ผู้ก่อเหตุทำร้าย ‘ปวิน’ ยังไม่เผยชื่อผู้ไหว้วาน-อัยการเสนอโทษจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

บีบีซีไทย รายงานศาลเมืองเกียวโตพิจารณาคดีนัดแรก กรณีมีผู้บุกเข้ามาทำร้าย ‘ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์’ นักวิชาการชาวไทย และผู้ลี้ภัยในญี่ปุ่น นายซาโตะ ผู้ก่อเหตุแถลงต่อศาลยังไม่ยอมเผยชื่อผู้ไหว้วาน หวั่นอันตราย อัยการเสนอลงโทษจำเลย จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา นัดฟังคำตัดสิน 8 มิ.ย. 65

 

19 พ.ค. 2565 สำนักข่าว บีบีซีไทย รายงานวันนี้ (19 พ.ค.) ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการและผู้ลี้ภัยทางการเมืองในญี่ปุ่น แถลงต่อศาลเมืองเกียวโตว่า การบุกเข้ามาทำร้ายเขาในที่พักยามวิกาลเมื่อ 3 ปีก่อนได้สร้างความบอบช้ำทางจิตใจจนถึงปัจจุบัน

ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการและผู้ลี้ภัยทางการเมืองในญี่ปุ่น

ผู้สื่อข่าวพิเศษของบีบีซีไทย รายงานจากศาลเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นว่า การพิจารณาคดีนัดแรกเริ่มเมื่อเวลา 15.20 น. ตามเวลาทิ้งถิ่น เมื่อ 19 พ.ค. 2565 ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นพิเศษ แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องสุขอนามัยโควิด ศาลจึงอนุญาตให้มีผู้เข้าฟังการพิจารณาคดีนัดแรกได้เพียง 15 คน

การพิจารณาคดีใช้เวลาทั้งสิ้นราว 1 ชั่วโมง 20 นาที โดยเริ่มด้วยอัยการเบิกตัวผู้ต้องหา คือ นายทัตสึฮิโกะ ซาโตะ อายุ 43 ปี แล้วบรรยายฟ้องต่อศาล ใน 2 ข้อหาคือบุกรุกเข้าไปในเคหสถาน และทำร้ายร่างกาย ซึ่งนายซาโตะ รับสารภาพต่อศาลในทั้ง 2 ข้อหา

ซาโตะ ซึ่งสวมหน้ากากอนามัย มีรูปร่างผอม มีแววตาที่เฉยเมย และไม่ยอมสบตากับใคร เขาให้การต่อศาลด้วยน้ำเสียงเบาและรวดเร็ว จนหลายครั้งศาลต้องบอกให้พูดช้าๆ ชัดๆ มีใจความว่า เขาบุกเข้าไปที่ห้องพักของปวิน พร้อมด้วยมีดทำครัว ค้อน และกระป๋องสเปรย์ ต่อมา มีเสียงหมาเห่าจนเขาตกใจ ทำอะไรไม่ถูก แล้วจำความไม่ได้ว่าได้ทำอะไรไปบ้าง

หนึ่งเดือนหลังเหตุการณ์ ปวินเล่าให้ทีมข่าวบีบีซีไทยในลอนดอนฟังว่า เหตุเกิดประมาณ 4.45 น. ของ 8 ก.ค. 2019 ขณะที่เขาและคู่ชีวิตกำลังนอนหลับอยู่ในห้องนอนในคอนโดมิเนียมของพวกเขา

ปวิน ระบุว่า ผู้ก่อเหตุเข้ามาทางประตูระเบียงด้วยการใช้ค้อนทุบกระจกให้เป็นรูแล้วสอดมือเข้ามาปลดล็อกประตู จากนั้นตรงมาเปิดประตูห้องนอนที่เขาบอกว่าปกติไม่ได้ล็อก หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุกระชากผ้าห่มที่เขาและคนใกล้ชิดห่มอยู่ แล้วฉีดสารเคมีจากกระป๋องใส่ตัวพวกเขา

"สิ่งที่ผมบอกได้คือ คนร้ายเป็นนักย่องเบา ตอนเข้านอน ผมไม่ได้ยินอะไรเลย จนกระทั่งจุดที่เข้ามาอยู่ในห้องผม" ปวิน กล่าว

ปวิน ใช้คำว่า "สเปรย์ไม่ยั้ง" อธิบายเหตุการณ์ชั่วนาทีนั้น และเริ่มรู้สึกเจ็บแสบตามผิวหนังเนื่องจากฤทธิ์ของสารเคมี หลังจากนั้น ปวิน บอกว่า คู่ชีวิตของเขาได้พยายามวิ่งตามผู้ก่อเหตุแต่หนีไปได้ และจำลักษณะการแต่งกายของผู้ก่อเหตุได้ว่าแต่งกายด้วยชุดดำทั้งหมด สวมคลุมหมวกไอ้โม่ง โผล่ให้เห็นแต่ตา หลังจากนั้น ปวินรีบไปล้างตัว และราว 15 นาทีต่อมา ตำรวจก็เดินทางมาถึงจากการโทรศัพท์แจ้งความของเพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงกรีดร้องจากการถูกบุกรุก

ในการซักถามในศาล ซาโตะ กล่าวถึงเหตุจูงใจว่า เขาได้รับการ "ร้องขอ" จาก "พี่" คนหนึ่งให้ก่อเหตุนี้ แต่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อ เนื่องจากกลัวอันตราย ในเบื้องต้นเขาปฏิเสธคำร้องขอนี้ เพราะ ไม่รู้จักปวิน และไม่มีเรื่องบาดหมางกัน แต่ต่อมาเขาพบว่า หน้าต่างบ้านของเขาถูกทุบ ซึ่งเขาคิดว่าเป็นฝึมือของ "พี่" คนนี้ ซึ่งสร้างความกลัวให้กับเขาว่าจะมีความรุนแรงมากกว่านี้ ครอบครัวของเขาอาจไม่ปลอดภัย เขาจึงเปลี่ยนใจมารับงาน

ในการให้ถ้อยคำต่อศาลในการพิจารณาคดีในวันนี้ ปวิน แถลงเป็นภาษาอังกฤษว่า เหตุการณ์ในวันนั้นได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเขาเป็นอย่างมาก และมีผลมาถึงปัจจุบัน รวมถึงคู่ชีวิตของเขาด้วย รวมถึงกระทบต่อหน้าที่การงานของเขาในญี่ปุ่น

"ไม่นานหลังเกิดเหตุ คืนหนึ่งระหว่างช่วงเที่ยวพักผ่อน ผมฝันว่าผมถูกชายหลายคนรุมทำร้ายในห้องนอนของตัวเอง ในความฝัน ผมทั้งเตะและต่อยใส่คนพวกนี้ ผมไม่รู้เลยจริงๆ ว่า แท้จริงแล้วผมกำลังต่อยและเตะคู่ชีวิตของผมที่อยู่ข้างๆ ผมทำจมูกเขาหัก บาดแผลนั้นยังตามมาหลอกหลอนผมอยู่จนทุกวัน การขี่จักรยานไปมหาวิทยาลัย เดินไปตามถนน หรือแม้แต่ไปชอปปิง ก็มีความกลัวอยู่เสมอ" ปวิน แถลงต่อศาลพร้อมกับจ้องหน้าไปที่ซาโตะ ผู้ไม่ยอมสบตาเขา

หนึ่งปีเศษ หลังเหตุการณ์ ช่วง พ.ย. 2563 ปวิน บอกศาลว่า เขาถูกชายกลุ่มสะกดรอยและแอบถ่ายรูป ภาพเหล่านั้นถูกปล่อยออกมาทางโซเชียลไทย นับเป็นครั้งที่ 2 ที่ความเป็นส่วนตัวถูกรบกวน จนทำให้รู้ว่าไม่ปลอดภัยในญี่ปุ่น

ในถ้อยแถลงต่อศาล ปวิน กล่าวด้วยว่าเหตุบุกรุกนี้ ทำให้เขาถูกถอดออกจากการเป็นผู้บรรยายรับเชิญที่คณะนิติศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยโดชิชา (Doshisha University) กลางคัน ทั้งที่เชิญเขามาสอนตั้งแต่ปี 2559 โดยมหาวิทยาลัยเกรงว่าไม่สามารถให้ความปลอดภัยแก่เขาหรือนักศึกษาได้

"การสอนเป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจมาก เป็นความภาคภูมิใจว่าผมได้ตอบแทนสังคมญี่ปุ่น เหตุการณ์นี้นำมาซึ่งการสูญเสียงานที่สำคัญนี้ที่มหาวิทยาลัยโดชิชา และทำให้นักศึกษาต้องเสียอาจารย์ไปในระหว่างปีการศึกษา ผมเสียใจมากกับการตัดสินใจของมหาวิทยาลัย" ปวิน ระบุ

ระหว่างการแถลง ปวิน ถามไปถึงซาโตะว่า "โอกาสที่ผู้กระทำผิดจะทำสิ่งที่ถูกต้องและช่วยให้ผมนอนหลับได้ง่ายขึ้นในตอนกลางคืน คำถามของผมง่าย ทำไมคุณถึงทำร้ายผม ผมไม่เคยพบคุณหรือรู้จักคุณ และถ้าคุณทำร้ายผมในนามของใคร แล้วใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี อะไรเป็นแรงจูงใจ พวกเขาจะสั่งการโจมตีโดยละเมิดอำนาจอธิปไตยของญี่ปุ่นได้อย่างไร ผมต้องการคำตอบเหล่านี้" ปวิน มองไปที่ซาโตะ แต่จำเลยก้มหน้าไม่สบตาโจทก์

ปวิน เชื่อว่า สาเหตุหลักของการลอบทำร้ายเขาน่าจะมาจากการบรรยายถึงบทบาทของสถาบันกษัตริย์ในการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามในประเทศไทย จนทำให้เขาถูกตั้งข้อหา ม.112 หลังรัฐประหารปี 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. จนต้องขอลี้ภัยมาญี่ปุ่น

อัยการระบุว่าจำเลยเคยทำผิดมาหลายครั้งในอดีต รวมทั้งมียาเสพติดไว้ในครอบครอง จึงเสนอต่อศาลขอให้จำคุกจำเลย 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ศาลสั่งปิดการพิจารณาคดีในเวลา 16.40 น. และนัดฟังคำตัดสินในวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 13.20 น.

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์