กรีนพีซ ชี้ มติ ครม.ให้ติดตั้งโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน สวนทางกับเป้าหมาย Net Zero ที่ รบ.ตั้งไว้

กรีนพีซ ประเทศไทย ชี้ มติ ครม. ให้ติดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะทดแทนเครื่องที่ 8 - 9 สวนทางกับเป้าหมาย Net Zero ที่รัฐบาลตั้งไว้

 

25 พ.ค.2565 งานสื่อมวลชน กรีนพีซ ประเทศไทย แจ้งว่า กรีนพีซ ประเทศไทยออกแถลงการณ์ต่อกรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทนเครื่องที่ 8 - 9 ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 600 เมกะวัตต์ พร้อมระบบส่งไฟฟ้า ในวงเงินรวมทั้งสิ้น 47,470 ล้านบาท ตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอในวันที่ 24 พ.ค.ผ่านมา

โดย กรีนพีซ ระบุว่า มติ ครม.ดังกล่าวนอกจากจะสวนทางกับเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 40 ภายใต้แผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศปี 2564-2573 ยังย้อนแย้งกับยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำอีกด้วย

โดยมีรายละเอียดแถลงการณ์ดังนี้

แถลงการณ์กรีนพีซ ประเทศไทย

มติ ครม. ให้ติดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะทดแทนเครื่องที่ 8 - 9 สวนทางกับเป้าหมาย Net Zero ที่รัฐบาลตั้งไว้

จากการที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทนเครื่องที่ 8 - 9 ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 600 เมกะวัตต์ พร้อมระบบส่งไฟฟ้า ในวงเงินรวมทั้งสิ้น 47,470 ล้านบาท ตามที่กระทรวงพลังงาน (พน.) เสนอในวันที่ 24 พฤษภาคม 2565 นั้น

กรีนพีซ ประเทศไทย มีความเห็นว่า มติ ครม. ดังกล่าว นอกจากจะสวนทางกับเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 40 ภายใต้แผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศปี 2564-2573 (Thailand’s Nationally Determined Contribution Roadmap on Mitigation 2021-2030) [1] ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศไว้ในเวที Leader Summit ที่ COP26 กลาสโกว์ สหราชอาณาจักรในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมาแล้ว ยังย้อนแย้งกับยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (Long-term low greenhouse gas emission development strategies: LT-LEDS) [2] ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 เพื่อส่งให้กับสำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(UNFCCC) อีกด้วย

การศึกษาฉากทัศน์เพื่อปลดระวางถ่านหินจากระบบการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย [3] โดยกรีนพีซ ประเทศไทย มูลนิธินโยบายสุขภาวะ กองทุนแสงอาทิตย์และสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ประเทศไทยสามารถดำเนินการปลดระวางถ่านหินภายในปี 2580 โดยการยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ และทยอยปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินเดิม หรือสามารถเร่งปลดระวางถ่านหินให้หมดภายในปี 2570 โดยการยกเลิกสัญญารับซื้อไฟฟ้าบางฉบับก่อนครบกำหนด ในขณะที่สามารถคงความมั่นคงพลังงานไฟฟ้าในระดับกำลังผลิตสำรองมากกว่าร้อยละ 15 ของความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดได้ตลอดช่วงปี 2564-2580 นอกจากนี้ ยังมีการกระจายแหล่งพลังงานไฟฟ้าได้อย่างสมดุลไม่ต่างจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

กรีนพีซ ประเทศไทย มีความเห็นเพิ่มเติมว่า “คำถามที่สำคัญคือ ในเมื่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยโฆษณาถึง Mae Moh Smart City [4] สำหรับการเปลี่ยนแปลงอนาคต โดยลดกำลังผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่แม่เมาะเป็น 1,255 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 จนกระทั่งบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 ดังนั้น ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะต้องสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทนเครื่องที่ 8 - 9 ซึ่งจะยิ่งทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรมทั้งในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง และการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศในระดับประเทศ”

หมายเหตุ :

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์