กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลายดำนารวมปี 65 ชี้ 'ที่ดินและเมล็ดพันธุ์เป็นสิทธิของประชาชน'

กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลายและผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า กว่า 50 คน ร่วมดำนารวมปี 2565 "ทำนาเพื่อข้าวเปลือก ทำนาในที่ดินทำดั่งเดิม ที่ดินและเมล็ดพันธุ์เป็นสิทธิตามธรรมชาติของประชาชนทุกคน"

16 ก.ค. 2565 กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลาย แจ้งข่าวต่อสื่อมวลชนว่าเมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลายและผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า กว่า 50 คน ร่วมดำนารวมปี 2565 ณ ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ภายใต้วัตถุประสงค์ "ทำนาเพื่อข้าวเปลือก ทำนาในที่ดินทำดั่งเดิม ที่ดินและเมล็ดพันธุ์เป็นสิทธิตามธรรมชาติของประชาชนทุกคน"

ทั้งนี้กลุ่มอนุรักษ์น้ำซับคำป่าหลายและผู้เดือดร้อนจากนโยบายทวงคืนผืนป่า เป็นราษฎรที่มีที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยในอำเภอเมืองและอำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ที่ลุกขึ้นมาคัดค้านการยื่นขอประทานบัตรเหมืองหินทราย เพื่ออุตสาหกรรมบริเวณ หมู่ 6 บ้านนาคำน้อย เทศบาลตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ในขณะพื้นที่เดียวกันก็ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า หลังที่คำสั่ง คสช. ที่ 64/2557 เจ้าหน้าที่ได้แจ้งความดำเนินคดี และไล่รื้อสิ่งปลูกสร้าง ไถทำลายอาสิน แต่กรณีการแก้ปัญหาป่าไม้ที่ดินยังไม่จบสิ้น จนมีการตั้งคณะทำงานฯ ระดับจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาภายในปีเดียวกัน จนเริ่มมีการแก้ไขต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้

ส่วนกรณีเหมืองหินภายหลังมติสภาเทศบาลคำป่าหลายไม่เห็นชอบ ในการทำเหมืองหินและไม่อนุญาตเข้าทำประโยชน์ในป่าสงวนแห่งชาติป่าดงหมู แปลงที่สอง และพื้นที่ดังกล่าวขัดต่อ พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2560 มาตรา 17 วรรคสี่ พบเป็นแหล่งต้นน้ำและป่าน้ำซับซึม

สืบเนื่องกรณีปัญหาป่าไม้ที่ดินนั้น เมื่อช่วงปี 2562 พื้นที่บริเวณ หมู่ 5, 6, 13 เทศบาลตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฯ ได้ปฏิบัติการ ตัดต้นยางพารา ไถทำลายอาสิน และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง แจ้งความดำเนินคดี ทำให้ราษฎรสูญเสียโอกาส ตลอดจนเกิดความหวาดกลัว ในพื้นที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ปัญหาป่าไม้และที่ดินในพื้นที่ยังคงถูกละเลย จนมาถึงเมื่อช่วงต้นปี 2565 ที่ผ่านมา คณะทำงานฯ ตามคำสั่งผู้ว่าฯมุกดาหาร ได้ลงแปลงเพื่อสำรวจการถือครองพื้นที่จนมีทางออก จนมีมติคณะทำงานฯ 3 ข้อ คือ ยุติการดำเนินคดี ความยกเลิกปลูกป่าและให้ราษฎรเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ไปพลางๆ ก่อน เพื่อบรรเทาเรื่องเศรษฐกิจ

การทำนารวมของพี่น้องในปีนี้ เป็นการทำนาเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดำรงวิถีวัฒนธรรมของชาวนา ฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กลับคืนมา หลังมีนโยบายของรัฐและนายทุน พรากสิทธิในที่ดินไป

การทำข้าวนารวมครั้งนี้ก็เพื่อสะสมทุนเสบียงในการขับเคลื่อนขบวนพี่น้องให้บรรลุสู่เป้าหมายคือ ยุติเหมืองหินในพื้นที่ และให้ราษฎรสามารถเข้าทำประโยชน์ได้ภายในปีนี้

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์