'สภาชนเผ่าพื้นเมือง' เข้าพบพรรคการเมืองเร่งผลักดัน 'พ.ร.บ.สภาชนเผ่าพื้นเมือง' เข้าสภาฯ

สภาชนเผ่าพื้นเมืองเดินสายพบพรรคการเมืองต่อเนื่องเร่งผลักดัน (ร่าง) พ.ร.บ.สภาชนเผ่าพื้นเมือง เข้าสู่การพิจารณาสู่สภาฯ โดยเร็ว

 

22 มิ.ย. 2565 เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (สชพ) พร้อมด้วย เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง (Indigenous Media Network : IMN) เดินทางเข้าพบพรรคประชาชาติ และพรรคพลังประชารัฐ เพื่อเร่งพลักดัน ร่าง พ.ร.บ. สภาชนเผ่าพื้นเมือง เข้าสู่การพิจารณาในสภาโดยเร็ว

เวลา 10.00 น. ของวันที่ 21 มิ.ย. 2565 ตัวแทนจากสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยนำโดยกิตติศักดิ์ รัตนกระจ่างวงศ์ ประธานสภา ศักดา แสนมี่ เลขาธิการสภาและตัวแทนสภา เดินทางเข้าพบพรรคประชาชาติ นำโดยพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ , กมลศักดิ์  ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต 4 พรรคประชาชาติ , สุรพล นาควานิช ผู้อำนวยการพรรคและนายทะเบียนพรรค , ธงชาติ รัตนวิชา ประธานคณะทำงานด้านกิจการรัฐสภาและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาชาติ , มนตรี บุญจรัส รองโฆษกพรรคประชาชาติ อนุสรา มู่ฮัมหมัด คณะทำงานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคประชาชาติ เพื่อเพื่อประชุมหารือแลกเปลี่ยนความเห็นในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมือง และต้องการผลักดันร่าง พรบ.สภาชนเผ่าพื้นเมืองและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชนเผ่าพื้นเมืองและชาติพันธุ์เข้าสู่สภาฯ รวมทั้งเชิญชวนพรรคประชาชาติ และเครือข่าย มาร่วมรณรงค์และสนับสนุน (ร่าง) พ.ร.บ.สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พ.ศ. .. "ยอมรับตัวตน คุ้มครองสิทธิ ส่งเสริมวิถีชนเผ่าพื้นเมืองทุกกลุ่มชาติพันธุ์ของประเทศไทย" มีการเข้ายื่นหนังสือและทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ร่าง พ.ร.บ. สภาชนเผ่าพื้นเมือง 

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง พรรคประชาชาติ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าวว่า พรรคประชาชาติ ขอขอบคุณทุกท่านที่เป็นตัวแทนในการนำข้อมูลที่สำคัญเรื่องที่สำคัญ อย่างร่างฯพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองฯ ที่ทุกท่านได้มีส่วนร่วม ได้เห็นว่าถ้ามีกฎหมายชนิดนี้ขึ้นมาจะเป็นการยกระดับสังคมไทยที่ทำให้คนใกล้เคียงกับคนหรือเท่ากับคนขึ้นมา โดยการก่อกำเนิดของพรรคประชาชาติ ถ้าถามอุดมการณ์และก็นโยบายของพรรคนี้ ก็คือ เรามองว่าเราให้ความสำคัญกับการมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และก็จะมีความเสมอภาคไม่ว่าจะมีแตกต่างหลากหลาย แต่ว่ามนุษย์ทุกคนจะต้องได้รับเกียรติ มีความเสมอหน้ากัน คือนโยบายหลักของพรรคประชาชาติ 

“นโยบายหลักของพรรคประชาชาตินั้น เราเชื่อว่าในการปกครองระบอบประชาธิปไตย วันที่ทำให้คนเท่ากับคน ก็คือ วันที่คนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง คนรวยที่สุดกับคนไม่ว่าจะอยู่บนดอยหรืออยู่ใดๆก็ตาม ถ้าไปใช้สิทธิ์เสียงของคนจะเท่ากัน หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียง แต่หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียง มันควรจะเป็นหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียงที่มีเกียรติยศเท่ากัน แต่ความเป็นจริง เรายังมีความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากมนุษย์สร้าง ที่ไม่ใช้วัตถุ มนุษย์สร้างกฏหมาย กฏหมายจำนวนมากของสังคมไทย จะเป็นกฏหมายในลักษณะชาตินิยม อำนาจนิยม เมื่อความนิยมว่าวัฒนธรรมหนึ่งใหญ่ไปกว่าวัฒนธรรมหนึ่ง ตัวคนออกกฏหมายใหญ่ อีกคนผู้บังคับใช้กฏหมายมันจึงมีลักษณะกฏหมายกดทับ กดทับอย่างเดียวไม่พอบางส่วนทำลายวัฒนธรรม ทำลายความเชื่อทำลายเผ่าพันธุ์ โดยเฉพาะกฏหมายที่ระบุว่าอันตรายต่อรัฐ เป็นอันตรายต่อความมั่นคง หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อย ทำให้เกิดอคติต่อชนเผ่า หรือชาติพันธ์ คนบนดอยจะมีกฏหมายจำนวนมากที่มองว่าเป็นคนผิด เพราะอยู่บนดอย เช่น คนดอยรุกป่า ทั้งๆที่จริง คือว่าคนในที่ราบที่ไม่มีป่าแสดงว่าที่ราบต้องรุก แต่ถูกมองเป็นคนดี แต่บนดอยยังมีป่าอยู่กับมองเป็นคนรุกป่า” พันตำรวจเอก ทวี กล่าว

พันตำรวจเอก ทวี กล่าวเพิ่มเติมว่า “วันนี้เราได้รับฟังข้อมูล ตัวกฏหมายก็สิ่งที่บอกไว้ 2 เรื่อง เรื่องแรกนั้น วาระแรก พรรคประชาชาติมีคณะไปช่วยดูช่วยศึกษา แต่เราก็เชื่อมั่นอยู่แล้วว่า ถ้ากฏหมายที่ประชาชนเสนอ ตัวพรรคประชาชาติ เราไม่ได้อยากจะไปแก้ไขอะไรเลยแม้แต่แรกเดิม เราอยากจะส่งเสริม เพราะว่าคนที่เป็นประชาชน ไม่มีเงินเดือนเหมือน ส.ส. ที่มีเงินเดือนมีอาหารฟรี ขึ้นเครื่องบินก็ฟรี พวกเรานี้ขึ้นเครื่องบินเสียเงินหมด ดังนั้น เราก็จะพยายามรักษาไว้ วาระที่สองก็จะมาดูว่า กฏหมายควรให้เกิดความยุติธรรมกับคนส่วนใหญ่และคนในประเทศหมดทุกคน ในส่วนของพรรคประชาชาติ ในฐานะที่พรรคเรามีพรรคร่วมฝ่ายค้านอยู่จะนำไปเข้าเวทีพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีข้อสังเกตกรณีประชาชนส่วนใหญ่ที่พบว่าเสียงของประชาชนถ้าในทางการปกครองหรือในทางกฏหมายจะเป็นเสียงที่ไม่เป็นเสียง แต่คนบางคนส่วนน้อยเสียงดังมากกว่าโดยเฉพาะชนเผ่าพื้นเมือง เป็นเสียงที่นอกจากจะไม่มีเสียงแล้ว เป็นเสียงที่รัฐใมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงก็ได้

“พรรคประชาชาติเราเชื่อว่า ถ้าเราทำให้คนเท่า ทำให้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ความยุติธรรม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้ประชาชนครับ” พันตำรวจเอก ทวี กล่าว

ต่อมาเวลา 15.30 น. ได้เดินทางไปพบพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งทางชัยวุฒิ ธนาคนุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยตัวแทนจาก ส.ส.พลังประชารัฐจากกาญจนบุรี เชียงใหม่ ได้เดินทางมารับหนังสือและร่วมรับฟังแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับ ร่าง พ.ร.บ สภาชนเผ่าฯ 

เกรียงไกร ชีช่วง ผู้ประสานงานสภาเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองภาคกลาง เป็นตัวแทนถาม ช่วยยืนยันแนวทางหรือโอกาสที่จะทำให้ ร่าง สภาชนเผ่าพื้นเมือง ผ่านการพิจารณาโดยเฉพาะในฐานะฝ่ายรัฐบาลมีข้อแนะนำอย่างไรบ้าง

ชัยวุฒิ ธนาคนุสรณ์ ได้กล่าวว่า ถ้าเกิดว่ากระทรวงวัฒนธรรมมี ร่าง ในทำนองแบบนี้อยู่ อาจจะขออนุญาตไปศึกษาว่าเป็นอย่างไรและมีข้อแตกต่างอย่างไร ถ้ารัฐบาลมีแนวทางในลักษณะนี้แล้วก็จะเร่งผลักดันเข้ามาพร้อมๆกัน และจะเร่งพิจารณาให้เร็วที่สุด เนื่องจากประชุมในอีก 2-3 เดือนนี้ หรือถึงธันวาคม มกราคม  อาจจะไม่ทันแต่จะพยายามเร่ง และกล่าวต่อว่า ถ้ากฎหมายที่มาตราไม่เยอะและไม่มีความขัดแย้งอาจจะเร็วขึ้นก็ได้จะพยายามผลักดันในสมัยนี้ตราบใดที่ยังไม่มีการยุบสภา และคิดว่าไม่น่าจะขัดแย้งอะไรเพราะไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ หรือเป็นองค์กรที่ขัดแย้งกับใคร เป็นการส่งเสริม อย่างไรก็ตามจะต้องมีการพูดคุยกับกระทรวงวัฒนธรรมและนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง

และกล่าวปิดท้ายว่าถ้าทุกพรรคเห็นพ้อง และไม่ขัดแย้งกันก็น่าจะเลื่อนการพิจารณาในสภาฯได้ เพราะคิดว่าการพิจารณาไม่น่าจะใช้เวลานาน

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์