'สีดาลุยไฟ' หน้าประชาธิปัตย์ 'รัชดา' ย้ำพรรคไม่ปกป้องคนทำผิด

กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก กลุ่มเฟมินิสต์ฟูฟู และนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรมทางเพศ บุกเต้น "สีดาลุยไฟ" หน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศและวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดในการข่มขืน ด้านรัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำพรรคไม่ปกป้องคนทำผิด

กิจกรรม "สีดาลุยไฟ" หน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์

18 เม.ย. 2565 เวลา 10.00 น. กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก กลุ่มเฟมินิสต์ฟูฟู และนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรมทางเพศ จัดกิจกรรมการแสดง "สีดาลุยไฟ" หน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศและวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดในการข่มขืนและความรุนแรงทางเพศ หลังปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงหลายราย โดยมีการแจ้งความดำเนินคดีอย่างน้อยสามคดี ตัวแทนกลุ่มนักกิจกรรมเฟมินิสต์ระบุว่าเนื้อเพลงสีดาลุยไฟสะท้อนถึงวัฒนธรรมการโทษเหยื่อเมื่อเกิดความรุนแรงทางเพศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น ไม่ควรมีใครถูกข่มขืน และคนที่ผิดคือคนที่กระทำ ไม่ใช่เหยื่อ

หลังการแสดงกลุ่มนักกิจกรรมเฟมินิสต์อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงการปกปิดประวัติอาชญากรรมของรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และขอให้ตรวจสอบผู้สมัครและกรรมการบริหารทุกระดับในพฤติกรรมความรุนแรงทางเพศ พร้อมทั้งเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์มีกฎข้อบังคับอย่างชัดเจนในเรื่องการไม่ล่วงละเมิดทางเพศและใช้ความรุนแรงทางเพศทุกรูปแบบ ไม่ใช้อิทธิพลแทรกแซงคดี และกดดันให้พรรคประชาธิปัตย์ขอโทษประชาชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าเป็นข้อเรียกร้องต่อพรรคการเมืองทุกพรรค

รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์

 

รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ ได้เข้าร่วมรับชมการแสดงสีดาลุกไฟ และรับแถลงการณ์จากกลุ่มนักกิจกรรมเฟมินิสต์ ระบุว่า ทางพรรคฯ ยินดีรับข้อเรียกร้องไปพิจารณา และจะไม่ปล่อยให้นักการเมืองไม่ว่าจะพรรคใดก็ตามมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงทางเพศ ส่วนเรื่องคดีความขณะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วจึงขอให้กฎหมายเป็นผู้ตัดสิน

รัชดายังกล่าวอีกว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมสนับสนุนข้อเรียกร้องของกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอกและพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย เช่น จัดหาทนายคอยช่วยเหลือ ส่วนเรื่องที่โฆษกพรรคแสดงความคิดเห็นว่ากรณีการล่วงละเมิดทางเพศเป็นเรื่องส่วนตัว รัชดากล่าวว่าหากพฤติกรรมหรือคำพูดใดของคนในพรรคส่งผลต่อประชาชน ทางพรรคต้องขอโทษ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของบุคคลในพรรคเท่านั้น

ทั้งนี้ การแสดงชุด "สีดาลุยไฟ" เป็นการแสดงที่แปลมาจากการแสดงชุด "A Rapist in Your Path" หรือ "Un violador en tu camino" ที่ริเริ่มขึ้นโดยกลุ่ม Las Tesis ซึ่งเป็นกลุ่มนักกิจกรรมเฟมินิสต์ในประเทศชิลี และถูกนำไปใช้เพื่อต่อต้านความรุนแรงทางเพศในละตินอเมริกา สหรัฐอเมริกา และยุโรป โดยกลุ่มนักกิจกรรมเพื่อความเป็นธรรมทางเพศในไทยได้นำเนื้อเพลงมาแปลเป็นภาษาไทยและใช้ในการทำกิจกรรมเพื่อต่อต้านความรุนแรงทางเพศมาตั้งแต่ช่วงการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในพ.ศ. 2563 และมีการนำไปดัดแปลงเพื่อเรียกร้องประเด็นอื่น ๆ ด้วย เช่น สิทธิในการทำแท้งปลอดภัย และสิทธิของนักเรียน

มีมี่ สมาชิกกลุ่มเฟมินิสต์ฟูฟู หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘เฟมฟู’ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว The Reporters หลังอ่านแถลงการณ์ที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า เธอคาดหวังว่าทางพรรคประชาธิปัตย์จะทบทวนและสะท้อนตัวเอง เพราะเธอมองว่าพรรคฯ เป็นสถาบันที่มอบอำนาจให้กับปริญญ์ ซึ่งเป็นนักข่มขืน ให้เขาเอาสิ่งเหล่านี้ไปอ้างให้คนอื่นหวาดกลัวและยอมจำนน หรือต้องจำใจยอมมีเพศสัมพันธ์ ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ดังนั้น พรรคมีส่วนเกี่ยวข้อง

“เราคาดหวังว่า พรรคการเมืองจะต้องมีนโยบาย และข้อบังคับที่ชัดเจน เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ ห้ามใช้ตำแหน่ง อิทธิพลพรรคของตัวเองในการไปแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศกับคนใดก็ตาม” มีมี่ จากเฟมฟู กล่าว

นอกจากนี้ มีมี่ มองว่า ทุกครั้งที่เธอไปเรียกร้องประเด็นเรื่องเพศไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ทุกองค์กรจะให้ตัวแทนที่เป็นเพศกำเนิดหญิงเป็นเข้ามาคุยเสมอ ทั้งๆ ที่ปัญหาเกิดจากเพศชาย หรือคนที่เป็นเพศกระแสหลัก ทั้งที่จริงๆ คนที่เป็นตัวปัญหาไม่ใช่คนที่เป็นเพศกำเนิดหญิงก็ตาม

 

“ถ้าเกิดว่าพรรคใส่ใจและก็อยากจะแก้ปัญหาจริงๆ ต้องเรียงตัวลงมาทุกคน ต้องลงมาทุกคนทุกเพศทุกวัยลงมาฟังเรา ไม่ใช่ส่งแต่ตัวแทน ส.ส.ผู้หญิง หรือเจ้าหน้าที่หญิงมาคุยค่ะ” มีมี่ กล่าวย้ำ

 

ประเด็นที่รองโฆษกประชาธิปัตย์ ยินดีให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายแก่เหยื่อถูกล่วงละเมิด มีมี่ มองว่า เธอไม่มั่นใจเพราะว่าพรรคยังทำให้รู้สึกปลอดภัยไม่ได้เลย เลยไม่แน่ใจทนายของพรรคจะทำให้รู้สึกปลอดภัยได้ยังไง  

เธอกล่าวต่อว่า หนึ่งในข้อเสนอของเธอคือทางพรรคและสถาบันต่างๆ ต้องไม่ใช้อำนาจและอิทธิพลของตัวเอง เพื่อทำให้นายปริญญ์ พ้นผิด

“เรามองว่านี่คือเวลาที่ดีที่สุด และเป็นเวลาที่จำเป็นมากๆ ที่เราจะต้องแสดงให้เห็นว่า ความรุนแรงทางเพศจะต้องถูกยุติ ไม่ว่าทางใด และคนที่กระทำจะต้องไม่ลอยนวล และก็กลับมาตีหน้าซื่อแบบไม่รู้ความ” เธอกล่าวทิ้งท้าย

มีมี่ ระบุว่าตอนนี้ทางพรรคกำลังดำเนินการอยู่ และตนจะให้เวลาเขาไม่นานมาก เพราะทางพรรคระบุว่าเขาทำอยู่แล้ว แสดงว่าต้องมีการดำเนินการไปบ้างแล้ว

 

 

แถลงการณ์ "การข่มขืนและความรุนแรงทางเพศไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแต่เป็นความรุนแรงทางสังคม ยุติการลอยนวลพ้นผิดในการข่มขืนและความรุนแรงทางเพศ"

 

จากกรณีข่าวอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ถูกกล่าวหาในคดีกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราโดยมีผู้เสียหายทยอยแจ้งความดำเนินคดีและอาจจะยังมีผู้เสียหายที่ยังไม่ออกมาดำเนินคดีดังที่มีคลิปเสียงออกมานั้น ผู้เสียหายหลายรายออกมาเปิดเผยถึงความรู้สึกหวาดกลัวเพราะว่าผู้ต้องหาเป็นบุคคลที่มีอิทธิพล

นับจากข้อมูลที่ปรากฎจากสื่อนับตั้งแต่เกิดเหตุที่ประเทศอังกฤษ ผู้ต้องหามีรูปแบบพฤติกรรมซ้ำอย่างชัดเจนด้วยการหลอกล่อ กักขัง กระทำชำเรา ซึ่งเป็นพฤติกรรมการข่มขืนต่อเนื่อง

หลังจากที่มีการแจ้งความดำเนินคดีและตกเป็นข่าวผู้ต้องหา เขาได้ประกาศลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรค แต่ท่าทีของพรรคและสมาชิกในพรรคกลับมีพฤติกรรมลดทอนความเจ็บปวดและความเสียหาย กระทำการซ้ำเติมผู้ที่ประสบความรุนแรงทางเพศ เช่น มีภาพเเชทกลุ่มไลน์ชี้เป้าผู้ถูกกระทำ มีข้อความตั้งคำถามเพื่อโทษว่าเป็นความผิดของผู้ถูกกระทำ (Victim Blaming ) เช่น ข้อความ “แปลกมากผู้หญิงสมัยนี้โดนข่มขืนตั้งนานเพิ่งมารู้สึกตัวตอนนี้” ซึ่งทำให้ผู้ถูกกระทำที่ลุกขึ้นมาเรียกคืนความยุติธรรมต้องเผชิญหน้ากับการถูกตัดสินและการเหยียเพศอย่างรุนแรงของสังคมส่งผลต่อสุขภาพกาย ใจ และสูญเสียความมั่นใจในตนเองเป็นอย่างมาก  

อีกทั้งยังมีอดีตสส.ร่วมพรรคออกมาให้ข่าวชื่นชมว่าการลาออกเป็นการแสดงความกล้าหาญ และที่แสดงถึงการใช้อิทธิพลพรรคในการลอยนวลพ้นผิด คือการที่โฆษกพรรคให้สัมภาษณ์ว่าพฤติกรรมดังกล่าวคือเรื่องส่วนตัว แต่กลับแต่งตั้งผู้ต้องหาในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคทั้งที่มีประวัติคดีความรุนแรงทางเพศที่ประเทศอังกฤษ สะท้อนให้เห็นการโอบอุ้มผู้ต้องหา และปล่อยให้การข่มขืนลอยนวล สะท้อนให้เห็นว่าเบื้องหลังความรุนแรงที่เกิดขึ้น มีครอบครัว สังคม คนในพรรค พรรคการเมือง และสถาบันทางสังคม ที่ทำให้ความรุนแรงเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำๆ จากการปล่อยผ่าน และอนุญาตให้ความรุนแรงคงอยู่ และทำให้เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ทั้งๆที่การปฏิเสธความรุนแรงทางเพศ เป็นจริยธรรมขั้นพื้นฐานที่ควรจะเกิดขึ้น

เรานักกิจกรรมเพื่อความเป็นธรรมทางเพศทั้งหญิง ชาย นอนไบนารี่ คนข้ามเพศและเพศหลากหลาย (LGBTQIAN+) รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากที่พรรคการเมืองและนักการเมืองที่มีหน้าที่สร้างมาตรฐานและจริยธรรมทางเพศ กลับใช้แหล่งอำนาจของตนเองทำพฤติกรรมที่ริดรอนสิทธิในร่างกายและทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เช่นนี้ และเรารู้สึกกังวลว่าอิทธิพลของนักการเมืองและพรรคการเมืองจะ “ปิดปาก” จนเกิดความอยุติธรรม เพื่อยืนหยัดเคียงข้างผู้ถูกกระทำทุกคน เราจึงมาที่นี่เพื่อเรียกร้องให้

พรรคการเมืองสอบสวนข้อเท็จจริงการปกปิดประวัติอาชญากรรมของรองหัวหน้าพรรค

พรรคต้องตรวจสอบผู้สมัครและกรรมการบริหารทุกระดับในพฤติกรรมความรุนแรงทางเพศ

พรรคต้องมีกฎข้อบังคับในจริยธรรมของสมาชิกและกรรมการบริหารทุกระดับอย่างชัดเจนในเรื่องการไม่ล่วงละเมิดและใช้ความรุนแรงทางเพศทุกรูปแบบ

พรรคต้องไม่ใช้อิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมในการแทรกแซงคดีความ

พรรคต้องออกมาขอโทษประชาชนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นี่คือข้อเรียกร้องที่ไม่ได้เจาะจงเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นข้อเรียกร้องที่ส่งเสียงไปยังทุกพรรคการเมือง เพราะถ้านักการเมืองมีพฤติกรรมความรุนแรงทางเพศอย่างไร้ยางอายเช่นนี้แล้ว จะเสนอหน้ามาทำงานการเมือง ออกกฎหมายเพื่อความเป็นธรรมอย่างไรได้อีก

 

กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก

กลุ่มเฟมินิสต์ฟูฟู

และนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรมทางเพศ

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์