'สร้างอนาคตไทย' ร้องรัฐยกวิกฤตพลังงานเป็นวาระแห่งชาติ - 'เพื่อไทย' จี้รัฐเร่งแก้ค่าครองชีพ

'สร้างอนาคตไทย' เรียกร้องรัฐยกวิกฤตพลังงานเป็นวาระแห่งชาติ - 'เพื่อไทย' จี้รัฐเร่งแก้ค่าครองชีพ ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ตรงจุด หลังสินค้าอุปโภคบริโภคพาเหรดขึ้นราคา แนะยอมรับความจริงทหารบริหารประเทศไม่ได้ - โฆษกรัฐบาล ย้ำอย่าเชื่อเฟคนิวส์ ระบบเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะวิกฤต หวังดิสเครดิตลดความน่าเชื่อถือรัฐบาล 

26 มิ.ย. 2565 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย แถลงถึงวิกฤตสถานการณ์พลังงาน ที่มีทั้งน้ำมัน แก๊ส โดยเฉพาะประเด็นน้ำมัน ทั้งเรื่องโรงกลั่น ค่าการกลั่น ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งก็เป็นห่วงว่ารัฐบาลจะใช้กฎหมายอะไรมาบังคับ เรื่องการเก็บส่วนเกิน ซึ่งในนามของพรรคเสนอให้รัฐบาลนำเรื่องราคาน้ำมันมาเป็นวาระแห่งชาติ เพราะกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ต้นทุนการดำเนินชีวิตของประชาชน เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้ม ว่า วิกฤตนี้จะแก้ไขได้โดยง่าย รัฐบาลยังแก้เป็นส่วนๆ ยังไม่ได้บูรณาการ ยังไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมือจากประชาชน เรื่องพลังงานจะกลายเป็นระเบิดเวลาที่เป็นเรื่องใหญ่มาก ดูจากข่าวมีการปรับราคาสินค้ารายสัปดาห์ ต้นทุนการขนส่ง การเดินทางของภาคประชาชนก็ได้รับผลกระทบ และอาจลามไปถึงเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่ขณะนี้เกิดขึ้นทั่วโลก

นายสนธิรัตน์ ยังเปรียบเทียบ ราคาน้ำมันตั้งแต่ช่วงก่อนมีสงคราม ที่มีการแกว่งตัวและเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่เดือน ก.พ.-มิ.ย. 2565 จะเห็นได้ว่าภาระของรัฐบาลหนักมาก ที่มาอุ้ม พยุงสถานการณ์ ซึ่งการที่พรรคเสนอให้นำเรื่องดังกล่าวมาเป็นวาระแห่งชาติ เพราะเห็นว่ารัฐบาลแก้ไปที่ กระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งไม่เพียงพอ ต้องยกระดับให้เป็นสถานการณ์วิกฤตใช้ ครม.เศรษฐกิจ และกระทรวงเศรษฐกิจมาบูรณาการในเชิงรุก ตั้งสมมุติฐานว่าสถานการณ์จะรุนแรงไปจนถึงปลายปีและต้นปีหน้า ไม่ใช่เพียงตั้ง สมช. มาดูแล เพราะเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องเปราะบาง ละเอียดอ่อน ไม่ใช่เรื่องความมั่นคงว่าจะไม่มีพลังงาน แต่เป็นเรื่องของราคาพลังงาน ทั้งนี้ประชาชนจะต้องเชื่อมั่นหน่วยงานที่แก้ปัญหา ที่ไม่อาจใช้การแก้ปัญหาแบบแยกส่วน ต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ และอะไรที่ยังไม่เป็นมติอย่าพึ่งแถลง เพราะประชาชนจะขาดความเชื่อมั่น

นายสนธิรัตน์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่าในส่วนของพรรคสร้างอนาคตไทยได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดีในการลงพื้นที่ ซึ่งถึงวันนี้พรรคสร้างอนาคตไทย ยังยืนยันที่จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครบ 400 เขต ยกเว้นว่าถึงวินาทีสุดท้ายเราพบผู้ที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมก็จะไม่ส่งในเขตนั้น เพราะต้องยอมรับว่ากติกาใหม่คือบัตรเลือกตั้งสองใบ ต้องทำให้การลงพื้นที่มีความเข้มแข็ง และจนถึงขณะนี้มีผู้แจ้งเจตจำนงขอเป็นผู้สมัครลงรับเลือกตั้งกับพรรคสร้างอนาคตไทยเข้ามาเรื่อยๆ เพราะภาพที่ออกมาไม่มีใครเป็นเจ้าของพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการประเมินสถานการณ์ หากจะต้องมีการเลือกตั้งช้าหรือเร็วกว่ากำหนดหรือไม่ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวยอมรับว่าทางพรรคสร้างอนาคตไทย มีการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองทุกสัปดาห์ ทุกเดือน ยืนยันว่ามีความพร้อมในทุกสถานการณ์ทางการเมือง ไม่ว่าการเลือกตั้งจะมาเร็วหรือมาช้า หากรัฐบาลอยู่ครบวาระ 4 ปี พรรคสร้างอนาคตไทยพร้อมตลอดเวลา

เมื่อถามย้ำว่าหวั่นใจหรือไม่ว่าจะมีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้น นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การเมืองต้องยอมรับว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ พรรคสร้างอนาคตไทย ติดตามและประเมินสถานการณ์ทุกสัปดาห์อยู่แล้ว

เมื่อถามถึงการเปิดตัวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคสร้างอนาคตไทย นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ตอนนี้รอจังหวะการเปิดตัว ซึ่งขอให้ทุกคนได้ติดตาม เพราะพรรคสร้างอนาคตไทยกำลังเดินอย่างเป็นขั้นตอน ขอให้ติดตามยุทธศาสตร์ของพรรคที่จะเปิดตัวพร้อมกันในเร็วๆ นี้

'เพื่อไทย' จี้รัฐเร่งแก้ค่าครองชีพ ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ตรงจุด

อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า สินค้าอุปโภคบริโภคปลายทางล้วนพาเหรดขึ้นราคา นับตั้งแต่ต้นปี 2565 จนถึงปัจจุบัน น้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 95 ปรับขึ้นแล้ว 28% ดีเซล บี 10 ปรับขึ้น 23% ไข่ไก่ หมู แก๊สหุงต้มก็ปรับขึ้นเฉลี่ย 12-18% รวมทั้งราคาข้าวสารถุง 5 กิโลกรัมปรับขึ้น 30 บาทหรือปรับขึ้น 18% “ข้าวสารปรับเพิ่มขึ้นมากอย่างไม่เกรงใจชาวนา” เพราะราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรขายได้ ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2565 อยู่ที่ตันละ 9,000 บาท และปีที่ผ่านมาราคาข้าวไทยราคาตกต่ำมากที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งตรงกันข้ามกับราคาปุ๋ยที่แพง เพราะรัฐบาลไปไม่เป็น บริหารไม่ได้ ผู้รับกรรมคือประชาชนคนไทยทุกคน

อรุณี กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งทำทันทีคือ ออกมาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ตรงจุด ตอบโจทย์ความเดือดร้อน และที่สำคัญต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปพร้อมกันด้วย โดยเฉพาะการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 35 บาทต่อลิตร ซึ่งจะเป็นการช่วยป้องกันต้นทุนอื่นๆ ที่จะแพงขึ้นแปรผันตามต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น พลเอกประยุทธ์จะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ให้กลับเข้ามาลงทุนในประเทศ ไม่ใช่ว่าตนเองเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจไม่เป็น ก็มอบหน้าที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ มาคุมวอร์รูมเศรษฐกิจแทน แล้วรอการรายงานเท่านั้น คงมีผู้นำประเทศที่ชื่อพลเอกประยุทธ์คนเดียวเท่านั้นที่ทำงานแบบสั่งแล้วจบ ไม่สนใจผลลัพธ์

“ประชาชนเรียกร้องให้แก้ไขวิกฤตราคาพลังงาน แต่หนึ่งในแนวทางที่เสนอคือเตามหาเศรษฐี ประชาชนเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์แก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยอาศัยผู้เชี่ยวชาญแต่กลับได้ทหาร (สมช.) เข้ามาแก้ปัญหา ยไม่ใช่ของเล่น วิกฤตค่าครองชีพทำคนไทยเดือดร้อนหนัก เมื่อไหร่ท่านถึงจะตระหนักว่าทหารบริหารประเทศไม่ได้ ” อรุณี กล่าว

โฆษกรัฐบาลย้ำอย่าเชื่อเฟคนิวส์ ระบบเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะวิกฤต หวังดิสเครดิตลดความน่าเชื่อถือรัฐบาล

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยรายงานธนาคารโลก (World Bank) ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2565 ธนาคารโลกได้ประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของหลายๆ ประเทศ แต่ไม่มีการประเมินว่าประเทศไทยอยู่ในช่วงวิกฤติ โดยได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.9 ต่ำกว่าระดับคาดการณ์เมื่อเดือน มกราคม 2565 ที่คาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 4.1 พร้อมทั้งคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะเติบโตที่ร้อยละ 3.0 ในปี 2566 และคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2565 โตที่ร้อยละ 2.9 จากที่คาดการณ์เมื่อเดือนมกราคม 2565 เติบโตที่ ร้อยละ 3.9 และคาดการณ์การเติบโตในปี 2566 ที่ร้อยละ 4.3 ซึ่งการปรับลดคาดการณ์ของปี 2565 ดังกล่าว เกิดจากสงครามในยูเครนส่งผลกระทบต่อไทยและประเทศส่วนใหญ่ผ่านผลกระทบต่อการค้าโลกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาอาหารและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ซึ่งกดดันให้อัตราเงินเฟ้อให้สูง

ทั้งนี้ รายงานของธนาคารโลกได้คาดการณ์เศรษฐกิจในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Emerging Markets and Developing : EMDs) ว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 3.4 ลดลงจากร้อยละ 6.6 เมื่อปีก่อน รวมทั้งได้คาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวเพียงร้อยละ 2.5 ในปีนี้ ลดลงจากระดับร้อยละ 5.7 เมื่อปีก่อนหน้า คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร จะเติบโตที่ร้อยละ 2.5 ในปีนี้ เทียบกับระดับการเติบโตที่ร้อยละ 5.4 ในปีก่อน เช่นเดียวกับเศรษฐกิจจีน คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 4.3 ในปีนี้ ลดลงจากระดับร้อยละ 8.1 เมื่อปีก่อนหน้า ซึ่งเห็นได้ว่าทุกประเทศได้รับผลกระทบจากความท้าทายทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม การประเมินเศรษฐกิจไทยของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ได้ประชุมทบทวนภาวะเศรษฐกิจของไทยประจำปี 2565 สรุปได้ว่า เศรษฐกิจไทยได้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยได้รับการสนับสนุนจากมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ และแผนการเร่งฉีดวัคซีน คาดการณ์ว่า GDP ของประเทศไทยจะขยายตัวที่ร้อยละ 3 ในปี 2565 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ และจะขยายตัวเร่งขึ้นสู่ร้อยละ 4.3 ในปี 2566

IMF เห็นด้วยกับการดำเนินนโยบายของรัฐบาลไทย ที่ลดการอุดหนุนราคาพลังงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเห็นว่าการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและ ICT จะเป็นส่วนสำคัญในการได้รับผลประโยชน์จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเศรษฐกิจสีเขียว และดิจิทัล เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ และปรับปรุงผลลัพธ์ทางสังคม ซึ่งเป็นการดำเนินนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาตลอด

“ขอประชาชนอย่าเชื่อข่าวปลอม เฟคนิวส์ ยืนยันธนาคารโลกไม่ได้มีการประเมินระบบเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะวิกฤตนั้น ซึ่งถือเป็นปล่อยข่าวเท็จและบิดเบือน เพื่อหวังดิสเครดิตลดความน่าเชื่อถือรัฐบาล ขอประชาชนให้รับข่าวสารจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ และจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และฝากเตือนไปถึงผู้ไม่ประสงค์ดี หยุดกระทำการดังกล่าว เพราะท่านกำลังทำลายความเชื่อมั่นประเทศชาติ” นายธนกร กล่าว

 

ที่มา: สำนักข่าวไทย [1] [2] [3] | ทีมสื่อพรรคเพื่อไทย

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์