'ศรีสุวรรณ' ไม่หวั่น หลัง 'ทนายอนันต์ชัย' ร้องเพิกถอนสมาคมฯ ชี้หากถูกถอนก็ร้องในนาม 'ศรีสุวรรณ จรรยา'

'ทนายอนันต์ชัย' ร้องอธิบดีกรมการปกครอง ยุบสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยของ 'ศรีสุวรรณ' ให้เวลา 30 วัน ถ้าไม่เพิกถอน เตรียมยื่น กมธ.ป.ป.ช.สอบต่อ ด้าน 'ศรีสุวรรณ' ไม่หวั่น ชี้หากถูกเพิกถอน ก็พร้อมเดินหน้าร้องในนาม 'ศรีสุวรรณ จรรยา'

7 มิ.ย.2565 หลังจากเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพจ 'ทนาย อนันต์ชัย ไชยเดช' โพสต์แจ้งว่า อนันต์ชัย ทนายความ พบพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เพื่อทำและมอบอำนาจให้ผมยื่นหนังสือร้องเรียน ถอนชื่อสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกจากทะเบียนสมาคม ต่ออธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะนายทะเบียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีจำนวน 8 แฟ้ม

"ผมอยากจะบอกนายศรีสุวรรณ จรรยา และสมาคมองค์พิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ว่า การที่เราจะร้องเรียนใครสักคนหนึ่ง องค์กรใดองค์กรหนึ่ง ควรมีข้อมูลและศึกษาข้อเท็จจริงให้ถ่องแท้เสียก่อน ไม่ใช่สักแต่จะร้องโดยใช้กระดาษไม่กี่แผ่น เพราะหากการร้องเรียนไม่เป็นความจริงตามที่ร้องเรียน ชื่อเสียงเกียรติยศของวงค์ตระกูลบุคคลที่ถูกร้องเรียนต้องย่อยยับพินาศสิ้น ไม่สามารถแก้ไขเยียวยาให้กลับคืนได้ เพราะข่าวที่เสนอไปแล้ว ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงทรัพย์สินเงินทองด้วย ผมจะไม่ยอมให้คุณศรีสุวรรณ จรรยา ทำเช่นนั้นอีก" อนันต์ชัย ระบุในโพสต์

ต่อมา 6 มิ.ย. สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่า อนันต์ชัย นำเอกสารจำนวน 7 แฟ้มยื่นถึงธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยผ่านณัชวันก์ เตชะเสน ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ ให้เพิกถอนสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยของศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมฯ โดยให้เหตุผล ว่าสมาคมนี้ ร้องเรียนอยู่เรื่อย อย่างกรณี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็ถูกร้องเรียนตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าไปบริหาร และยังดูหมิ่น ประชาชนที่เลือกตั้งเข้ามา 1.38 ล้านคน ว่าเป็นไส้เดือน กิ้งกือ

อนันต์ชัย กล่าวว่า การกระทำของนายศรีสุวรรณผิดประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 101 คือการแสวงหาผลประโยชน์จากการค้าความและการร้องเรียนผิดวัตถุประสงค์ของสมาคมที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ตนอยากให้นายศรีสุวรรณฟ้องตนกลับ จะได้รู้ดำรู้แดงกันไป

อนันต์ชัย กล่าวว่า สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจัดประชุมคณะกรรมการสามัญประจำปีหรือไม่ เปลี่ยนแปลงนายกสมาคมหรือไม่ ส่งบัญชีงบดุล ให้กับกรมสรรพากรหรือไม่ การทำหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เคยประชุมให้คณะกรรมการรับทราบหรือไม่ ดังนั้น ก่อนที่จะตรวจสอบคนอื่น เคยตรวจสอบสมาคมตนเองหรือไม่ว่าขาวสะอาด แค่นี้ยังไม่ขาวสะอาด แล้วจะไปตรวจสอบคนอื่นได้อย่างไร 

อนันต์ชัย กล่าวว่า การร้องเรียนครั้งนี้ ให้เวลาอธิบดีกรมการปกครอง 30 วัน หากไม่เพิกถอนจะยื่นหนังสือกับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธาน กมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎรให้เรียกเอกสารทุกหน่วยงานที่เกี่ยวกับสมาคมนี้ แต่ในทางกฎหมายให้เวลาไว้ 15 วัน อธิบดีต้องให้คำตอบ และจากนี้จะไปยื่นถึงกรรมสรรพากรให้ตรวจสอบสมาคม ว่าจัดทำบัญชีงบดุล หรือไม่อย่างไร

'ศรีสุวรรณ' ไม่หวั่น ชี้หากถูกเพิกถอน ก็พร้อมเดินหน้าร้องในนาม 'ศรีสุวรรณ จรรยา'

ขณะที่ไทยพีบีเอสรายงานปฏิกิริยาของ ศรีสุวรรณ ซึ่งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสว่า “ไม่วิตกกังวลแต่อย่างใด” เนื่องจากใครก็มีสิทธิ์ที่จะยื่นตรวจสอบสมาคมได้อยู่แล้ว แต่การขอเพิกถอน หรือยุบสมาคมนั้นเป็นอำนาจของอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย หรือนายทะเบียนเป็นผู้พิจารณา ว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 102 ว่าด้วยการ กระทำกิจกรรมหรือกิจการใด ๆ ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจเป็นภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ หรือไม่ ซึ่งมั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดในมาตราที่กล่าวมาข้างต้น เพราะดำเนินการไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม

ศรีสุวรรณ ยืนยันว่า การยื่นตรวจสอบนักการเมือง ผู้มีอำนาจรัฐ ตลอดระยะเวลานับ 10 ปีที่ผ่านมา ดำเนินการตามสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้สิทธิของประชาชนในการที่จะไปตรวจสอบอำนาจรัฐในการที่จะไปฟ้องร้องเป็นคดี 4 - 5 มาตรา ฉะนั้น การไปยื่นตรวจสอบจะมากหรือน้อยไม่สำคัญ เนื่องจากเป็นไปตามกรอบ โดยเฉพาะกรอบของวัตถุประสงค์ของสมาคม ที่ระบุไว้ชัดว่าจะต้องทำหน้าที่ในการตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐ ที่จะละเมิดกฎหมาย ละเมิดรัฐธรรมนูญ และจะตรวจสอบการเลือกตั้ง หรือการทำประชามติให้เป็นไปตามความบริสุทธิ์ และเที่ยงธรรม

“ทุกอย่างที่ผมทำ หรือสมาคมทำ เป็นไปตามกรอบของวัตถุประสงค์ทั้งสิ้น จึงมีความเชื่อมั่นแทบจะล้านเปอร์เซ็นต์ว่า ไม่มีทางที่การดำเนินงานของสมาคมจะผิดกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตาม ม.102 ครับ” ศรีสุวรรณ กล่าว พร้อมระบุอีกว่า หากถูกพิจารณาให้ยุบสมาคมตามคำร้อง ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะจะร้องในนามนายศรีสุวรรณ จรรยา ก็สามารถกระทำได้ ยืนยันจะขอทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบเช่นนี้ต่อไป ส่วนประเด็นการถูกยื่นตรวจสอบในครั้งนี้ นายศรีสุวรรณ เชื่อว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โกรธเคืองในเรื่องส่วนตัว กรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาในกรณีถมแม่น้ำแคว ตั้งแต่ปี 2557

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์