มติ กมธ.ร่าง พ.ร.บ.กยศ.ยกเลิกเบี้ยปรับเบี้ยวหนี้ - ปลอดหนี้ 2 ปี - ปรับลดดอกเบี้ยไม่เกิน 0.25% ต่อปี

คณะกรรมาธิการวิสามัญ ร่าง พ.ร.บ.กยศ. มีมติ ยกเลิกเบี้ยปรับเบี้ยวหนี้-ให้สิทธิประโยชน์ปลอดหนี้ 2 ปี ปรับลดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 0.25 ต่อปี ชง ยกเลิกผู้ค้ำประกัน โฆษก กมธ. แนะ 'ประยุทธ์' นิรโทษกรรมนักศึกษาติดหนี้เหมือนคสช. ย้ำ กมธ. เร่งเข็นร่าง กม.ช่วยลูกหนี้ กยศ.2 ล้านราย ปรับโครงสร้างหนี้ไม่ต้องขึ้นศาล

 

20 พ.ค.2565 วานนี้ (19 พ.ค.) ทีมสื่อพรรคเพื่อไทยรายงานต่อสื่อมวลชนว่า อนุรักษ์ บุญศล ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. หรือ ร่างพ.ร.บ.กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เปิดเผย ว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ มีมติตรงกันว่าการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา คือการลงทุนในอนาคต ควรคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดหรือไม่เกินร้อยละ 0.25 ซึ่งต่ำกว่ากฎหมายกำหนด เหตุที่ลดเพดานดอกเบี้ยลงนั้น เพื่อเป็นการ แบ่งเบาภาระให้ผู้กู้ซึ่งเป็นนักเรียน นักศึกษา ตามสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจ และเป็นการลงทุนในเรื่องการศึกษา ซึ่งเป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญ รวมทั้งลดความเหลื่อมล้ำทำให้คนไทยมีงานและมีรายได้ 

นอกจากนี้คณะกรรมาธิการยังให้ยกเลิกค่าปรับจากผู้กู้ กรณีผิดนัดชำระหนี้ หรือมีการชำระเงินกู้คืนล่าช้า รวมทั้งยกเลิกผู้ค้ำประกันด้วย เพราะที่ผ่านมา ผู้ค้ำประกันส่วนใหญ่เป็นบุคลากรทางการศึกษา เป็นผู้นำหมู่บ้านหลายแสนคน ต้องรับผิดชอบโดนดำเนินคดียึดบ้านยึดที่ดิน นำมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้คืนให้กับกองทุน กยศ. การกระทำดังกล่าวเป็นการสร้าง ภาระให้กับผู้ค้ำประกัน ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงเห็นควรตัดภาระส่วนนี้ออกไป

อนุรักษ์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของลูกหนี้จำนวนกว่า 2 ล้านรายทางกรรมาธิการเห็นควรให้กยศ.ดำเนินการยุติการฟ้องร้อง แต่ควรจะเปิดโอกาสให้ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้มีการเจรจากันผ่านโครงการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้กยศ.ทั้ง 2 ล้านราย เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ที่เป็นลูกหนี้ กยศ. มีทาง ออกมากขึ้น และไม่ทำให้คดีรกศาลด้วย

“ในส่วนของลูกหนี้เก่าจำนวน 2 ล้านราย จะมีมาตรการแก้ ปัญหา กันในครั้งต่อไป รวมทั้งเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมให้กับลูกหนี้กยศ.ทั้ง 2 ล้านราย เหมือนกับที่พลเอกประยุทธ์ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เพราะทั้งหมดตอนนี้กลายเป็นกลุ่มคนที่ติดเครดิตบูโร หมดโอกาสทำธุรกิจในอนาคต ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่ง แก้ปัญหาเพื่อโอกาสทางธุรกิจของกลุ่มคนรุ่นใหม่ต่อไป พลเอกประยุทธ์ต้องกล้าทำเพื่อประชาชน อย่าอ้างว่ารักประชาชน เป็นเพียงแค่ลมปากเท่านั้น” อนุรักษ์ กล่าว

วันนี้ (20 พ.ค.) ข่าวสดออนไลน์ รายงานด้วยว่า บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างดังกล่าว  แถลงผลการประชุมว่า กมธ.ได้พิจารณามาตรา 17 โดย กมธ.เสียงข้างมาก 12 ต่อ 11 เสียง มีมติไม่คิดเบี้ยปรับลูกหนี้ กยศ.ที่ผิดนัดชำระหนี้คืนกองทุน เพื่อเป็นการลดภาระลูกหนี้ที่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ

บัญญัติ กล่าวต่อว่า ซึ่งปัจจุบันมีผู้ที่โดนเบี้ยปรับจำนวนมาก ทำให้ลูกหนี้มีปัญหาถูกฟ้องร้อง ส่วนเหตุผลของกมธ.เสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นให้คิดเบี้ยปรับร้อยละ 1 ต่อปี เพื่อเป็นการรักษาวินัยทางการเงินของผู้กู้ เพราะเกรงว่าถ้าไม่มีเบี้ยปรับ ผู้กู้จะปล่อยปละละเลยการชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งจะกระทบต่อผู้กู้ที่เป็นรุ่นน้องจะไม่มีเงินกู้เพื่อเรียนต่อ ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ฉบับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และร่างของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ปรับลดเบี้ยปรับจากร้อยละ 18 ต่อปีในกฎหมายปัจจุบัน เหลือเพียงร้อยละ 1 ต่อปี ถือว่าเป็นการลดภาระเบี้ยปรับค่อนข้างมากอยู่แล้ว

บัญญัติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กมธ.ยังมีมติให้สิทธิประโยชน์แก่ลูกหนี้กยศ. ปลอดหนี้เป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่สำเร็จการศึกษา เลิกการศึกษา หรือพ้นสภาพการศึกษา ซึ่งปัจจุบันกองทุนกยศ.ก็ให้ปลอดหนี้ 2 ปีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้อยู่ในพ.ร.บ. ซึ่งกมธ.เห็นว่าการศึกษาเป็นการลงทุนและลดความเหลื่อมล้ำ คนที่กู้กยศ.คือคนด้อยโอกาสเรื่องเศรษฐกิจแต่มีความตั้งใจศึกษาเล่าเรียน จึงให้กำหนดไว้ในตัวกฎหมาย

บัญญัติ กล่าวอีกว่า สำหรับลูกหนี้กยศ.ที่ประสงค์จะชำระหนี้ทันทีหลังจบการศึกษาก็ไม่มีปัญหา โดยกมธ.ให้ข้อสังเกตว่า เมื่อชำระหนี้ก่อนกำหนดระยะเวลาปลอดหนี้ กองทุนก็ควรมีโปรโมชั่น เช่น ลดเงินต้นให้ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เงินไหลกลับมาที่กองทุนเร็วขึ้น รุ่นน้องจะได้มีเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้เร็วขึ้น

บัญญัติ กล่าวว่า กมธ.ยังมีมติปรับลดดอกเบี้ยจากกฎหมายปัจจุบันที่ระบุไว้ไม่เกินร้อยละ 7.5 ต่อปี เหลือเพียงไม่เกินร้อยละ 0.25 ต่อปี โดยปรับลดจากร่างครม.และร่างของพรรคประชาธิปัตย์ที่ระบุไว้ไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปี เพื่อบรรเทาภาระเศรษฐกิจของผู้กู้ สำหรับกรณีผู้ค้ำประกัน กมธ.อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่มีแนวโน้มยกเลิกผู้ค้ำประกัน เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้ค้ำประกัน เช่น บิดา มารดา คุณครู ที่ประสบปัญหาถูกบังคับคดีเป็นจำนวนมาก โดยให้นักเรียนนักศึกษาใช้สินทรัพย์ส่วนตัวค้ำประกันตนเอง ทั้งนี้ กมธ.จะมีการลงมติเรื่องนี้ในการประชุมครั้งถัดไป

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์