าที่วัดแสนเกษม เขตหนองจอก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 6 ร่วมทำบุญกับพี่น้องประชาชน ย่านคลอง 13 เนื่องจากวันนี้เป็นวันพระ มีพี่น้องประชาชนมาทำบุญที่วัดเป็นจำนวนมาก จึงถือโอกาสร่วมพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่มาทำบุญ และแนะนำตัวในฐานะผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ที่ขันอาสามารับใช้เพื่อสานการทำงานต่อให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า วันนี้เป็นวันพระ จึงมาร่วมทำบุญกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ พูดคุยในฐานะที่เคยดูแลพี่น้องประชาชนในโซนพื้นที่กรุงเทพฯฝั่งตะวันออก 8-9 เขต ตนเคยดูแลมาตลอด ทั้งเรื่องถนนหนทาง คลองต่างๆ ที่เคยทำในพื้นที่ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนเพราะเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลจากใจกลางเมือง ซึ่งการเดินทางสมัยก่อนเพื่อเข้าพื้นที่กรุงเทพฯชั้นในใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ตอนนี้ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษเท่านั้น และได้มาทำถนนให้หลายเส้นทาง ที่ทำเสร็จไปแล้วก็เยอะ ที่ยังไม่เสร็จก็ยังมี ตามตรอกซอกซอยก็มาทำถนนให้

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ถ้าถามว่าเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือยัง ยังมีที่ยังไม่เสร็จ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯในครั้งนี้ เพราะอยากให้พื้นที่นี้เจริญกว่านี้ และคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีกว่านี้ ทั้งเรื่องการขยายโรงพยาบาลคลองสามวา และโรงพยาบาลบางนา เพราะเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลโรงพยาบาลในเมืองมาก พี่น้องประชาชนแถบตะเข็บกรุงเทพฯบางครั้งเจ็บป่วย ไม่สบาย ต้องเดินทางไปถึงบางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เลยก็มี

ผู้สื่อข่าวถามว่าพื้นที่ในเมืองและพื้นที่รอบนอกที่มีความแตกต่างกัน มีนโยบายดูแลอย่างไร พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า พื้นที่ตรงนี้ถือเป็นชนบท ถ้าเปรียบเป็นไข่ 1 ฟอง ส่วนตรงกลางก็เหมือนไข่แดง ส่วนตะเข็บก็เหมือนไข่ขาว เพราะฉะนั้นจะสังเกตได้ว่าไข่ขาวอยู่ห่างไกลจากจุดศูนย์กลาง

“การดูแลไข่ขาวให้มันดีนั้นจะทำอย่างไร ก่อนหน้านี้คนก็จะกินแต่ไข่แดง ไข่ขาวก็ไม่ค่อยกินกัน ต้องทำให้คุณภาพกับไข่ขาวกับไข่แดงมีคุณภาพเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้น เมื่อเป็นกรุงเทพฯเหมือนกัน ก็อยากจะให้ทั้ง 50 เขตไม่มีความแตกต่างกัน จะพยายามเอาความเจริญมาให้ชาวกรุงเทพฯให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ยืนยันว่าจะดูแลพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯทั้งหมดทุกพื้นที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นประชากรที่มีทะเบียนบ้านในกรุงเทพฯเกือบ 6 ล้านคน และประชากรแฝงอีกประมาณ 5 ล้านคน รวมแล้วประมาณเกือบ 11 ล้านคน

“ไม่ได้คิดว่านี่คือคนกรุงเทพฯ หรือนี่คือคนที่มีทะเบียนบ้านอยู่ที่อื่นที่เข้ามาทำมาหากินในกรุงเทพฯ เราต้องดูแล ผมบอกไว้ได้เลยว่าทุกคนคือคนไทย ต้องให้มีความเท่าเทียมกัน เราก็เป็นคนไทยด้วยกัน เราต้องช่วยกันดูแล” พล.ต.อ.อัศวินกล่าว และว่า พี่น้องประชาชนในพื้นที่จะไม่ผิดหวัง ถ้าเลือกอัศวิน ขวัญเมือง เป็นผู้ว่าฯอย่างแน่นอน

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์