'ก้าวไกล' งง 'ประยุทธ์' มอบสภาความมั่นคงฯแก้ปัญหาพลังงานและวิกฤตเศรษฐกิจ

  • รบ.ให้ สมช. ทำแผนเผชิญเหตุรองรับวิกฤติพลังงานบนหลักการ 3 ข้อ ส.ส.ก้าวไกล อัด ประยุทธ์  อับจนถึงขั้นเตรียมดึงกฎหมายความมั่นคงมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แนะต้องแก้ที่เพิ่มสวัสดิการ และอุดหนุนกลุ่มธุรกิจขนส่งที่กระทบกับคนจำนวนมาก เพื่อเยียวยาความเดือดร้อน
  • 'เพื่อไทย' ชี้เศรษฐกิจยุคสงคราม รบ. อย่าเป็นทองไม่รู้ร้อน ข้าวถุงแพง ข้าวเปลือกถูก ประชาชนเจ็บปวด เดือนร้อนทั้งแผ่นดิน

24 มิ.ย.2565 ทีมสื่อพรรคก้าวไกล รายงานต่อสื่อมวลชนว่า วรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้ความเห็นกรณี ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เงินเฟ้อพุ่ง ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น ปัญหาน้ำมันแพง ฯลฯ โดยคำสั่งของประยุทธ์ ให้เหตุผลว่าประเทศมีปัญหาพลังงานมาเป็นเวลานาน ปัจจุบันมีต้นทุนนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ผนวกกับวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน  จึงให้ สมช. เข้าดูแลปัญหาความมั่นคงด้านพลังงานในประเทศ ราคาดีเซลและแก๊ซหุงต้ม ซึ่งสะท้อนศักยภาพและความสามารถของนายกรัฐมนตรีในการบริหารประเทศที่ผิดพลาดและล้มเหลว

วรภพ กล่าวว่า ท่าทีดังกล่าวไม่ถูกต้อง ตอนแรกอ่านข่าวคิดว่าเป็นเฟกนิวส์ เพราะดูไม่น่าเป็นไปได้ในยุคนี้ ในเมื่อมันเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจ ไม่มีน่าจะเอากฎหมายความมั่นคงมาใช้แก้ได้ คำสั่งดังกล่าวจึงสะท้อนว่า นายกในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจไม่มีความสามารถแก้ไขปัญหา เพราะไม่มีความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจอย่างเพียงพอ อีกทั้งยังบริหารแบบทหาร การให้เตรียมนำเอา พ.ร.บ.ความมั่นคงมาใช้ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย และกฎหมายปัจจุบันของกระทรวงพลังงานก็มีอำนาจเพียงพออยู่แล้ว ในการควบคุมเรื่องเชื้อเพลิง น้ำมันแพง แต่กลับไม่ทำอะไร

“นอกจากนี้ ยังมีกรณีของรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งมา ที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนพลังงานมาก่อน การที่นายกสั่งให้ใช้กฎหมายความมั่นคงสะท้อนว่า นายกรัฐมนตรีขาดความจริงใจในการแก้ปัญหา แทนที่จะให้รัฐมนตรีที่มีความเกี่ยวข้องทำหน้าที่ทำหน้าที่ตามกรอบกฎหมายที่มีอยู่ แต่กลับให้ไปใช้กฎหมายความมั่นคงแทน คงต้องตั้งคำถามว่านายกรัฐมนตรีต้องการเตรีนมจะแก้ปัญหาเพื่อพี่น้องประชาชน หรือรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มทุนกันแน่”

วรภพ ยังได้กล่าวแนะนำวิธีแก้ปัญหาพลังงานและเศรษฐกิจไว้ด้วยว่า ข้อเสนอของก้าวไกล คือ ต้องช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก่อน เพราะเกี่ยวกับการบริหารจัดการงบประมาณ โดยเน้นที่ผู้ได้รับผลกระทบมาก เช่น ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ขนส่ง วิน-แท็กซี่ เพื่อดูแลความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป ซึ่งเป็นคนกลุ่มที่ควรได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตของประชาชนเป็นวงกว้าง รวมทั้งพิจารณาเพิ่มสวัสดิการให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อให้มีกำลังซื้อท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฟุบเฟ้อได้

“เหตุผลทั้งหมดนี้ เป็นเหตุผลที่ทำให้เราจะไม่ไว้วางใจรัฐบาล ไม่ไว้วางใจประยุทธ์ เพราะประยุทธ์ เป็นนายกไม่มีความสามารถในการบริหารประเทศ เพราะประเทศมีคนแบบประยุทธ์ จันทร์โอชา มาบริหารประเทศมันถึงเกิดปัญหาอย่างนี้ขึ้น” ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าว

รบ.ให้ สมช. ทำแผนเผชิญเหตุรองรับวิกฤติพลังงานบนหลักการ 3 ข้อ

สำหรับกรณีรัฐบาลได้สั่งการให้ สมช. เป็นหน่วยงานหลักในการหารือร่วมกับหน่วยงานด้านต่างประเทศ และหน่วยงานด้านพลังงาน เพื่อทำแผนเผชิญเหตุรองรับวิกฤติพลังงานในช่วง 3-6 เดือน ข้างหน้า โดยเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไทยกำลังเผชิญกับปัญหาด้านพลังงานมากพอสมควร ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกที่จำเป็นต้องเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด โดยปัญหาเรื่องราคาพลังงานที่สูงขึ้นไม่ได้เกิดเฉพาะประเทศไทยแต่เกิดกับทุกประเทศทั้งโลก และมีปัจจัยจากหลายกลุ่ม หลายฝ่ายเกี่ยวข้อง

“ผมยืนยันว่าทุกประเทศที่มีการนำเข้าต้นทุนพลังงานจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย ของเราทราบดีอยู่แล้วว่ามีพลังงานของเราเองเท่าไหร่ ทั้งทางบก ทางทะเล อะไรก็แล้วแต่ รัฐบาลก็พยายามหาแหล่งพลังงานเพิ่มเติมเพื่อทดแทนแก้ปัญหาในอนาคตอย่างยั่งยืน ซึ่งจะมีการพิจารณา เพราะเราจะต้องแก้ปัญหาให้ได้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ทั้งนี้ ได้ให้ นโยบายในการดูแลราคาพลังงานในประเทศไทยต้องอยู่บนหลักการ 3 ข้อได้แก่

1.รัฐบาลต้องดูแลความมั่นคงในเรื่องของเสถียรภาพพลังงานในประเทศ ไม่ให้เกิดการขาดแคลนพลังงาน ที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานของประชาชนและภาคธุรกิจ

2.รัฐบาลต้องดูแลราคาพลังงานไม่ให้กระทบประชาชนมากเกินไป โดยเฉพาะราคาดีเซลและก๊าซหุงต้มที่กระทบค่าครองชีพประชาชนวงกว้าง ซึ่งวันนี้ราคาน้ำมันขายปลีกไทยถ้าเทียบประเทศเพื่อนบ้านยังต่ำอยู่ในลำดับที่ 7 หรือ 8 จาก 10 ประเทศในอาเซียน

3.การดูแลช่วยเหลือราคาพลังงานในระยะต่อไปรัฐบาลจะต้องดูแลช่วยเหลือครอบครัวหรือกลุ่มเปราะบาง ผ่านมาตรการที่มีอยู่ เช่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรืออาจให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายเป็นรายกิจกรรม หรือช่วยเหลือผู้ประกอบการเฉพาะราย

'เพื่อไทย' ชี้เศรษฐกิจยุคสงคราม รบ. อย่าเป็นทองไม่รู้ร้อน ข้าวถุงแพง ข้าวเปลือกถูก ประชาชนเจ็บปวด เดือนร้อนทั้งแผ่นดิน

วานนี้ (23 มิ.ย.) ทีมสื่อพรรคเพื่อไทย รายงานต่อสื่อมวลชนด้วยว่า วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา และประธานคณะทำงานด้านการเกษตรพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีข้าวถุงประกาศปรับขึ้นราคาในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ว่าการพาเรดขึ้นราคาสิ้นค้าหลายรายการจนนับไม่ถ้วนคือความไร้ประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการของรัฐบาล และกรณีการปรับขึ้นราคาข้าวถุงคือตัวอย่างที่ชัดเจนของความล้มเหลวนี้ เพราะ ‘ข้าว’ คือสินค้าที่รัฐบาลดูแลควบคุมราคาไว้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเบ็ดเสร็จด้วยตัวเอง แต่กลับปล่อยให้เกิดปัญหาซ้ำซากทุกข้อต่อของห่วงโซ่การผลิต ทำประชาชนทั้งแผ่นดินเดือดร้อน

วิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า ข้าวเปลือกจากมือเกษตรกรต้นน้ำ ปรากฎราคาตกต่ำทีสุดในรอบ 10 ปี ขายได้ราคาเพียง 1 ใน 3 เมื่อเปรียบเทียบกับยุครัฐบาลไทยรักไทย รัฐบาลพลังประชาชน และรัฐบาลเพื่อไทยทำไว้ ในขณะที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุราคาอาหารต้นน้ำทั่วโลก โดยเฉพาะข้าวสาลีมีราคาเพิ่มขึ้นเกือบ 40% แต่ชาวนาไทยปัจจุบัน ขายข้าวเปลือก 1 กิโลกกรัม ยังไม่พอซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ห่อเท่านั้น มาจนถึงปลายน้ำ คือการควบคุมราคาขายข้าวสารในตลาด รัฐบาลก็ยังไม่สามารถทำให้ราคาลดลงหรืออย่างน้อยที่สุดอยู่ในระดับเดิม ยังไม่นับรวมปัจจัยการผลิต อาทิ ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ น้ำมัน ก็ประสบปัญหาการปรับราคาสูงขึ้น 1-3 เท่าตัว เพราะการจัดการของรัฐบาลที่ล้มเหลวทั้งสิ้น ความอดทนของประชาชนขณะนี้เหมือนระเบิดเวลา รอวันที่จะประทุ เพราะทนกับรัฐบาลที่ไม่เห็นคุณค่าชีวิตและไม่รู้สึกร้อนหนาวกับความเดือดร้อนของประชาชน

“โลกกำลังเผชิญปัญหาแบบใหม่ คือวิกฤตการณ์อาหารโลก ประเทศไทยก็ต้องมีวิธีการแบบใหม่ในการรับมือพาประเทศพ้นวิกฤติ หากเพื่อไทยได้เข้าบริหารประเทศ เราจะทำงานเชิงรุก ไม่ใช่ตั้งรับ เพราะเราคาดการณ์อนาคต มองเห็นปัญหา มีแผนล่วงหน้า เราจะไม่แก้ปัญหาไปวันๆ เพราะเรามีหัวใจคือประชาชน” วิสุทธิ์ กล่าว

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์