เหตุรุนแรงที่ตากใบ หลังช่วงหยุดยิงรอมฎอน 'ประวิตร' ระบุทางมาเลย์กำลังติดตามเรื่องระเบิดอยู่

เหตุรุนแรงที่ ที่ อ.ตากใบ หลังช่วงข้อตกลงหยุดยิงเดือนรอมฎอน 'ประวิตร' ระบุทางมาเลเซียกำลังติดตามเรื่องระเบิดอยู่ พร้อมยันเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยเจรจาต่อ มทภ.4 สั่งคุมเข้มพื้นที่ ย้ำข้อตกลงยุติความรุนแรงได้ผล หลังช่วงรอมฎอนเหตุการความรุนแรงสงบลง

27 พ.ค.2565 จากเหตุความรุนแรง 4 จุด ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยเฉพาะ สถานีตำรวจน้ำตากใบ มีการโจมตีด้วยระเบิดไปป์บอมบ์และอาวุธสงคราม เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย คืนวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังข้อตกลงความริเริ่มรอมฎอนสันติสุข หรือรอมฎอนสันติภาพ ที่มีการประกาศลดปฏิบัติการทางทหารระหว่างรัฐบาลไทยและแนวร่วมขบวนการบีอาร์เอ็น ช่วง 3 เม.ย. - 14 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น

 

 

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานถึงปฏิกิริยาในโลกโซเชียลโดยเฉพาะทวิตเตอร์ที่ #ตากใบ ติดเทรนด์ โดยผู้คนแสดงความคิดเห็นผ่านแฮชแท็ก #ตากใบ โดยส่วนใหญ่ได้สะท้อนปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่ยังคงเกิดความไม่สงบ ซึ่งบางความเห็นยังเล่าว่า ได้ยินข่าวกราดยิงในภาคใต้ตั้งแต่เด็กจนโต อีกยังเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาดำเนินการแก้ไขและเล็งเห็นถึงความสำคัญมากขึ้น

'ประวิตร' ระบุทางมาเลเซียกำลังติดตามเรื่องระเบิดอยู่

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังเดินทางเข้าร่วมประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 55 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย ว่า มีการหารือถึงการพูดคุยสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยทางการมาเลเซีย ยืนยันว่าจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยเจรจาต่อ 

ที่มาภาพ เว็บไซต์กระทรวงมหาดไทย

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มาเลเซียเห็นใจประเทศไทย อยากให้เกิดสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจะพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ จะเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้มีความก้าวหน้าไปมาก

สำนักข่าวไทย รายงานเพิ่มเติมถึงปฏิกิริยาจาก พล.อ.ประวิตร หลังถูกถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นการตอบโต้ภายหลังพล.อ.ประวิตรไปร่วมประชุม GBC หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องระเบิดทางมาเลเซียดูอยู่แล้ว ซึ่งทางมาเลเซียสงสัยว่าใครเป็นคนทำและกำลังติดตามอยู่

มทภ.4 สั่งคุมเข้มพื้นที่ ย้ำข้อตกลงยุติความรุนแรงได้ผล หลังช่วงรอมฎอนเหตุการความรุนแรงสงบลง

มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า 27 พ.ค. 65 พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุดังกล่าวก่อนเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือแนวทางการปฏิบัติงาน คุมเข้มพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัย

แม่ทัพภาคที่ 4 เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงสถานการณ์ ตลอดจนหารือถึงปัจจัยและสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งคาดว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากหลายเหตุการณ์โดยการรุกหนักของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย การตอบโต้จากกลุ่มภัยแทรกซ้อนที่เสียผลประโยชน์ ทั้งการเข้าไปตรวจค้นคลังสินค้าหนีภาษี การกวาดล้างยาเสพติด และการจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ ขณะนี้อยู่ในขั้นการตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และหลักฐานจากกล้องวงจรปิด CCTV ทั้งหมด เพื่อติดตามเส้นทางจนนำไปสู่การระบุตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ และดำเนินการตามกฎหมายได้ในที่สุด

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากหลายเหตุการณ์โดยการรุกหนักของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย และปราบปรามยาเสพติดในช่วงที่ผ่านมา แต่เราสังเกตเห็นว่าในช่วงรอมฎอนเหตุการความรุนแรงสงบลง นั่นหมายความว่าข้อตกลงยุติความรุนแรงนั้นได้ผล แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นซึ่งกระทบต่อหลายภาคส่วน ทั้งด้านความปลอดภัย เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ ได้สร้างความหวาดระแวงให้กับพี่น้องประชาชนในพื่นที่เป็นอย่างมาก การดำเนินการตามกฎหมายต่อจากนี้จะเข้มข้นขึ้น

'มหาดไทย' สรุปผลประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป  ไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ 55

ทั้งนี้ กองการต่างประเทศ และกองสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย รายงานรายละเอียด การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ 55 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย  ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้แทนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย และ ดาโต๊ะ สรี ฮิสฮัมมุดดิน บิน ตุน ฮุสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย เป็นประธานร่วมในการประชุมฯ

ที่มาภาพ เว็บไซต์กระทรวงมหาดไทย

รายงานของ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า การประชุมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือที่ดีระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศให้มีความแน่นแฟ้น ส่งผลให้พื้นที่ชายแดนไทย – มาเลเซีย มีความมั่นคงและสงบเรียบร้อย เป็นพื้นที่แห่งมิตรภาพ สันติภาพ ความสงบสุข และความร่วมมือในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ก่อนการประชุม รองนายกรัฐมนตรี ได้พบปะหารือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย โดยมีประเด็นหารือที่สำคัญ ได้แก่

1. โครงการก่อสร้างรั้วเดี่ยวร่วม ณ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ระยะทาง 5.5 กิโลเมตร ปัจจุบันได้มีการออกแบบการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างเสนอของบประมาณก่อสร้าง
2. โครงการสร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านสะเดาแห่งใหม่ – บูกิตกายูฮิตัม เพื่อลดความคับคั่งของการจราจร โดยก่อสร้างห่างจากด่านปัจจุบันไปทางตะวันออก 1 กิโลเมตร
3. การจัดตั้งจุดลาดตระเวนร่วมแห่งใหม่ โดยมีการจัดตั้งจุดลาดตระเวนร่วมแห่งใหม่ จำนวน 1 จุด คือบริเวณหลักเขตแดนที่ 36/100 อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา
4. การนำประเด็นบุคคลสองสัญชาติบรรจุในร่างความตกลงด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติระหว่างไทย – มาเลเซีย
5. การขอให้ฝ่ายมาเลเซียดำรงการสนับสนุนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
6. ความร่วมมือในการรักษาความมั่นคงบริเวณช่องแคบมะละกา
7. ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

สำหรับผลการประชุม GBC ไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ 55 ที่ประชุมฯ ได้ติดตามการดำเนินการตามผลการประชุม GBC ไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ 54 ที่ผ่านมา ในเรื่องเกี่ยวกับการยกระดับการแลกเปลี่ยนข่าวสาร ซึ่งมุ่งเน้นในด้านอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์การติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนราชการของจังหวัดและรัฐตามแนวชายแดน เพื่อการดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้ ได้มีการขยายขอบเขตการปฏิบัติการร่วม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยปรับแนวทางการลาดตระเวนร่วมจาก Joint Border Patrol เป็น Combined Forces Border Patrol ซึ่งมีลักษณะเป็นการปฏิบัติการร่วมในเวลาและพื้นที่เดียวกัน รวมทั้งเสนอแผนการขยายขอบเขตการบริหารจัดการชายแดนร่วม การพัฒนาด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมตามแนวชายแดน การดำเนินกิจกรรมทวิภาคีต่าง ๆ ระหว่างหน่วยงานตามแนวชายแดน ตลอดจนความก้าวหน้าในการพัฒนาช่องทางผ่านแดน และมาตรการรักษาความปลอดภัย และที่ประชุมฯ ได้เร่งรัดให้มีการจัดทำระเบียบปฏิบัติประจำ และหลักนิยมร่วมเกี่ยวกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ โดยให้หน่วยงานด้านการจัดการต่อภัยพิบัติแห่งชาติมาเลเซียและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ร่วมกันดำเนินการ รวมทั้งวางแผนจัดการฝึกร่วม/ผสมไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ 4 โดยมุ่งเน้นการใช้กำลังทหารในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ

รายงานของ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังระบุด้วยว่า สำหรับแผนงานในอนาคต จะมีการแลกเปลี่ยนข่าวสารและข่าวกรองทุกระดับอย่างต่อเนื่องและแน่นแฟ้น การกำหนดแนวทางเพิ่มประสิทธิผลของการปฏิบัติการร่วมตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันอาชญากรรมและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การดำรงความต่อเนื่องในการพัฒนาและยกระดับความร่วมมือ และการประสานงานด้านการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัยตามแนวชายแดนอย่างแน่นแฟ้น 

 

 

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์