ศาลเกียวโตพิพากษาจำคุก 20 เดือน ชายที่บุกทำร้าย 'ปวิน' แต่ยังต้องสืบหาผู้ว่าจ้างต่อไป

ศาลเมืองเกียวโตพิพากษาจำคุก 20 เดือนชายที่บุกทำร้าย "ปวิน" เมื่อ 3 ปีก่อน แต่ยังคงต้องสืบสวนสอบสวนต่อเนื่องจากคนร้ายยังไม่ยอมระบุชื่อผู้ว่าจ้างอ้างเหตุกลัวเกิดอันตราย

เมื่อวานนี้ (8 มิ.ย.65) บีบีซีไทย รายงานความคืบหน้าในคดีขอปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ กรณีที่เขาถูกทำร้ายร่างกายระหว่างนอนหลับอยู่ในห้องพักที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2562 โดยศาลเมืองเกียวโตมีคำพิพากษาลงโทษผู้ก่อเหตุแล้ว

รายงานระบุว่าศาลเมืองเกียวโตมีคำพิพากษาจำคุกชายชาวญี่ปุ่นชื่อทัตสึฮิโกะ ซาโตะวัย 43 ปี ในความผิด 2 ข้อหาคือบุกรุกเคหสถานและทำร้ายร่างกาย เป็นเวลา 20 เดือน

ปวินยังได้ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยด้วยว่า ตนพอใจกับคำพิพากษาของศาลญี่ปุ่นและดีใจที่ได้รับความยุติธรรม แต่ผู้ต้องหายังปฏิเสธที่จะระบุถึงผู้จ้างวานเนื่องจากเขาได้อ้างถึงความปลอดภัยของตนเอง ดังนั้นการสอบสวนจะยังต้องดำเนินต่อ และได้ขอบคุณตำรวจและศาลญี่ปุ่นที่ทำงานหนักในการตามตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษได้

คดีนี้เริ่มมาจากช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 8 ก.ค.2562 เวลาประมาณ 4.45 น.(ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น) ขณะที่ปวินและคู่ชีวิตกำลังนอนหลับอยู่ในห้องนอนในคอนโดมิเนียมของพวกเขา ผู้ก่อเหตุเข้ามาทางประตูระเบียงด้วยการใช้ค้อนทุบกระจกให้เป็นรูแล้วสอดมือเข้ามาปลดล็อกประตู จากนั้นตรงมาเปิดประตูห้องนอนที่เขาบอกว่าปกติไม่ได้ล็อก หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุกระชากผ้าห่มที่เขาและคนใกล้ชิดห่มอยู่ แล้วฉีดสารเคมีจากกระป๋องใส่ตัวพวกเขาอย่างไม่ยั้งมือ และสารเคมีดังกล่าวทำให้เขารู้สึกแสบตามผิวหนัง

หลังจากนั้น ปวิน บอกว่า คู่ชีวิตของเขาได้พยายามวิ่งตามผู้ก่อเหตุแต่หนีไปได้ และจำลักษณะการแต่งกายของผู้ก่อเหตุได้ว่าแต่งกายด้วยชุดดำทั้งหมด สวมคลุมหมวกไอ้โม่ง โผล่ให้เห็นแต่ตา หลังจากนั้น ปวินรีบไปล้างตัว และราว 15 นาทีต่อมา ตำรวจก็เดินทางมาถึงจากการโทรศัพท์แจ้งความของเพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงกรีดร้องจากการถูกบุกรุก

จากนั้นเวลาได้ผ่านมาเป็นเวลา 3 ปีเมื่อ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ปวินได้แจ้งความคืบหน้าว่าตำรวจญี่ปุ่นสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้แล้ว คนร้ายได้รับสารภาพว่าก่อเหตุทำร้ายพวกเขาจริงเนื่องจากได้รับการว่าจ้างมาอีกต่อหนึ่ง และทางตำรวจได้ส่งฟ้องต่อศาลเพื่อพิจารณาเมื่อ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา

บีบีซีไทยรายงานถึงการพิจารณาเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ว่าอัยการเบิกตัวทัตสึฮิโกะ ซาโตะ ผู้ต้องหามาปรากฏต่อศาลแล้วบรรยายฟ้องต่อศาล ใน 2 ข้อหาคือบุกรุกเข้าไปในเคหสถาน และทำร้ายร่างกาย ซึ่งนายซาโตะ รับสารภาพต่อศาลในทั้ง 2 ข้อหา

ซาโตะ ซึ่งสวมหน้ากากอนามัย มีรูปร่างผอม มีแววตาที่เฉยเมย และไม่ยอมสบตากับใคร เขาให้การต่อศาลด้วยน้ำเสียงเบาและรวดเร็ว จนหลายครั้งศาลต้องบอกให้พูดช้าๆ ชัดๆ มีใจความว่า เขาบุกเข้าไปที่ห้องพักของปวิน พร้อมด้วยมีดทำครัว ค้อน และกระป๋องสเปรย์ ต่อมา มีเสียงหมาเห่าจนเขาตกใจ ทำอะไรไม่ถูก แล้วจำความไม่ได้ว่าได้ทำอะไรไปบ้าง

ในการซักถามในศาล ซาโตะ กล่าวถึงเหตุจูงใจว่า เขาได้รับการ "ร้องขอ" จาก "พี่" คนหนึ่งให้ก่อเหตุนี้ แต่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อ เนื่องจากกลัวอันตราย ในเบื้องต้นเขาปฏิเสธคำร้องขอนี้ เพราะ ไม่รู้จักปวิน และไม่มีเรื่องบาดหมางกัน แต่ต่อมาเขาพบว่า หน้าต่างบ้านของเขาถูกทุบ ซึ่งเขาคิดว่าเป็นฝึมือของ "พี่" คนนี้ ซึ่งสร้างความกลัวให้กับเขาว่าจะมีความรุนแรงมากกว่านี้ ครอบครัวของเขาอาจไม่ปลอดภัย เขาจึงเปลี่ยนใจมารับงาน

ในการให้ถ้อยคำต่อศาลในการพิจารณาคดีในวันนี้ ปวิน แถลงเป็นภาษาอังกฤษว่า เหตุการณ์ในวันนั้นได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเขาเป็นอย่างมาก และมีผลมาถึงปัจจุบันถึงกับเคยฝันถึงการถูกรุมทำร้ายในห้องตัวเอง จากเหตุการณ์นี้ทำให้เขาต้องหวาดกลัวในการดำเนินชีวิตประจำวัน รวมถึงคู่ชีวิตของเขาด้วย

นอกจากนั้นยังกระทบต่อหน้าที่การงานของเขาในญี่ปุ่น ด้วยคือเหตุบุกรุกนี้ ทำให้เขาถูกถอดออกจากการเป็นผู้บรรยายรับเชิญที่คณะนิติศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยโดชิชา (Doshisha University) กลางคัน ทั้งที่เชิญเขามาสอนตั้งแต่ปี 2559 โดยมหาวิทยาลัยเกรงว่าไม่สามารถให้ความปลอดภัยแก่เขาหรือนักศึกษาได้

ปวิน บอกศาลอีกว่า หลังเหตุการณ์ผ่านมาแล้วปีเศษ ช่วง พ.ย. 2563 เขาถูกชายกลุ่มสะกดรอยและแอบถ่ายรูป ภาพเหล่านั้นถูกปล่อยออกมาทางโซเชียลไทย นับเป็นครั้งที่ 2 ที่ความเป็นส่วนตัวถูกรบกวน จนทำให้รู้ว่าไม่ปลอดภัยในญี่ปุ่น

ระหว่างการแถลง ปวิน ถามไปถึงซาโตะว่า "โอกาสที่ผู้กระทำผิดจะทำสิ่งที่ถูกต้องและช่วยให้ผมนอนหลับได้ง่ายขึ้นในตอนกลางคืน คำถามของผมง่าย ทำไมคุณถึงทำร้ายผม ผมไม่เคยพบคุณหรือรู้จักคุณ และถ้าคุณทำร้ายผมในนามของใคร แล้วใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี อะไรเป็นแรงจูงใจ พวกเขาจะสั่งการโจมตีโดยละเมิดอำนาจอธิปไตยของญี่ปุ่นได้อย่างไร ผมต้องการคำตอบเหล่านี้" ปวิน มองไปที่ซาโตะ แต่จำเลยก้มหน้าไม่สบตาโจทก์

ปวิน เชื่อว่า สาเหตุหลักของการลอบทำร้ายเขาน่าจะมาจากการบรรยายถึงบทบาทของสถาบันกษัตริย์ในการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามในประเทศไทย จนทำให้เขาถูกตั้งข้อหา ม.112 หลังรัฐประหารปี 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. จนต้องขอลี้ภัยมาญี่ปุ่น

อัยการระบุว่าจำเลยเคยทำผิดมาหลายครั้งในอดีต รวมทั้งมียาเสพติดไว้ในครอบครอง จึงเสนอต่อศาลขอให้จำคุกจำเลย 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์