ขบวนต้าน ‘พ.ร.บ.คุมการรวมกลุ่ม’ ชวนจับตา ตร.จะสลายการชุมนุมหรือไม่ หลัง จนท.เจรจาขอคืนพื้นที่ทั้งวัน 

จับตา ตร.จะสลายการชุมนุมของขบวนต้าน ‘พ.ร.บ.คุมการรวมกลุ่ม’ หรือไม่ หลังทั้งวันนี้ (26 พ.ค.) ตร.เจรจาขอคืนพื้นที่กับผู้จัดชุมนุมทั้งวันเพราะ 27-29 พ.ค.นี้ มีขบวนเสด็จ-ด้านการขอศาลแพ่งคุ้มครองชั่วคราวรอฟังผล 27 พ.ค.นี้ เวลา 13.00 น.

 

26 พ.ค. 2565 องค์กร Protection International หรือ PI รายงานต่อสื่อมวลชนวันนี้ (26 พ.ค.) ว่า บรรยากาศในการชุมนุมของขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชนที่หน้าสำนักงานสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ถนนราชดำเนินนอก วันนี้ (26 พ.ค.65) ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการชุมนุม เป็นไปอย่างตึงเครียด เนื่องจากมีตำรวจมาเจรจากับผู้จัดการชุมนุมขอคืนพื้นที่ตลอดทั้งวัน เหตุจากระหว่าง 27-29 พ.ค.นี้ ในหลวง รัชกาลที่ 10 และพระราชินี มีกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินไปที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ เพื่อเข้าร่วมพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาของ มธ. และต้องใช้เส้นทางผ่านบริเวณดังกล่าว

PI รายงานต่อว่า ช่วงเช้าถึงบ่ายมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาที่หน้าสำขอเจรจากับตัวแทนเพื่อขอคืนพื้นที่ในการชุมนุมจนกระทั่งเมื่อเวลา 14.30 น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พร้อมคณะตัวแทนจากหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเดินทางมาบริเวณที่ชุมนุมด้วยตัวเอง และเจรจากับตัวแทนอีกครั้ง

สมบูรณ์ คำแหง แกนนำการชุมนุมต้าน 'พ.ร.บ.คุมการรวมกลุ่ม' เจรจากับตำรวจ หน้ายูเอ็น ถนนราชดำเนินนอก

หลังจากเสร็จสิ้นการเจรจา สมบูรณ์ คำแหง จุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ และเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ตัวแทนขบวน ร่วมกันแถลงข่าวถึงท่าทีของการมาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยนายสมบูรณ์ กล่าวว่า วันนี้ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งแต่ตอนเช้าว่า จุดที่ประชาชนมาอยู่ เขามีข้ออ้างว่าทำให้เกิดความไม่สะดวกในส่วนการจราจรบ้าง มีประเด็นที่ทำให้เข้าข่ายว่าเราทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในมิติด้านสุขภาพเรื่องของการแพร่ระบาดของโรงโควิด-19 และมีเงื่อนไขอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งทางผู้จัดพยายามอธิบายว่า จุดที่พวกเขาอยู่ไม่ใช่กลุ่มแรก เพราะก่อนหน้านี้มีอีกหลายกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวในทางสังคม สิ่งแวดล้อม ก็มาใช้พื้นที่ตรงนี้ได้เป็นปกติ

แต่ในวันนี้ (26 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามที่จะให้เราออกจากตรงนี้ โดยบอกว่าน่าจะมีที่ที่ดีกว่านี้ให้กับพวกเรา จุดที่พวกเราน่าจะอยู่ได้ทั้งปี อย่างไรก็แล้วแต่ ในการเดินทางมาของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินทางมาเมื่อสักครู่ ได้มีการเชิญเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาด้วย และอ้างว่าได้เชิญเจ้าหน้าที่ของกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) มาด้วยเช่นกัน และพยายามอธิบายว่าจุดที่เราอยู่มีข้อห่วงใยอะไรบ้าง รวมถึงพยายามย้ำว่า เราทำให้เกิดความไม่สะดวกในเรื่องของจราจร แต่ถ้าเราสังเกตุดูถนนที่อยู่ตรงข้ามกับการชุมนุม รถยังวิ่งอยู่ได้ปกติ

ซึ่งตอนที่เราอยู่เราก็พยายามที่จะจัดการเรื่องนี้กัน และเขียนข้อกำหนดของเรื่องสุขภาพ พวกเราก็มีการใส่หน้ากากอนามัย มีจุดคัดกรอง มีการตรวจอุณหภูมิ และมีเครื่องตรวจ ATK ทุกคนที่อยู่ที่นี่ถ้ารู้สึกไม่ปลอดภัยเราก็สามารถจัดการและควบคุมได้ และมีเรื่องอื่นๆ คือ เรื่องความปลอดภัย การซักถามว่าเป็นใครอยู่ไหน ทำอะไรบ้าง ทำไมถึงมาอยู่ที่นี้ ซึ่งสิ่งที่เรากังวลสังสัยก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการอะไร การพยายามมาดูในพื้นที่แบบนี้และพยายามสำรวจไปทั่วรอบบริเวณของผู้ชุมนุม ท่านต้องการอะไร แต่ที่เราส่งสันไปมากกว่านั้น คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังที่จะเอากฎหมายมาอ้างกับพวกเราด้วยหรือไม่ เราจึงเป็นต้องตั้งโต๊ะแถลงพิเศษในครั้งนี้เพื่ออธิบายว่า เรามาชุมนุมตรงจุดนี้เรามีความชอบธรรม และตนเข้าใจว่ายังไม่จบเพราะในตอนเย็นจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาอีก 1 ทีม

ขณะที่จุฑามาส กล่าวว่า ในขบวนการของพวกเรา เราขอยืนยันว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราออกมาเรียกร้องในเรื่องนี้เพื่อให้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกเลิกมติ ครม.ที่เห็นชอบในร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการรวมกลุ่ม เป็นการชงเองกินเองของรัฐบาลเผด็จการ ซึ่งเราเห็นว่าเป็นปัญหามากๆ เราจึงออกมาเรียกร้องด้วยกัน 3 ข้อ

1.ให้มีมติยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ความเห็นชอบในหลักการต่อร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. .... ที่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยทันที และยุติการเสนอกฎหมายควบคุมเสรีภาพการรวมกลุ่มของประชาชนทุกฉบับ

2.ให้ทำข้อตกลงที่เป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะไม่ผลักดันร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. .... และกฎหมายควบคุมเสรีภาพการรวมกลุ่มของประชาชนทุกฉบับอีก

3.ให้การรับรองว่าจะไม่มีผู้ใดตกเป็นเป้าหมายการถูกคุกคาม การใช้ความรุนแรง ถูกจับกุมคุมขัง หรือถูกตั้งข้อหาต่อการที่ประชาชนใช้สิทธิขั้นพื้นฐานในการชุมนุมและแสดงออกโดยสันติ

ซึ่งคณะรัฐมนตรีไม่ยอมเอาข้อเรียกร้องของเราเข้าไปพิจารณา ดังนั้น ความรับผิดชอบในเรื่องนี้จึงอยู่ที่คณะรัฐมนตรี ถ้าตำรวจจริงใจเป็นห่วงผู้สูงอายุ ผู้หญิง และเด็กจริงต้องอำนวยความสะดวกไม่ใช่คุกคาม ตำรวจจะต้องไม่ใช่เพิ่งมาวันนี้ ไม่นึกว่าอะไรเข้าฝันจึงอยากจะมาดูแลในวันนี้ ถ้ามีความจริงใจจริงๆ จะต้องเข้ามาดูแลตั้งแต่วันแรกที่มีการชุมนุมแล้ว และต้องอำนวจความสะดวกให้เราชุมนุมได้ ซึ่งเรายืนยันว่าการชุมนุมของเราเป็นการชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธ และในการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อให้เพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่องการห้ามชุมนุมและการขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราวการชุมนุมในครั้งนี้ ซึ่งศาลได้ไตสวนฉุกเฉินเสร็จสิ้นแล้วและจะนัดอ่านคำสั่งศาลในวันพรุ่งนี้ (27 พ.ค.) เวลา 13.30 น.

เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ (ซ้าย) จุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ (กลาง) และสมบูรณ์ คำแหง (ขวา) แกนนำต้าน พ.ร.บ.คุมการรวมกลุ่มประชาชน

ขณะที่เลิศศักดิ์ กล่าวว่า สรุปประเด็นสำคัญในการแถลงครั้งนี้ คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเตรียมการสลายการชุมนุม ซึ่งเย็นนี้เราจะเห็นรูปรอยอย่างชัดเจนว่าจะมีการสลายการชุมนุมในแบบไหน และขอย้ำให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมได้รับทราบอีกครั้งว่าขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชนเราจะรับมือกับการสลายการชุมนุมของตำรวจอย่างไรบ้าง หากใครที่พร้อมที่จะเผชิญกับการสลายการชุมนุมในครั้งนี้ขอให้มานั่งอยู่ในเตนท์บริเวณข้างหน้า จะรับมือกับการสลายการชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ ขอให้พวกเราได้อดทนอดกลั้นเอาไว้ คืนนี้ทั้งคืนจะเป็นคืนที่เราจะต้องจับตา ตำรวจกำลังก่อรูปก่อร่างอยู่ ซึ่งหน้าที่ในการจัดการจราจรเป็นหน้าที่โดยตรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่กลับปล่อยปะละเลยและนำมาอ้างกับเราในประเด็นนี้ หน้าที่ในการดูแลระบบสาธารณะสุขก็เกี่ยวข้องโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่เคยมาให้เห็นหน้าแม้แต่วันเดียว แต่มาในวันนี้กลับมาเสนอหน้าสร้างความชอบธรรมให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสลายการชุมนุม อยากจะขอให้ทุกคนช่วยกันจับตาประณามการเตรียมการสลายการชุมนุมในวันนี้และถ้าใครอยู่ใกล้หรือเลิกงานแล้ว เลิกภารกิจแล้ว ก็ขอให้มาสมทบพวกเรา มาเป็นสักขีพยานร่วมกับเรา

“และขอประกาศอีกครั้งว่าขบวนต่อต้านร่างกฎหมายทำลายการรวมกลุ่มของประชาชน รู้สึกมีความภูมิในเป็นอย่างยิ่งที่เราได้มาร่วมกันในครั้งนี้ การต่อต้านคัดค้านกฎหมายควบคุมการรวมกลุ่มจนถึงขั้นที่ตำรวจจะสลายการชุมนุมและขอแจ้งให้ทราบว่า การสลายการชุมนุมหากเกิดขึ้นจริง ไม่มีวันที่จะสลายกำลังของพวกเราในการคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างแน่นอน

สำหรับความคืบหน้าในการยื่นฟ้องศาลแพ่งไต่สวนฉุกเฉินศาลได้ไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว และนัดฟังคำสั่งวันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 13.30 น. ทั้งนี้ ในช่วงเย็นขบวนได้จัดกิจกรรมฉีกรัฐธรรมนูญ 60 ทวงคืนเสรีภาพ พร้อมทั้งมีการจัดนิทรรศการชวนประชาชนเขียนรัฐธรรมนูญใหม่หมวดสิทธิเสรีภาพ และเวทีเสวนาฉีกรัฐธรรมนูญทวงคืนเสรีภาพที่หายไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์