รมต. กลาโหม NUG ให้สัมภาษณ์ชี้คณะรัฐประหารพม่าเริ่มเพลี่ยงพล้ำแล้ว

ครบรอบ 1 ปี ที่รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติพม่า (NUG) จัดตั้งกองกำลังปกป้องประชาชน (PDF) ขึ้นเพื่อต่อสู้กับรัฐบาลทหารของมินอ่องลาย ในโอกาสนี้ 'ยี มอน' รัฐมนตรีกลาโหมของ NUG ได้ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ากับ Myanmar Now ระบุว่ากองกำลัง PDF เติบโตขึ้นถึง 10 เท่าในด้านเงินทุนและยุทโธปกรณ์ มีไพร่พลกว่า 259 กองพัน โดยเน้นไปที่การต่อสู้แบบจรยุทธ์ (Guerilla Warfare) เป็นหลัก ขณะที่กองทัพพม่าตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในเชิงยุทธศาสตร์

หลังการรัฐประหารพม่าในเดือน ก.พ. 64 เกิดการประท้วงใหญ่เพื่อต่อต้านรัฐประหาร และจากนั้นผู้นำพลเรือนของพม่าก็ประกาศจัดตั้งรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ และร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยหวังล้มล้างวงจรของการรัฐประหารอย่างถาวร หนึ่งความพยายามในการต่อสู้กับรัฐบาลทหารของมินอ่องลายคือการประกาศจัดตั้งกองกำลังปกป้องประชาชน (People's Defense Force หรือPDF) ขึ้นเมื่อ เม.ย 64

หนึ่งปีผ่านไปเริ่มมีรายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าต่างๆ ที่เกิดขึ้น ขณะที่การเจรจาทางทูตระหว่างประเทศต่างๆ ดำเนินไปในระดับโลกและระดับภูมิภาค ประชาชนในพม่าเองเริ่มคว้าชัยชนะได้มากขึ้นจากการต่อสู้ด้วยตนเอง เช่น เมื่อไม่นานมานี้ องค์กรการปกครองของประชาชนในท้องถิ่นเริ่มเข้าแทนที่การควบคุมของรัฐบาลทหารได้ในพื้นที่นอกเมืองส่วนใหญ๋ได้สำเร็จ ขณะที่องค์กรสิทธิรวบรวมหลักฐานอาชญากรรมสงครามของรัฐบาลทหารพม่าอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะคลี่คลายออกมาอย่างไร คงปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาได้ต่อสู้ด้วยวิธีการทุกรูปแบบอย่างสุดกำลัง

การสู้รบเป็นหนึ่งในด้านสำคัญของความขัดแย้งในพม่า หลังประกาศจัดตั้งกองทัพ PDF มีข่าวออกมาเป็นระยะว่าทหารพม่าเริ่มแปรพักตร์มาเข้าร่วมกับ NUG ขณะที่พลเรือนจำนวนมากตัดสินใจจับอาวุธและเข้ารับการฝึกทางทหาร เมื่อ ส.ค. 64 กระทรวงกลาโหมของ NUG ได้ระบุว่าสามารถติดต่อกับกลุ่มที่อาสาออกมาต่อต้านรัฐบาลทหารต่างๆ ได้ทั้งหมด ขณะเดียวกันก็เริ่มมีการประกาศข้อบังคับเกี่ยวกับระเบียบวินัย ระบบการบังคับบัญชา และเริ่มติดอาวุธให้กับไพร่พลได้มากขึ้นตามลำดับ

ขณะที่การสู้รบและเจรจากับกองกำลังชาติพันธุ์ต่างๆ ดำเนินไป โดยรัฐบาลทหารไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้มากนัก กองกำลัง PDF ก็ได้เข้ามาเป็นผู้เล่นที่สำคัญในสนามความขัดแย้งในพม่าเพิ่มขึ้นอีก แม้รัฐบาลทหารพม่าจะไม่อยากให้การยอมรับก็ตาม ในโอกาสครบรอบ 1 ปีของการจัดตั้งกองกำลัง PDF 'ยี มอน' รัฐมนตรีกลาโหมของ NUG ได้ให้สัมภาษณ์กับ Myanmar Now เมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อพูดคุยถึงความคืบหน้า รวมถึง ประเด็นล่าสุดที่กลุ่ม 'ทเวเตา (พันธสัญญาเลือด)' เริ่มออกข่มขู่และพยายามฆ่าครอบครัวของสมาชิกพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ซึ่งกลายเป็นปัญหาที่น่ากังวล

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ Myanmar Now เป็นภาษาไทยได้ด้านล่าง

Myanmar Now: ความคืบหน้าของ PDF เป็นอย่างไรในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

ยี มอน: ที่จริงแล้ว ผมรู้สึกพึงพอใจอย่างมากกับการเดินทางของกองกำลังปกป้องประชาชนตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกภูมิใจ, อันที่จริง. สหายของเราเริ่มจากการไม่มีอะไรเลย พวกเขาไม่เคยผ่านการฝึกทหารและไม่มีอาวุธ ในช่วงเริ่มแรกของการต่อสู้ด้วยกำลังทหาร พวกเขาต้องคิดค้นอาวุธขึ้นมาเองเพื่อสู้กลับคณะรัฐประหาร ฉะนั้น คุณจึงพูดได้ว่าเราเดินทางมาไกลมากจริงๆ นับตั้งแต่ตอนนั้น

เราสามารถติดอาวุธให้กับไพร่พลของเราได้ในระดับหนึ่่ง ฉะนั้น นี่จึงเป็นชัยชนะของเรา ตอนที่ PDF ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรก เราไม่มีเงินทุนใดๆ เลย แต่เป็นเพราะการสนับสนุนของประชาชน และความมุ่งมั่น ทุ่มเท และอดทนของไพร่พลของเรา เราจึงสามารถเอาชนะความท้าทายต่างๆ มามากมาย

อะไรคือความท้าทาย และอะไรคือบทเรียนที่ได้รับมาตลอดช่วงเวลา 1 ปี

ทุกคนมีความหวังและความฝัน NUG เองก็หวังว่าจะติดอาวุธให้กับไพร่พลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้การปฏิวัติลุล่วงเร็วที่สุด ผมมั่นใจว่าไพร่พลของ PDF ในภาคสนามก็คงรู้สึกเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ผมยอมรับว่าเราติดอุปสรรคอยู่เหมือนกัน เมื่อเป็นเรื่องประสบการณ์ ไพร่พลบางคนอาจไม่ค่อยปฏิบัติตามคำสั่ง เนื่องจากพวกเขาไม่คุ้นเคยกับชีวิตในกองทัพ และเราเองมีข้อเสียเปรียบทางเทคนิคบางอย่างเช่นกัน

ความล้มเหลวของไพร่พลของ PDF ในการปฏิบัติตามคำสั่งส่งผลให้ไพร่พลเสียชีวิตไปจำนวนหนึ่ง ฉะนั้น ผมจึงเดาว่านี่คงเป็นหนึ่งในบทเรียนที่ได้รับมา

ไพร่พลบางคนไปเกินกว่าขอบเขตของเทคนิคแบบจรยุทธ์ (guerrilla techniques) และพยายามเผชิญหน้ากับศัตรูแบบตรงๆ โดยไม่ประเมินพละกำลังของตนเอง พวกเขาจึงต้องสังเวยต่อความผิดพลาดด้วยชีวิต เราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดเหล่านี้ เพื่อทำให้ PDF เข้มแข็งขึ้นในอนาคต

แผนในอนาคตของ PDF เป็นอย่างไร หลังจากที่ตอนนี้ทุกรัฐและทุกภาคมีกลุ่มกองกำลัง PDF ของตัวเองแล้ว

PDF และพันธมิตรของเราตอนนี้ ที่จริงแล้วเป็นฝ่ายได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์ พวกเขาโจมตีกองทัพอย่างไม่ลดละ ณ ที่ใดก็ตามที่พวกเขาสามารถโจมตีได้ เพื่อตัดพละกำลังของกองทัพ นอกจากนี้ ตอนนี้ทุกคนยังสามารถเห็นได้ด้วยว่ากองทัพเริ่มที่จะเพลี่ยงพล้ำแล้ว

เรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อทำให้ทักษะทางด้านเทคนิคของเราสมบูรณ์แบบอีกด้วย เนื่องจากตอนนี้เราเป็นฝ่ายเหนือกว่าทางด้านยุทธศาสตร์ เรายังจำเป็นต้องคำนวณและเปรียบเทียบพละกำลังที่แท้จริงของกองกำลังปฏิวัติและกองกำลังของรัฐบาลทหารด้วย

กองกำลังปฏิวัติของเราทุ่มเทอย่างมากและพวกเขาอยู่ในจุดพีคแล้วในขณะนี้ คุณสามารถพูดได้ว่าตอนนี้เราดีขึ้นกว่าตอนที่เราเพิ่งเริ่มถึง 10 เท่า โดยพิจารณาจากจำนวนเงินทุนและอาวุธที่เราได้รับมา

อีกด้านหนึ่ง กองทัพกลับกำลังตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ หากกองกำลังปฏิวัติกดดันได้เช่นนี้ต่อไป ผมสามารถบอกได้อย่างมั่นใจเลยว่าเวลาของรัฐบาลทหารเหลือไม่มากแล้ว

คุณติดอาวุธให้กับกองกำลัง PDF ได้มากเพียงใด

เราได้จัดตั้งกองกำลัง PDF ขึ้นกว่า 259 กองพัน และมีกองกำลังป้องกันท้องถิ่นกว่า 250 เมืองจากบันทึกข้อมูลล่าสุดของเรา เราสร้างการบังคับบัญชาตามภูมิภาคต่างๆ และทีมกำกับดูแลเสร็จลุล่วงแล้วด้วย ขณะนี้เรากำลังให้ความสำคัญกับการตั้งทีมกำกับดูแลสำหรับแต่ละเขตเป็นอันดับแรก

ในระยะเวลาเพียง 8 เดือน เราสามารถติดอาวุธให้กับไพร่พลได้มากขึ้นกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับตอนที่เราเพิ่งเริ่ม เรารวบรวมอาวุธและกระสุนได้มากขึ้นแล้วสำหรับเดือนถัดไปๆ ฉะนั้น เราจะสามารถให้อาวุธกับกองกำลังกลาโหมได้มากขึ้นอีก

ขณะเดียวกัน เราก็สามารถผลิตไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติด้วยตัวเองได้แล้วในที่สุด และยังมีการสนับสนุนให้กับการผลิตไรเฟิลเหล่านี้ด้วย ดังนั้น การปฏิวัติจะมีพลวัตเพิ่มขึ้นอีกในหลายเดือนข้างหน้า

คุณจะสามารถจัดหาอาวุธเชิงกลยุทธ์ เช่น อาวุธที่สามารถยิงเครื่องบินรบของกองทัพได้หรือไม่

ขณะนี้เรายังต้องการอาวุธที่สามารถขัดขวางเครื่องบินรบและทำลายฐานทัพอากาศของข้าศึกได้ ตอนนี้เรากำลังรวบรวมเงินทุนและยังคงมองหาวัสดุต่างๆ สำหรับอาวุธเช่นนี้อยู่

คุณจะตอบกลับอย่างไร หากผู้บัญชาการใหญ่ของรัฐบาลคณะรัฐประหารเชิญคุณเข้าร่วมการประชุม

NUG และกองกำลัง PDF เป็นผู้แทนของประชาชน ดังนั้น เราไม่สามารถทำอะไรที่ขัดต่อเจตจำนงค์ของประชาชนได้

เป้าหมายหนึ่งที่มั่นคงที่ประชาชนทุกคนในประเทศนี้มีคือการกวาดล้างเผด็จการทหารเป็นครั้งสุดท้ายอย่างถาวร ดังนั้น เราไม่สามารถหาข้อตกลงหรือดำเนินกิจการใดๆ กับรัฐบาลทหารได้

ผู้นำทางการเมืองหลายๆ คน รวมถึง อองซานซูจี กล่าวว่าปัญหาทางการเมืองควรได้รับการแก้ไขผ่านวิธีการทางการทูตและวิธีการทางการเมือง คุณมีความคิดเห็นอย่างไร

เราพยายามอยู่เสมอที่จะแก้ปัญหาทางการเมืองด้วยวิธีการทางการทูตและวิธีการทางเมืองมาตั้งแต่ต้น อองซานซูจีเองอุทิศเวลากว่า 30 ปีให้กับวิธีการนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่ปัญหาจะไม่ได้รับการแก้ไขเท่านั้น แต่มันยังแย่ลงมากจนเรามาอยู่ในสภาพแบบนี้แล้ว กองทัพไม่สามารถเข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับการทูตและการแก้ไขปัญหาผ่านกระบวนการทางการเมืองได้ พวกเขารู้จักแต่การปกครองประชาชนโดยใช้อาวุธ นั่นเป็นนโยบายของพวกเขามาตลอด 60 ปีเต็ม จะเรียกว่าการรัฐประหารเป็นท่าไม้ตายของพวกเขาก็ได้

เรากำลังเผชิญหน้ากับองค์กรที่วิธีการสื่อสารเพียงอย่างเดียวที่พวกเขารู้จักคือการรบ ดังนั้น เราไม่มีทางเลือกจึงต้องจับอาวุธต่อสู้กับพวกเขา เรากำลังทำแบบนี้เพื่อประวัติศาสตร์ของประเทศของเรา

มันเป็นการตัดสินใจของประชาชนชาวพม่าทุกคนในการถอนรากกองทัพออกจากการเมืองของประเทศ และสร้างสหภาพแบบสหพันธรัฐที่สามารถมอบสันติภาพที่ยั่งยืนและเสถียรภาพให้กับประชาชนได้

มีการออกคำสั่งเกี่ยวกับผู้ที่ให้ข้อมูลแก่ทหารอย่างไร

เราไม่เรียกพวกเขาว่าเป็นผู้ให้ข้อมูลแก่ทหาร แต่เรียกพวกเขาว่าไส้ศึกของคณะรัฐประหาร เนื่องจากพวกเขากำลังสนับสนุนคณะรัฐประหารในการกระทำการก่อการร้ายต่อประชาชน

กลุ่มผู้ก่อการร้ายเหล่านี้อาจเป็นกลุ่มติดอาวุธหรือกลุ่มไม่ติดอาวุธที่ให้ข้อมูลกับคณะรัฐประหารเพื่อกดขี่ประชาชน อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้มองว่าทุกคน (ในหน่วยงานของรัฐ) ที่ไม่เข้าร่วมกับขบวนการอารยะขัดขืน (Civil Disobedience Movement) เป็นผู้ก่อการร้าย ตราบที่พวกเขาไม่ได้ก่อการร้ายต่อประชาชน

เรามีทีมกำกับดูแลประจำอยู่ในทุกเขตเพื่อจัดการกับการร้องเรียนและรายงานต่างๆ เกี่ยวกับไส้ศึกและกลุ่มผู้ก่อการร้าย กระทรวงกลาโหมยังสั่งการออกไปด้วยว่าการฟ้องร้องต่อพวกเขาจะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อผ่านการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน ตามกฎหมายของศาลทหารหรือศาลพลเรือนแล้วเท่านั้น

กลุ่มที่ชื่อว่า 'ทเวเตา (พันธสัญญาเลือด)' ที่พุ่งเป้าและฆาตกรรมสมาชิกของพรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย และผู้สนับสนุนและครอบครัวของพวกเขา คุณรู้อะไรเกี่ยวกับกลุ่มนี้บ้าง

เรากำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ เราได้รับข้อมูลสำคัญบางประการเกี่ยกับเรื่องนี้แล้ว ตอนนี้ที่ผมสามารถบอกได้คือ กลุ่มเทวเตาเป็นเพียงอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ

เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลทหารจากกองบัญชาการภาคกลางเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มนี้ขึ้นในมัณฑะเลย์เพื่อพุ่งเป้าไปยังสมาชิกครอบครัวของ NLD และสมาชิกของกองกำลัง PDF ที่ผ่านมาพวกเขายังทำการข่มขู่มาโดยตลอดด้วย

เราได้รับหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้เพียงพอแล้ว และกระทรวงกลาโหมจะแจ้งข้อมูลเหล่านี้ให้ประชาชนรับทราบด้วย

คุณคิดว่าเพราะเหตุใดพวกเราถึงเริ่มปฏิบัติการลักษณะนี้ในช่วงนี้

คำตอบเดียวที่เป็นไปได้คือเพราะพวกเขาไม่มีทางเลือกแล้ว พวกเขาไม่สามารถสู้กับ PDF และกองกำลังของพันธมิตรในสนามรบได้แล้ว ดังนั้น พวกเขาจึงตัดสินใจก่อการร้ายและสร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนแทน อย่างไรก็ตาม ผมอยากบอกว่านี่ไม่เพียงแต่จะไม่แก้ปัญหาเท่านั้น แต่มันจะทำให้สถานการณ์แย่ลงสำหรับรัฐบาลทหารด้วย

มีอะไรที่คุณอยากบอกกับผู้อ่านอีกหรือไม่

เป็นที่แน่นอนแล้วว่ากองทัพกำลังตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ในเวลาเช่นนี้ เราจำเป็นต้องโจมตีพวกเขาต่อไปอย่างไม่ลดละ เพื่อให้พวกเขาไม่สามารถลุกกลับขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตาม ประชาชนต้องเผชิญกับการสูญเสียจากการกระทำของกองทัพอย่างแน่นอน ผมอยากบอกพวกเขาให้พยายามอดทนไปอีกระยะหนึ่ง

ในฐานะรัฐบาลของประชาชน เราจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความสูญเสียทั้งหมดเองเมื่อการปฏิวัติสำเร็จลุล่วงแล้ว เราอยากบอกประชาชนว่าเรามีความพร้อมในการกวาดล้างกองทัพ ซึ่งขณะนี้อยู่ในสภาพไม่มั่นคงแล้ว

แปลจาก

 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์