ไรเดอร์ LINE MAN สุพรรณฯ ประท้วงค้านระบบยิงงานตรง แจงรองานนาน เลือกงานไม่ได้ รายได้ลดหนัก

เมื่อ 23 พ.ค. 65 ไรเดอร์ LINE MAN สุพรรณฯ รวมตัวปิดระบบรับงานตั้งแต่ 11.00-17.00 น. เรียกร้องให้บริษัทเปลี่ยนระบบจ่ายงานแบบยิงตรงเป็น ‘การกดรับงาน’ เหตุรองานนาน เลือกงานไม่ได้ บางทีต้องขับรถไกล 7-9 กม. ไม่คุ้มค่าน้ำมัน 

 

25 พ.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2565 ผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ แอปพลิเคชัน LINE MAN ในจังหวัดสุพรรณบุรี มีการทำกิจกรรมประท้วง เพื่อเรียกร้องให้บริษัทเปลี่ยนระบบกระจายงานจากระบบยิงตรง ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนเมื่อ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา ให้กลับไปเป็นระบบกดรับงาน นอกจากนี้ มีการยื่นข้อเรียกร้องไปที่บริษัทผ่านช่องทางออนไลน์

ไรเดอร์ LINE MAN สุพรรณบุรี รวมตัวที่หน้าทางเข้า หอคอยบรรหาร-แจ่มใส เมื่อ 23 พ.ค. 2565

สำหรับกิจกรรมในวันกล่าว ไรเดอร์ LINE MAN สุพรรณบุรี รวมตัวประชุมที่อุทยานมังกรสวรรค์เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องระบบยิงงาน และข้อเรียกร้อง ก่อนเคลื่อนขบวนไปถ่ายรูปที่ ‘หอคอยบรรหาร-แจ่มใส’ และปิดระบบรับงานตั้งแต่เวลา 11.00-17.00 น. 

‘แพน’ ไรเดอร์แอปฯ LINE MAN วัย 26 ปี ในสุพรรณบุรี และหนึ่งในผู้เข้าร่วมการประท้วง ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า เหตุที่ต้องรวมตัวประท้วง เนื่องจากไม่พอใจบริษัทที่มีการเปลี่ยนระบบกระจายงานจาก ‘กดรับงาน’ เป็นระบบ ‘ยิงงานโดยตรง’

แพน ระบุว่า ระบบยิงงานทำให้ไม่สามารถเลือกงานที่เหมาะกับไรเดอร์ บางคนต้องไปส่งออเดอร์ระยะทางไป-กลับที่ไกลเกินไป หรือต้องใช้เวลารองานนานอย่างต่ำ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ไรเดอร์มีรายได้ลดลงในระยะเวลาการทำงานเท่าเดิม 

แพน ยกตัวอย่างว่าพอแอปพลิเคชันยิงงานที่มีระยะทางไกลมาให้ สมมติต้องไปรับออเดอร์ไกลถึง 7-9 กิโลเมตร (กม.) ก็ไม่คุ้มค่าน้ำมัน เพราะค่าน้ำมันช่วงนี้ราคาแพงขึ้น แต่ค่ารอบในจังหวัดสุพรรณฯ น้อยมาก ตกอยู่ที่ 21 บาทต่อรอบ มันก็ไม่คุ้มค่าสำหรับไรเดอร์ 

“ระบบยิงงาน และจะยิงงานไกลให้ สำหรับตัวผมไม่มีปัญหา ถ้าค่ารอบมันสมน้ำสมเนื้อถ้าเขาจะยิงงานมา ถ้าค่ารอบมันโอเค จะยิงงานไกล ไรเดอร์เขาโอเคหมด แต่ค่ารอบมันถูก และค่าน้ำมันก็แพง รายได้ที่เคยได้ต่อวัน วันละ 900 บาทถึง 1 พันบาท มันก็หายไปครึ่งหนึ่ง” แพน กล่าว

แพน ระบุว่า ปกติก่อนมีการปรับระบบ เขาเริ่มทำงานตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. จะได้ค่าตอบแทนประมาณ 700-800 บาท แต่หลังมีการปรับระบบเป็นยิงงาน ทำให้เขาได้รายได้ประมาณ 500 บาท หักค่าน้ำมัน 170 บาท ค่าอาหารอีก 100 บาท เหลือแค่ 200 กว่าบาทเท่านั้น  

ไรเดอร์ LINE MAN สุพรรณบุรี เคลื่อนขบวน (ภาพเมื่อ 23 พ.ค. 2565)

แพน ระบุต่อว่า ที่เขามองว่าระบบ ‘กดรับงาน’ แบบเดิมดีกว่าระบบ ‘ยิงงาน’ เนื่องจากทำให้ไรเดอร์มีโอกาสเลือกรับงานที่เหมาะกับเขา ไม่ต้องไปส่งออเดอร์เป็นระยะทางที่ไกลเกินไป ซึ่งการส่งงานที่ไกล ทำให้ไรเดอร์ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะขึ้นอย่างที่กล่าวไปข้างต้น

แพน มองด้วยว่า เขาเห็นใจไรเดอร์บางคนที่ไม่มีทุนทรัพย์เยอะ หรือคนสูงวัยที่ผันตัวมาทำงานฟู้ดเดลิเวอรี่ประจำ พวกเขาจะได้มีโอกาสเลือกงานที่วิ่งไม่ไกล และใช้ค่าน้ำมันน้อย ทำงานมาก็มีเงินเก็บไปใช้ชีวิตต่อได้

ไรเดอร์สุพรรณฯ กล่าวต่อว่า ไรเดอร์ยังคงมีสิทธิในการปฏิเสธงานได้ แต่แลกมากับอัตรารับงานที่ลดลง ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่า ‘อัตรารับงาน’ นี้มีผลอะไรกับทางไรเดอร์บ้าง แต่แพนกังวลว่าไรเดอร์ที่ปฏิเสธงานเยอะ อาจทำให้เห็นงานน้อยลง

อย่างไรก็ตาม แพน มองว่า ถ้าบริษัทจะเลือกคงรูปแบบยิงงานโดยตรงไว้ เขาอยากให้บริษัทพิจารณาปรับเพิ่มค่ารอบในสุพรรณบุรี อย่างน้อย 26 บาทต่อรอบ 

“อยากให้บริษัทเห็นใจไรเดอร์ เพราะไรเดอร์ทุกคนเต็มใจมาวิ่งให้บริษัท LINE MAN อยากให้เห็นใจตรงที่ว่าเศรษฐกิจ เป็นแบบนี้ น้ำมันมันแพง ถ้าบริษัทอยากให้เป็นระบบยิงงาน แต่ว่าขอความเห็นใจเพิ่มค่ารอบ ไม่ต้องเพิ่มเยอะก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ได้ช่วยคนที่ทุนน้อย กดงานไม่เก่ง ขอความเห็นใจว่าช่วยเหลือประมาณนี้ ถ้า 21 บาทตอนนี้มันไม่คุ้มจริงๆ” แพน ทิ้งท้าย  

โอ้ต ไรเดอร์ LINE MAN ในสุพรรณบุรี ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสะท้อนมุมมองในทิศทางเดียวกันว่า ระบบยิงงานทำให้รายได้ลดลง เนื่องจากต้องรองานส่งมาให้เป็นเวลานาน ทำให้ต้องทำงานเป็นชั่วโมงเยอะขึ้น เพื่อให้ได้รายได้เท่าเดิม ซึ่งต่างกับระบบกดรับงาน ซึ่งกดรับได้เลย

นอกจากนี้ โอ้ต มองปัญหาเดียวกันว่า การยิงงานทำให้ไรเดอร์ ไม่สามารถเลือกงานที่เหมาะกับตัวเองได้ ต้องวิ่งงานเป็นระยะทางที่ไกลเพื่อไปรับ-ส่งออเดอร์ 

“ผมอยู่ศาลตายาย สมัยก่อน งานเด้งมา ถ้ามันไกลมากเกินไป เราก็ไม่กด ถ้าสมมติมันใกล้ เราก็ไป 6-7 กิโลเมตร ใครจะไปรับ คนที่อยู่ใกล้ก็รับไป แต่พอแบบนี้ ยิงงานเอาของ 6 กิโลเมตร ใครจะไป ส่งงานอีก 4 กิโลเมตร ใครจะไป และกว่าจะกลับมาที่นั่งรองานของเรา รวมเป็น 10 กว่ากิโลเมตร และค่าน้ำมันก็แพง” โอ้ต กล่าว พร้อมระบุว่า การเปลี่ยนระบบงานแบบนี้ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า โดยเป็นการแจ้งเมื่อ 22 พ.ค. ช่วงเย็น และเริ่มใช้ระบบใหม่เมื่อ 23 พ.ค.ที่ผ่านมาทันที

โอ้ต อยากเรียกร้องให้บริษัทกับมาใช้ระบบกดรับงาน ไม่งั้นเขาก็คงต้องเปลี่ยนงานไปทำอย่างอื่น  

ทั้งนี้ บริษัท LINE MAN Wongnai เคยชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุผลที่บริษัทต้องเปลี่ยนระบบเป็นยิงงาน เนื่องจากต้องการกระจายงานให้ไรเดอร์คนอื่นอย่างเท่าเทียมกัน และต้องการป้องกันไรเดอร์ที่ใช้โปรแกรมช่วยกดรับงาน

“อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นระบบเดิม (ผู้สื่อข่าว - ระบบกดรับงาน) ถ้าโกง คุณก็ออกโปรแกรมมาปราบโกง ใครทุจริต คุณก็ปราบ ไม่ใช่ทำแบบนี้” โอ้ต ทิ้งท้าย 

สำหรับความไม่พอใจของไรเดอร์ LINE MAN ต่อระบบกดรับงานนั้นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ เมื่อ 29 เม.ย. 65 ไรเดอร์ LINE MAN จ.ปราจีนบุรี มีการประท้วงปิดระบบรับงาน และเคลื่อนขบวนรถรอบอำเภอเมือง เพื่อเรียกร้องให้บริษัทเปลี่ยนระบบกระจายงานกลับมาเป็นระบบกดรับงาน 

เมื่อ 17 พ.ค. 2565 ไรเดอร์ LINE MAN จากสมุทรสงคราม เดินทางเข้ามาที่อาคาร T-One Building เพื่อร้องเรียนบริษัทให้มีการเปลี่ยนระบบกระจายงาน กลับมาเป็นการกดรับงานเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์