ราชทัณฑ์ปล่อยนักโทษคดีกัญชา กว่า 3,000 ราย หลังปลดล็อกกัญชาวันแรก 

หลังปลดล็อกกัญชาวันแรก กรมราชทัณฑ์เริ่มปล่อยตัวนักโทษคดีกัญชาคดีเดียว จำนวน 3,071 ราย ด้านผู้ว่าฯ อุบลฯ ห่วง ปชช. เตือนอย่าบริโภคมากไป เสี่ยงหัวใจวาย 

 

9 มิ.ย. 2565 เว็บไซต์ ‘ข่าวสด ออนไลน์’ รายงานวันนี้ (9 มิ.ย.) กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เริ่มปล่อยตัวและเปลี่ยนแปลงโทษผู้ต้องขังคดีความผิดเกี่ยวกับพืชกัญชาตามหมายศาล ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 9 ก.พ. 2565 ส่งผลให้การผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย เสพ หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งพืชกัญชา หรือการกระทำอื่นเกี่ยวกับพืชกัญชาก่อนวันที่ 9 มิ.ย. 2565 จะไม่เป็นความผิดอีกต่อไป และให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด ถ้ามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้วให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น หากรับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 มิ.ย. 2565

นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ที่ประกาศดังกล่าวเผยแพร่บนเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2565 กรมราชทัณฑ์ให้การช่วยเหลือแก่ผู้ต้องขังในการขอปล่อยตัว หรือขอเปลี่ยนแปลงกำหนดโทษ พร้อมตรวจสอบและจัดส่งคำร้องของผู้ต้องขังที่ได้สำรวจไปยังศาลที่ออกหมายจำคุก ให้ศาลออกหมายปล่อยตัว

นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ต้องขังที่กระทำความผิดเฉพาะคดีพืชกัญชาเพียงคดีเดียว หรือกำหนดโทษใหม่ในกรณีศาลพิพากษารวมกับความผิดฐานอื่นด้วย แล้วส่งหมายดังกล่าวกลับมายังเรือนจำและทัณฑสถานที่ถูกควบคุมอยู่ เพื่อให้ดำเนินการตามหมายศาลต่อไป ซึ่งในวันนี้มีผู้ต้องขังที่กระทำความผิดเกี่ยวกับพืชกัญชาคดีเดียวและจะต้องได้รับการปล่อยตัวตามหมายศาล ทั้งสิ้น 3,071 ราย

นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 8 มิ.ย.2565) กรมราชทัณฑ์ มีผู้ต้องขังที่กระทำความผิดคดีเกี่ยวกับพืชกัญชาที่อยู่ในความควบคุมของกรมราชทัณฑ์ ทั้งสิ้น 4,075 ราย แยกเป็นผู้ต้องขังที่กระทำความผิดเกี่ยวกับพืชกัญชาคดีเดียว 3,071 ราย และกรณีที่กระทำความผิดฐานอื่นร่วมด้วย 1,004 ราย ส่วนผู้ต้องขังรายใดจะได้รับการปล่อยตัวหรือเปลี่ยนแปลงโทษจำนวนเท่าใด จะขึ้นอยู่กับจำนวนของคดี ลักษณะความผิดที่ได้กระทำ และการพิจารณาของศาลที่ออกหมายจำคุก

วันเดียวกันนี้ ข่าวสด รายงานด้วยว่า ที่เรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานี จะมีการปล่อยตัวนักโทษคดีที่เกี่ยวข้องกับกัญชา ซึ่งเป็นคดีเดี่ยว หรือไม่มีโทษอื่นใดร่วมด้วย รวมทั้งหมด 8 คน ส่วนอีก 51 คนมีคดีอื่นพ่วงด้วย จึงต้องรับโทษอื่นต่อไป โดยทางเรือนจำกลางจังหวัดอุบลราชธานี ได้ทำเรื่องไปยังศาลแล้ว ขณะนี้รอหมายปล่อยจากศาล ทางเรือนจำก็จะดำเนินการปล่อยตัวนักโทษได้

นายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า การนำกัญชามาปลูกต้องมีแหล่งที่มาของต้นพันธุ์ และการบริโภคทั้งการนำไปต้มเป็นน้ำซุปในแกง เป็นเครื่องดื่ม หรือทำเป็นน้ำสมุนไพร ทำได้ แต่ปริมาณการใช้ต้องไม่มากเกินไป เพราะกัญชาจะมีฤทธิ์ทำให้ความดันต่ำ หัวใจเต้นเร็ว และอาจทำให้หัวใจวายได้ จึงควรศึกษา หากนำมาทำเป็นสารสกัด THC ถือว่าผิดกฎหมาย จึงขอให้ผู้ใช้ประโยชน์ศึกษารายละเอียดก่อนด้วย

เว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์ รายงานวันนี้ (9 มิ.ย.) ว่า นายสมคิด ปริมิตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในส่วนของเรือนจำกลางเชียงใหม่ มีผู้ต้องขังในคดีกัญชาคดีเดียว จำนวน 8 ราย และคดีกัญชาที่มีคดีอื่นร่วมอยู่ด้วยอีก 40 ราย ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ต้องขัง 8 รายที่จะได้รับการปล่อยตัว ขณะนี้ทางเรือนจำอยู่ระหว่างรอหมายปล่อยจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 6 ราย และศาลจังหวัดฮอด 2 ราย ซึ่งหากได้รับหมายปล่อยจากศาลและตรวจสอบความถูกต้องต่างๆ เรียบร้อยแล้วก็สามารถปล่อยตัวผู้ต้องขังได้ทันที 

ขณะที่ผู้ต้องขังอีก 40 รายที่มีคดีอื่นร่วมอยู่ด้วยนั้น ทางศาลจะทำการพิจารณาและกำหนดโทษขังใหม่ โดยยกเลิกโทษในส่วนคดีที่เกี่ยวกับกัญชา แต่ยังคงรับโทษในคดีอื่นต่อไป ซึ่งทางเรือนจำได้ส่งข้อมูลให้ทางศาลพิจารณาแล้ว และอยู่ระหว่างรอรับคำสั่งศาลที่จะกำหนดโทษขังใหม่ให้ผู้ต้องขังทั้ง 40 ราย
 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์