ครม. ให้งดเก็บภาษีคาร์ซีท 1 ปี หวังเพิ่มการผลิตและการใช้งาน หลังกฎหมายบังคับใช้ 4 ก.ย.นี้

ครม.มีมติให้งดเก็บภาษีคาร์ซีทจนถึง 31 ธ.ค.66 หวังจูงใจให้มีผู้ลงทุนผลิตคาร์ซีทและทำให้ประชาชนหันมาใช้คาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็กมากขึ้น หลังกฎหมายจราจรฉบับใหม่เริ่มบังคับใช้ 4 ก.ย.นี้

28 มิ.ย.2565 ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่าวันนี้ ครม.มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลังให้ยกเว้นอากรภาษีสำหรับที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก(Car Seat) โดยเฉพาะกับที่นำเข้าประเทศมาเป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาจนถึง -31 ธ.ค.2566 แล้วจึงให้จัดเก็บภาษีตามเดิมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2567 เป็นต้นไป

โดยมติดังกล่าวมีเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนและสนับสนุนความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้เกิดการใช้คาร์ซีทตามพ.ร.บ.จราจรทางบกฉบับที่ 13 ที่จะเริ่มบังคับใช้นวันที่ 4 ก.ย.ที่จะถึงนี้ เพราะว่าในสินค้าประเภทนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ และมีผู้ประกอบการในไทยที่ที่ผลิตยังน้อย เนื่องจากที่ผ่านมามีความต้องการใช้ในจำนวนไม่มากพอ ทำให้ไม่มีผู้ลงทุนผลิต

แต่จากการลดภาษีและเมื่อกฎหมายเริ่มบังคับใช้คาดว่าจะทำให้เกิดความต้องการคาร์ซีทเพิ่มมากขึ้นอาจจะทำให้มีผู้ประกอบการในไทยที่มีศักยภาพเริ่มลงทุนผลิตกันมากยิ่งขึ้น

ประเด็นคาร์ซีทสำหรับเด็กนี้เริ่มเป็นประเด็นมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 ที่มีสาระสำคัญระบุให้ เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องนั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กหรือคาร์ซีทในระหว่างการโดยสารทางรถยนต์ และจะมีโทษปรับสำหรับผู้ฝ่าฝืน

จากเหตุดังกล่าวจึงมีผู้ตั้งแคมเปญล่ารายชื่อในเว็บไซต์ change.org เพื่อขอให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนในการจัดหา-ลดภาษีนำเข้าคาร์ซีท ซึ่งทางผู้รณรงค์ก็มองว่าคาร์ซีทเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็ก แต่เนื่องจากประชาชนไทยไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้และไม่ได้เป็นสินค้าที่เข้าถึงได้ทุกครอบครัว จึงเรียกร้องให้ภาครัฐสนับสนุนด้านราคาเนื่องจากปัจจุบันคาร์ซีทยังเป็นสินค้าที่มีราคาสูง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์