'ชัชชาติ' ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 'ชัชชาติ' ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แถลงอาสาพร้อมทำงาน - ด้าน ส.ก. 'เพื่อไทย' ได้มากที่สุด 20 เขต 'ก้าวไกล' 14 เขต 'ประชาธิปัตย์' 9 เขต


ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

23 พ.ค. 2565 เมื่อเวลา 01.10 น. กรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ได้แถลงผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่าตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นสมควรให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2565 ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร) จึงประกาศกำหนดระยะเวลารับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 31 มี.ค.- 4 เม.ย. 2565 ณ ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา และให้มีการเลือกตั้ง ในวันที่ 22 พ.ค. 2565 เวลา 08.00 - 17.00 น.

ทั้งนี้เมื่อนับคะแนนเลือกตั้งแล้วเสร็จทั้ง 50 สำนักงานเขต รวม 6,817 หน่วยเลือกตั้ง ผลการนับคะแนนผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ก. และผู้ว่าฯ กทม. อย่างไม่เป็นทางการ ในเวลา 01.10 น. ของวันที่ 23 พ.ค. 2565 มีดังนี้

การเลือกตั้ง ส.ก.
• ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดของหน่วยที่นับคะแนนแล้ว 4,357,098  คน 
• ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งของหน่วยที่นับคะแนนแล้ว 2,635,283 คน 
• ร้อยละของผู้มาใช้สิทธิ 60.48

ผลการเลือกตั้ง ส.ก.
• พรรคเพื่อไทย 20 เขต ประกอบด้วย เขตดุสิต บางรัก บางกะปิ มีนบุรี ลาดกระบัง ธนบุรี ห้วยขวาง ภาษีเจริญ หนองแขม บึงกุ่ม สวนหลวง บางคอแหลม จอมทอง ดอนเมือง หลักสี่ คันนายาว สะพานสูง วังทองหลาง คลองสามวา และทุ่งครุ
• พรรคก้าวไกล 14 เขต ประกอบด้วย เขตพระนคร พระโขนง ยานนาวา พญาไท ตลิ่งชัน สาทร บางซื่อ จตุจักร ราชเทวี ลาดพร้าว วัฒนา บางแค บางนา และทวีวัฒนา
• พรรคประชาธิปัตย์ 9 เขต ประกอบด้วย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ บางกอกใหญ่ บางกอกน้อย บางขุนเทียน คลองสาน บางพลัด ประเวศ และบางบอน
• กลุ่มรักษ์กรุงเทพ 3 เขต ประกอบด้วย เขตบางเขน ปทุมวัน และคลองเตย
• พรรคไทยสร้างไทย 2 เขต ประกอบด้วย เขตราษฎร์บูรณะ และสายไหม
• พรรคพลังประชารัฐ 2 เขต ประกอบด้วย เขตหนองจอก และดินแดง

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 
• ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 4,402,948 คน
• ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาแสดงตนขอรับบัตรเลือกตั้ง จำนวน 2,673,696 คน 
• ร้อยละของผู้มาใช้สิทธิ 60.73
• บัตรดี จำนวน 2,561,447 บัตร คิดเป็นร้อยละ 95.80 
• บัตรเสีย จำนวน 40,017 บัตร คิดเป็นร้อยละ 1.50 
• บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน จำนวน 72,227 บัตร คิดเป็นร้อยละ 2.70
• เขตที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งมากที่สุด คือ เขตทวีวัฒนา ร้อยละ 67.65
• เขตที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุด คือ เขตดุสิต 45.82

ผลการนับคะแนนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 
• อันดับ 1 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครสังกัดอิสระ หมายเลข 8 ได้ 1,386,215 คะแนน 
• อันดับ 2 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 ได้ 254,647 คะแนน
• อันดับ 3 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล หมายเลข 1 ได้ 253,851 คะแนน

ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 17 ระบุให้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้ประกาศผลการเลือกตั้งนั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง

ภาพรวมการเลือกตั้งตลอดทั้งวันพบมีฝนตกในหลายพื้นที่ ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่ได้จัดเจ้าหน้าที่เร่งอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ มีการรายงานการฉีกบัตรเลือกตั้ง จำนวน 3 ราย (เขตสวนหลวง เขตบางซื่อ เขตสัมพันธวงศ์)  ขยำบัตรเลือกตั้ง จำนวน 1 ราย (เขตคลองเตย)  นำบัตรเลือกตั้งออกจากหน่วยเลือกตั้ง จำนวน 1 ราย (เขตบางซื่อ) โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสาน สน.เตาปูน ติดตามและนำตัวไปดำเนินคดี   มีการทำบัตรเลือกตั้งชำรุด จำนวน 1 ราย (เขตหนองแขม) เนื่องจากเข้าใจว่าหย่อนบัตรผิดหีบ จึงดึงบัตรเลือกตั้งกลับคืน ทำให้บัตรชำรุด เจ้าหน้าที่ รปภ. นำตัวไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.หนองแขม  มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาทลงในบัตรลงคะแนน แล้วใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งขณะอยู่ในคูหาเลือกตั้ง เพื่อให้เห็นเครื่องหมายลงคะแนนในคูหาเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการจับกุมและส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท (เขตราชเทวี)  ภาพรวมผู้ป่วยโควิด-19 มาใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวน 93 ราย ผู้มีอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาเซลเซียส จำนวน 25 ราย

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้เนื่องจากมีเหตุอันสมควรให้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งต่อนายทะเบียนท้องถิ่น ระหว่างวันที่ 23-29 พ.ค. 2565 โดยสามารถแจ้งเหตุได้ 3 ช่องทาง คือ 1. ทำเป็นหนังสือยื่นด้วยตนเองหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นยื่นแทน 2. ทำเป็นหนังสือจัดส่งทางไปรษณีย์ โดยถือเอาวันที่ไปรษณีย์ลงรับเป็นวันแจ้งเหตุฯ และ 3. แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เว็บไซต์ www.bora.dopa.go.th  หรือ www.ect.go.th หรือ แอปพลิเคชัน Smart Vote หัวข้อ “การแจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์”

ทั้งนี้เหตุที่ถือเป็นเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ประกอบด้วย 1. มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล 2. เจ็บป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ 3. เป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ 4. เดินทางออกนอกราชอาณาจักร 5. มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร 6. ได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง และ 7. เหตุสุดวิสัยอื่น
 

'ชัชชาติ' แถลงไม่ถือเป็นชัยชนะ แต่เป็นคำสั่งประชาชน อาสาพร้อมทำงาน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพ ได้ขึ้นปราศรัย ท่ามกลางประชาชนที่มาแสดงความยินดี โดยเจ้าตัวเผยว่า มีผู้สมัครหลายคนได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดี ซึ่งตนก็ตอบไปว่า หากมีโอกาสก็จะนำสิ่งดี ๆ ของนโยบายผู้สมัครมาปรับใช้ และจะทำงานร่วมกับส.ก.ทุกฝ่าย เพื่อประโยชน์ของพี่น้องกรุงเทพมหานคร เพราะถือเป็นมิติที่ดี สุดท้าย เราต้องก้าวข้ามความแตกแยก เป็นหนึ่งเดียวกัน พวกเราจะทำให้กรุงเทพเดินหน้าขึ้นไปได้

ตอนนี้ตนยังไม่ขอพูดเรื่องผลคะแนน เพราะยังพูดไม่ได้ เพราะทางกกต.ยังไม่ยืนยันผลคะแนนอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดีวันนี้ เป็นวันที่มีความหมายส่วนตัวกับตนมาก เพราะเมื่อ 8 ปีก่อน เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร ตนถูกคลุมหัว มัดมือ ตอนนี้แหละ นาทีนี้เลย เพิ่งถูกนำตัวไป ตอนกลับ ก็ถูกคลุมหัวกลับ หลังจาก 7 วันผ่านไป เลยไม่รู้ว่าถูกพาไปไหน แต่ตนก็ไม่ได้รู้สึกเกลียด ให้อภัยกับสิ่งทีเกิดขึ้น

“นั่นคือความทรงจำเตือนใจเราว่า เมื่อไหร่ที่ประชาชนทะเลาะ เกลียด กลัวซึ่งกันและกัน สุดท้ายจะมีกลุ่มคนที่ได้ผลประโยชน์”

คนเรานั้นเห็นต่างกันได้ ขออย่าสร้างความเกลียดชังซึ่งกันและกัน นี่คือบทเรียนสำคัญ ถ้าเกิดมีโอกาสได้เป็นผู้ว่าฯ ตนพร้อมเป็นผู้ว่าของทุกคน ไม่ว่าใครจะเลือกหรือไม่เลือก ก็ต้องรับใช้ทุกคนเหมือนกัน ตอนลงพื้นที่ มีคนว่าประจำ ผู้ว่าฯนั้น จะมาพบแค่ช่วงก่อนเลือกตั้ง บอกว่าถ้าเป็นผู้ว่าฯ ก็จะไม่เจอตัว แต่ตนเป็นผู้ว่าฯติดดิน จะสัญจรไปทุกเขต ทุกอาทิตย์

ตนจะเริ่มต้นปลูกต้นไม้ก่อน จากนั้นก็จะไปลงพื้นที่เขต ลงชุมชน สัมผัสกับประชาชน ได้เจอกับผู้ว่าฯ ตัวจริง ได้คุยกัน และก็มีช่องทางอื่นในการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ เจอตนได้ ตอนนี้ตนต้องถอดแว่นเหมือนตอนเป็นรมว.คมนาคม ที่มองโครงการใหญ่ การเป็นผู้ว่าฯ ต้องใส่แว่นหลายสี ดูหลายเรื่อง ถ้าใส่แว่นวิศวกรอย่างเดียว จะเป็นผู้ว่าที่ดีไม่ได้ เราต้องมีแว่นหลากสี เพื่อเข้าใจและแก้ปัญหาในกรุงเทพฯ

ข้าราชการกรุงเทพ มีคนดี ๆ เยอะ ต่อไปต้องห้ามซื้อขายตำแหน่ง และต้องมีสิ่งที่ชัดเจนว่า เราต้องการอะไรจากเขา อยากให้ใครทำอะไร เราต้องทำเป็นตัวอย่าง อยากให้ข้าราชการดูแลประชาชน เราก็ต้องลงไปดูแลประชาชน ไม่ใช่สั่งอย่างเดียว แต่ตัวเองไม่เคยทำเลย เราต้องเลือกคนเก่ง ไม่สำคัญว่าคนของใคร ดูผลงาน ประเมินเขา

“ข้าราชการที่ดีไม่ต้องกลัว ข้าราชการที่ไม่ดี เตรียมตัวไว้ได้”

อนาคต เรามาเดินร่วมกัน อย่าทะเลาะกัน เมื่อผ่านการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยไปแล้ว เราได้เดินผ่านจุดนั้นไปแล้ว ก็ต้องดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน กรุงเทพเป็นมหานครที่เต็มไปด้วยความหวัง ความสวยงาม มีคุณค่ามากมาย ที่ผ่านมามีเหตุการณ์หลายเรื่อง ทำให้ไม่ได้รับการเจียรไนอย่างเต็มที่

ขอย้ำว่า คนเรานั้นคิดไม่เหมือนกัน ก็ต้องตัดสินชั่งใจในการเลือก อย่างน้อยกรุงเทพนั้น ตนอาสามาประสานงานกับทุกคน เราสามารถขัดแย้งกันได้ แต่อย่าไปโกรธเกลียดอะไร เดินไปด้วยกัน ตอนนี้สิ่งที่เปลี่ยนในการเมืองระดับประเทศ ที่เปลี่ยนไปเลยอย่างแรก คือป้ายหาเสียง มันจะเปลี่ยนการเมืองไปตลอด ใครทำป้ายใหญ่จะเกะกะ มันสะท้อนให้เห็นว่า เรื่องเล็ก ๆ ก็สามารถเปลี่ยนการเมืองไปได้ อนาคตอาจมีการเมืองที่ไม่มีพรรคการเมือง มีแต่คนมารวมกันก็ได้ ต่อไปก็อาจมีอะไรแปลกใหม่ได้

“ประเทศไทยต้องการความเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างต้องเดินต่อไป มีวิธีคิดที่ต่างไป พัฒนาแนวร่วม พรรคการเมืองใหญ่อาจไม่ได้ประโยชน์อีกแล้ว คนจำนวนมากเลือกเรา ก็แสดงว่าไว้ใจเรา ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน”

ทั้งนี้ไม่มีใครเปลี่ยนความคิดคนอื่นได้ การเปลี่ยนความคิดคนนั้น ต้องเริ่มมาจากตัวเราเอง อย่าไปเสียเวลากับคนที่ไม่เปลี่ยนความคิด อย่าไปเสียเวลาทะเลาะกับเขา เพราะหากเราต้องการให้เขาคิดเหมือนเรา ถ้าเขาไม่เปลี่ยน ก็ไปหาคนอื่น คนเรามีความแตกต่าง ทุกอย่างให้ประชาชนตัดสินใจ

'วิโรจน์' ยืนยัน ส.ก.ก้าวไกล พร้อมทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม.

สำนักข่าวไทย รายงานว่านายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์หลังปิดหีบเลือกตั้งเมื่อเวลา 18.20 น. ซึ่งคะแนนมาเป็นอันดับ 2 รองจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 สังกัดอิสระ ว่าไม่เกี่ยวว่าจะได้คะแนนอันดับที่เท่าไร เพราะความจริงคือการขอบคุณประชาชน ที่มอบทุกแต้ม ทุกคะแนน และกำลังใจให้เรา ทั้งนี้ต้องรอให้นับคะแนนทั้งหมดก่อนจึงจะประเมินได้ว่าจะเป็นอย่างไร ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินเพราะการนับคะแนนคืบหน้าไปน้อย แต่ยืนยันว่าตนและผู้สมัคร ส.ก.พรรคก้าวไกลได้วางยุทธศาสตร์เอาไว้ ว่าจะทำอย่างครบถ้วน ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ต้องน้อมรับและเคารพผลการเลือกตั้งของประชาชน ส่วนคะแนนรวมเบื้องต้นของชัชชาติ และนายวิโรจน์เกินกว่า 60% และมากกว่าผู้สมัครที่สนับสนุนฝ่ายรัฐบาล จะส่งผลต่อภาพการเมืองใหญ่มากเพียงใด นายวิโรจน์ กล่าวว่า สะท้อนว่าคนกทม.สิ้นหวังกับรัฐบาลแล้ว และยืนยันได้แล้วว่าการโหวตเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ได้เกิดผลจริง เพราะประชาชนยังอยากเลือกในสิ่งที่ตรงกับความต้องการของตัวเอง ซึ่งวันนี้ได้พิสูจน์แล้ว ส่วนพรรคก้าวไกล ได้ประเมินคะแนนของนายวิโรจน์ไว้เท่าใดนั้น นายวิโรจน์ กล่าวว่า เรารอนับคะแนนจริงดีกว่า เพราะที่ผ่านมาแต่ละคนประเมินแล้ว คะแนนไม่เท่ากัน

นายวิโรจน์ ยังกล่าวว่า เราไม่ได้ประเมินว่าจะได้ ส.ก.กี่คน เพราะการประเมินนั้นยากมาก การทำโพลรายเขตมีความจำกัดด้านความแม่นยำ แต่เราจะเน้นย้ำให้ผู้สมัคร ส.ก.ทำตามแผนและพบปะประชาชนเพื่อนำเสนอนโยบาย ซึ่งสามารถทำตามแผนได้ ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ต้องมาลุ้นกัน

เมื่อถามว่า ส.ก.ของพรรคก้าวไกล พร้อมทำงานกับผู้ว่าฯ กทม. ที่ชนะการเลือกตั้งหรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า เรายึดหลักว่า ส.ก.พรรคก้าวไกล พร้อมทำงานให้กับประชาชนทุกคน หากผู้ว่าฯ กทม. คนใดพร้อมทำงานให้กับประชาชน เราก็พร้อมทำงานกับผู้ว่าฯ กทม. คนนั้นเหมือนกัน ทั้งเรื่องการจัดงบประมาณ การทบทวนแก้ไขข้อบัญญัติที่เป็นอุปสรรคในการให้บริการประชาชน ถ้ามีจุดยืนตรงกัน ต้องการสร้างความเป็นธรรม และสร้างเมืองให้คนเท่ากัน เราทำงานร่วมกันกับใครก็ได้

นายวิโรจน์ ยังกล่าวขอบคุณประชาชนที่มอบทุกคะแนนที่มอบให้และขอบคุณผู้ที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ทุกเสียงสะท้อนมาที่ตนและพรรคเราได้น้อมรับไว้หมดแล้ว และจะปรับปรุงตัวให้การทำงานเพื่อประชาชนดีขึ้น

ส่วนการเลือกตั้งในครั้งนี้จะส่งผลต่อการเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนคิดว่าคนต่างจังหวัดก็ต้องการ เมืองที่คนเท่ากัน ดังนั้นการแก้ไขปัญหาในการจัดงบประมาณและการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสร้างความเท่าเทียมกันให้กับคนในประเทศนี้ และได้รับการใส่ใจเหมือนกัน และดีเสมอกันก็เป็นธงใหญ่ของพรรคก้าวไกลที่จะปักธงอนาคตต่อไป

'อัศวิน' แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ 

เวลา 19.35 น. Thai PBS รายงานสถานการณ์การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครวันนี้ (22 พ.ค. 2565) เผยแพร่วิดีโอสั้น การแถลงของ อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. จาก ม.44 ครั้งแรกหลังปิดหีบเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ฝากฝังชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ช่วยสานต่อนโยบายที่มีประโยชน์ต่อคนกรุงเทพฯ พร้อมเผยยังไม่ได้วางแผนว่าจะทำอะไรต่อ ขอพักก่อน

“สิ่งที่ประชาชนตัดสินใจเลือก ผมคิดว่าเขาคงเลือกคนที่ถูกใจ เข้าใจเขา เชื่อว่าด็อกเตอร์ชัชชาติคงชนะ 100 เปอร์เซ็นต์ ขอฝากสื่อมวลชนไปถึงประชาชนขอขอบคุณทุกคะแนน และกำลังใจ ได้มากได้น้อยไม่ใช่ปัญหา ถือว่าพี่น้องประชาชนเขาไว้ใจเราบางส่วนแล้ว ส่วนนโยบายฝากไว้เลย ฝากด็อกเตอร์ชัชชาติว่า สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนฝากไว้ด้วย ช่วยต่อยอดในสิ่งที่ค้างเอาไว้”

'กรณ์' ขอบคุณทุกคะแนนที่เลือกผู้สมัคร ส.ก.พรรคกล้า

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความยินดีกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หลังคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นำมาเป็นอันดับ 1 ว่า ขอแสดงความยินดีกับนายชัชชาติ ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติแสดงเจตจำนงมานาน และเตรียมตัวมาอย่างดี

“ที่น่าชื่นชมที่สุดคือ นายชัชชาติหาเสียงด้วยการสร้างความหวังมากกว่าความเกลียดชัง ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายหรือพูดสั้นๆ ว่าหาเสียงอย่าง สร้างสรรค์”

นายกรณ์ ย้ำว่าพรรคกล้า พร้อมให้ความร่วมมือกับนายชัชชาติและทีมบริหาร กทม. ชุดใหม่เพื่อประโยชน์ของประชาชนในกรุงเทพฯ ทุกคน การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง และชัดเจนว่าประชาชนมองว่าที่ผ่านมานั้นยังไม่ดีพอ และหวังว่าการเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศก้าวข้ามการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และหันมาเรียกร้องความชัดเจนจากนักการเมืองในแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แนวทางการลดหนี้และเพิ่มเงินในกระเป๋าให้กับประชาชน ประชาชนต้องการเห็นความตั้งใจการแก้ปัญหาของแพง นี่คือภารกิจและความตั้งใจของพรรคกล้า

ในส่วนพรรคกล้า ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ให้กับผู้สมัคร ส.ก.ของเราใน 12 เขต ทุกคะแนนเป็นกำลังใจให้เราทำงานต่อไปในการเตรียมการเลือกตั้งใหญ่ที่จะต้องเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

'รสนา' ไม่เสียใจไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.

น.ส.รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชกรุงเทพมหานคร หมายเลข 7 เดินทางมาลุ้นผลคะแนนการเลือกตั้งด้วยตัวเองที่ ลานช้าง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 โดยระบุว่าขอบคุณทุกคะแนนที่ลงให้กับตนเอง แม้จะไม่ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.ก็ไม่เสียใจ และยอมรับผลการเลือกตั้ง เนื่องจากทำดีที่สุดแล้ว และอย่างน้อยเชื่อว่าการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ของตนเองเป็นโอกาสที่ดีที่จะทิ้งร่องรอยไว้เตือนใจให้เกิดการใส่ใจปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และยินดีหากผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไป จะได้นำนโยบายหาเสียงของตนเองไปใช้หากเป็นประโยชน์กับคนกรุงเทพฯ

'สุชัชวีร์' ต่อสายยินดี 'ชัชชาติ' ยืนยันทุกคะแนนไม่สูญเปล่า

ที่อาคาร ESV TOWER พหลโยธิน 9 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังปิดหีบการลงคะแนนเลือกตั้งว่าขอขอบคุณ คุณพ่อคุณแม่ ที่ให้ความไว้วางใจในตัวตน ถึงตอนนี้ก็ยังมั่นใจอยู่ 

ส่วนโพลที่ออกมาก ตนไม่ได้ดู เพราะตอนนี้โพลคงไม่สำคัญแล้ว อยู่ที่การนับคะแนนแล้ว ดังนั้นขอให้ใจเย็นๆ รอผลการนับคะแนนหลังปิดหีบดีกว่า 

เมื่อถามว่าทราบข่าวถึงการเทคะแนนหรือไม่ นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า มีข่าวเกี่ยวกับการเลือกแบบเทคะแนนมา 1-2 สัปดาห์แล้ว แต่มั่นใจว่าตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. มีหน้าที่ เฉพาะที่จะต้องมาดูแลแก้ไขปัญหาทั้งน้ำท่วม  ปัญญหาฝุ่นพิษ ยกระดับการศึกษา ช่วยในเรื่องสาธารณสุขและเปลี่ยนกรุงเทพฯเป็นเมืองที่ทันสมัย จึงมั่นใจว่าคนกรุงเทพฯจะเลือกผู้ว่าฯที่มาแก้ปัญหาให้เขาจริงๆ 

เมื่อถามว่าถ้าสุดท้ายแล้วผลออกมาไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวังไว้ นายสุชัชวีร์ กล่าวว่าเอาให้ถึงวันนั้นก่อนแล้วค่อยมาถามตน แต่วันนี้ตื่นเต้นเหมือนกับทุกคน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นนประวัติศาสตร์จริงๆทอดเวลามา9ปี มีผู้สมัครตัวเต็งเยอะที่สุด เราตื่นเต้นไม่แพ้กัน วันนี้มาลุ้นคะแนนกันดีกว่า 

เมื่อถามว่าอยากบอกคนที่เลือกอย่างไร นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า อยากบอกให้ พ่อ แม่ พี่น้อง ให้ความั่นใจที่สนับสนุนตนมา ตนจะไม่ทำให้ผิดหวัง อยากจะยืนยันว่าทุกคะแนนที่ลงให้ให้ตนจะไม่เสียปล่า จะเป็นพลังใจให้ตนทำงานต่อไป อย่างไม่ย่อท้อ 

“ผมเกิดมาครั้งหนึ่งเกิดมาเป็นคนไทย เมื่อรู้ว่าเราพอที่จะมีศักยภาพช่วยบ้านเมืองได้ก็ออกมาทำ ในกรณีของผมอยากเป็นตัวอย่างแก่คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้คาวมสามารถและเป็นคนดี อยากให้ช่วยกันออกมาทำงานให้บ้านเมือง และ ผมน่าจะเป็นผู้สมัครที่เจออะไรมากที่สุด เหมือนกับการทดสอบ เราอยากเห็นบ้านเมืองนี้เปลี่ยนแปลงก็ต้องอดทด ผมยังคิดว่าผมยังมีโอกาสได้ทำงานและทำงานแล้วรับรองไม่มีผิดหวัง”นายสุชัชวีร์ กล่าว

จากนั้นเวลา 20.00 น. นายสุชัชวีร์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ตนได้โทรศัพท์แสดงความยินดีกับนายชัชชาติได้มีการพูดคุยกันถึงวันนี้ชัดเจนว่าพี่น้องประชาชนเลือกแล้วส่วนผลคะแนนที่ออกมาต้องกราบขอบคุณครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ลงเลือกตั้งทุกคะแนนจะเป็นกำลังใจในการทำงานหลังจากนี้ต่อไปพรุ่งนี้อยากจะไปส่งลูกที่โรงเรียนวันนี้กลับไปอยากจะไปกอดพ่อแม่ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันยืนยันขณะนี้ยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ส่วนเส้นทางต่อไปก็ต้องขึ้นอยู่กับพรรค

"ผมได้บอกกับพี่ชัชชาติไปว่าพี่ชัชชาติเอ้แสดงความยินดีกับพี่มีอะไรให้เอ้ช่วยยินดีเสมอเราเป็นพี่น้องกัน"

นายสุชัชวีร์กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ยากฝากไปถึงนายชัชชาติก็คงจะเป็นเรื่องการแก้ปัญหากทมโดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน

ผลเลือกตั้งที่ออกมายืนยันว่า 5 เดือนที่ผ่านมาไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไรแต่ขอยืนยันนะว่าวันนี้รู้สึกภูมิใจในทุกคะแนนเสียงยืนยันว่าทุกคะแนนมีค่ามาก

'ศิธา' ยินดีกับ 'ชัชชาติ' ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ที่พรรคไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย น.ต.ศิธา ทิวารี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคไทยสร้างไทย ร่วมกันแถลงข่าว

น.ต.ศิธา กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ชนะแบบแลนด์สไลด์ ที่คนกรุงเทพฯ อยากเปลี่ยนแปลง เป็นเสียงตอบรับจากการลงพื้นที่ 2 ปีที่ผ่านมาของนายชัชชาติ รวมถึงตอนทำหน้าที่รัฐมนตรี พร้อมกันนี้ตนขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกตน ไม่ว่าได้คะแนนเท่าไร ตนจะมุ่งมั่นเดินหน้าทำงานการเมืองกับพรรคไทยสร้างไทยต่อไป เรามาสร้างพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ วันนี้ยังไม่ถึง 1 ปี สมาชิกของเรา รวมถึงประธานพรรคมาจาก กทม. จึงละเลยความสำคัญของ กทม. ไม่ได้ และมีคนเข้าร่วมกับเรามาก ทุกคนมองว่าควรเป็นตนที่ควรลงสมัคร ตนเป็นคนที่ไปทำงานให้ทุกคนแล้วทุกคนก็มาช่วยกัน เราทำกันเต็มที่ ทุกคะแนนเสียงที่ได้มา รวมถึง ส.ก.ของพรรค เป็นจุดเริ่มต้นของพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมาใหม่แล้วได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

“ผลแพ้ชนะไม่ใช่บรรทัดสุดท้าย เราจะทำงานให้ประชาชนต้องกล้าเสนอตัว ทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนให้มามีค่า ยืนยันเราไม่ท้อถอยจะมุ่งมั่นทำงานเพื่อประเทศ ครั้งนี้ส่งผู้สมัคร ส.ก. 50 เขต ได้มา 2 เขต ไม่ท้อถอย เลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าจะส่งผู้สมัคร ส.ส. 400 เขต เดินหน้าตามเจตนารมณ์ของพรรค มุ่งทำงานเพื่อคนตัวเล็ก ยืนยันทำงานร่วมกับทุกคน ยกเว้นคนที่เคยยึดอำนาจ เคยปล้นประชาธิปไตยไปจากประชาชน อันนี้ตนไม่ยอมรับ” น.ต.ศิธา กล่าว

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ น.ต.ศิธา และผู้สมัคร ส.ก. ของพรรคไทยสร้างไทยในทุกเขต แม้เราไม่ได้หลายเขต แต่ทุกคะแนนที่มอบความไว้วางใจให้พรรคไทยสร้างไทยไม่สูญหาย จะเป็นพลังให้พรรคไทยสร้างไทยเดินหน้าทำประเทศไทยให้ดีที่สุด เพื่อส่งมอบให้ลูกหลาน เราจะเก็บทุกกำลังใจ ทุกคะแนน เพราะเราอาสาระดมคนเก่งๆ มาร่วมกันสร้างประเทศไทยกันใหม่ ประเทศที่มีเรื่องขัดแย้ง ปัญหาเศรษฐกิจ ตนอาสาสร้างพรรคไทยสร้างไทยให้เป็นทางรอดของประเทศเป็นสะพานเชื่อมคนเก่ง คนมีความสามารถ ให้มาทำงานการเมือง ทุกคะแนนเสียงที่ท่านมอบให้จะไม่สูญเปล่า จะเป็นพลังให้เราก้าวต่อไปในการเลือกตั้งระดับชาติ ทำให้ประชาชนได้พ้นทุกข์ ได้คนที่จะแก้ปัญหาได้ ขอประกาศตัว เราคือพรรคของคนตัวเล็ก เดินหน้าสร้างประเทศไทยให้ดีที่สุดเพื่อลูกหลาน

'เพื่อไทย' ขอบคุณประชาชนไว้วางใจเลือก ส.ก.เพื่อไทย

ด้านพรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรค น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมและหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้อำนวยการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ( ส.ก.) นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. และ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรค ร่วมกันแถลงขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ ที่ลงคะแนนเสียงเลือก ส.ก. พรรคเพื่อไทย

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ที่ได้ลงคะแนนเสียงเลือกผู้ว่าฯ กทม. และเลือก ส.ก.ด้วยเสียงของประชาชน พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะรับใช้พี่น้องคนกรุงเทพฯ ทุกคน และขอขอบคุณที่พี่น้องที่ร่วมกันลงคะแนนเลือกตั้งอย่างมียุทธศาสตร์ ด้วยความหวังร่วมกันที่จะพาประเทศออกจากวิกฤติที่บอบช้ำ และขอแสดงความยินดีกับผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยยินดีที่จะสนับสนุนการทำงานร่วมกับผู้ว่าฯ กทม. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน เพื่ออนาคตบ้านเมืองอนาคตลูกหลาน และขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กับพรรคเพื่อไทยอีกครั้งในวันนี้

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. หลังจากที่ไม่ได้เลือกตั้งกันมาหลายปี และขอแสดงความยินดีกับกรุงเทพฯ ที่จะได้ผู้ว่าฯ และ ส.ก. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งนโยบายต่างๆ ที่พรรคเพื่อไทยได้นำเสนอกับพี่น้องประชาชน ส.ก.ของพรรคเพื่อไทย จะผลักดันให้นโยบายเล่านั้นได้เกิดขึ้นและสามารถเป็นจริงได้ ที่ผ่านมา ส.ก. พรรคเพื่อไทย ทำงานหนักมาโดยตลอด ได้เห็นและได้ยินเสียงของพี่น้องประชาชนถึงปัญหาต่างๆ ที่ต้องประสบ ซึ่งสะท้อนออกมาว่าพี่น้องประชาชนทนไม่ไหวแล้วกับปัญหาปากท้องที่ยาวนานไม่มีที่สิ้นสุด

“วันนี้เป็นนิมิตหมายอันดีที่พรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน เลือก ส.ก. ของพรรคมาในจำนวนที่ค่อนข้างมาก เราจะตั้งใจทำในสิ่งที่เราได้รับปากไว้กับพี่น้องประชาชน เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องชาวกรุงเทพฯ เราพร้อมแล้วจะทำให้กรุงเทพฯ น่าอยู่ขึ้นและชีวิตของคนกรุงเทพฯ ต้องดีขึ้นกว่าเดิม” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าว

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ไว้วางใจพรรคเพื่อไทย ให้นำนโยบายที่ได้นำเสนอไว้กับพี่น้องประชาชน นำไปสู่การผลักดันและสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ บุคลากรของพรรคเพื่อไทยทุกคนพร้อมที่จะผลักดันนโยบายเหล่านี้สู่สภา กทม. และทำให้เป็นจริง

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า จากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการได้รับทราบผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ มั่นใจว่า ส.ก.ของพรรคเพื่อไทย จะทำงานและประสานงานกับผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ได้เป็นอย่างดี ผลการเลือกตั้งที่ออกมาจะเป็นอีกจุดที่จะเชื่อมไปถึงการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง เสียงของพี่น้องประชาชนที่ได้แสดงออกมาในครั้งนี้เป็นเสียงที่สำคัญและสะท้อนความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา: สำนักข่าวไทย [1] [2] [3] [4] [5] | กรุงเทพธุรกิจ | ข่าวสด | มติชนออนไลน์

*แก้ไขข้อมูลล่าสุด 23 พ.ค. 2565 เวลา 16.14 น.

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์