ฝ่ายค้านรับพ่ายเสียงในสภา-สวนทางมติของประชาชนที่โหวตไม่ไว้วางใจ ประกาศเจอกันสนามเลือกตั้ง

'ชลน่าน' ในฐานะผู้นำพรรคฝ่ายค้านแถลงยอมรับมติเสียงข้างมากในสภา โหวตไว้วางใจ 11 รัฐมนตรีผ่านฉลุย สวนทางมติของประชาชนถึง 98% ที่โหวตไม่ไว้วางใจ ประกาศวัดกันในสนามเลือกตั้ง - 'ก้าวไกล' เดินหน้ายุทธการโรยเกลือ  ยื่น 11 คดี ต่อ ป.ป.ช. - โซเชียลเผย 'เอกสารสลิปหลุด' ระบุเป็นการโอนเข้าบัญชีนักการเมืองเมื่อช่วงเดือน ส.ค. 2564 หลังข่าวพรรคเล็กรับเงินเดือนเมื่อวานนี้


ที่มาภาพ: เพจหมอชลน่าน Fc ไม่มีดราม่า

23 ก.ค.2565 เมื่อเวลา 10.56 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำพรรคฝ่ายค้าน แถลงภายหลังอภิปรายการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเป็นรายบุคคลว่า ผลการลงมติ 11 รัฐมนตรี รวมนายกรัฐมนตรี มีความชัดเจนว่า คะแนนลงมติไม่ไว้วางใจ มีคะแนนไม่ถึงกึ่งหนึ่งของ 239 คะแนน หมายถึงสภา ลงมติไว้วางใจให้รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายได้ทำหน้าที่ต่อไป

“ยอมรับมติครั้งนี้ เป็นไปตามกลไกลรัฐสภา ที่ยึดเสียงข้างมากเป็นหลัก และปัจจัยแปรรปรวนที่มีต่อคะแนน”

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า แม้คาดหวังว่าสิ่งที่ทำหนาที่ ข้อกล่าวหาข้อเท็จจริงที่นำมาแสดงในสภา ชัดเจนเพียงใด แต่คะแนนเสียงไม่ไว้วางใจไม่เกินกึ่งหนึ่ง จึงไม่มีผล และขอแสดงความยินกับ รัฐมนตรี และแสดงความยินดีกับ นายกรัฐมนตรี ที่ยังอยู่ได้กับกลไกรัฐสภา

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า ขอแสดงความเสียใจกับประชาชน ที่ผลการลงคะแนนทางตรงที่ไม่ไว้วางใจทั้ง 11 รัฐมนตรีที่มีถึง 98.3% ของกลุ่มคณะราษฎร และพี่น้องที่ลงในสื่อโซเชียล 80% หมายถึงคะแนนที่ประชาชนลงโดยตรง ต่างกันชัดเจนว่าไม่สอดคล้องกับมติประชาชน

นพ.ชลน่าน กล่าวยอมรับในระบบเสียงข้างมาก แม้เสียงข้างมากจะออกมาจะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่ยกไปอภิปรายคือ ระบบทำลายรัฐสภา ทำลายระบบประชาธิปไตย บิดเบือนกลไกการตรวจสอบไม่ฟังเสียงทักท้วงฝากประชาชนว่าจะร่วมกันพิจารณาอย่างไรต่อ

“สิ่งที่ฝ่ายค้านทำในวันนี้ มาตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา รู้อยู่แล้วว่าสู้เสียงในสภาไม่ได้ แต่หวังศรัทธาประชาชน เด็ดหัว สอยนั่งร้านยุทธการนี้ไม่ได้พ่ายแพ้ เพราะสิ่งที่จะตัดสินคือเด็ดหัว และสอยนั่งร้าน ในสนามเลือกตั้ง”

เปิดผลคะแนนเสียงประชาชน โหวตสวนสภาฯ ให้ 11 รมต. สอบตก 'ประวิตร' อันดับสุดท้าย

ผลการโหวต "เสียงประชาชน" โดยให้ประชาชนคนไทยได้ร่วมลงคะแนนเสียง การอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลรวม 11 คน ตามโครงการ "เสียงประชาชน" ประกอบด้วยนักวิชาการจาก 4 มหาวิทยาลัย และองค์กรภาคประชาชน 30 ปีพฤษภาประชาธรรม โดยความร่วมมือสถานีโทรทัศน์ดิจิตอล 4 ช่อง แก่ได้ พีพีทีวี ไทยรัฐทีวี เนชั่น และเวิร์คพอยท์ เพื่อให้ประชาชนสามารถลงมติไว้วางใจ-ไม่ไว้วางใจ "พล.อ.ประยุทธ์" และรัฐมนตรีรายอื่น ๆ ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ช่วงวันที่ 19-22 ก.ค. ที่ผ่านมา และสภาฯ โหวตวันนี้ (23 ก.ค. 2565)

โดยเป็นการโหวตคู่ขนานกับสภาผู้แทนราษฎร ผ่านระบบออนไลน์ ในช่วงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 22 ก.ค. 65 ถึงเวลา 11.00 น. ของวันที่ 23 ก.ค. 2565  ปรากฏว่ามีประชาชนร่วมโหวต ทั้งสิ้น 524,806 คน  มาจากคนไทย 105 ประเทศทั่วโลก เป็นการโหวตไม่สำเร็จ (บัตรเสีย) 6,876 คน คะแนนเสียงเป็นดังนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ไว้วางใจ 15,973 เสียง l ไม่ไว้วางใจ 508,833 เสียง
 
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์  ไว้วางใจ 17,425 เสียง l ไม่ไว้วางใจ 507,381 เสียง
 
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ไว้วางใจ 17,125 เสียง l ไม่ไว้วางใจ 507,681 เสียง
 
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  ไว้วางใจ 14,393 เสียง l ไม่ไว้วางใจ 510,413 เสียง
 
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ไว้วางใจ 20,609 เสียง l ไม่ไว้วางใจ 504,197 เสียง
 
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ไว้วางใจ 16,528 เสียง l ไม่ไว้วางใจ 508,278 เสียง
 
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลฯ ไว้วางใจ 18,207 เสียง l ไม่ไว้วางใจ 506,599 เสียง
 
นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมฯ ไว้วางใจ 19,259 เสียง l ไม่ไว้วางใจ 505,547 เสียง
 
นายสันติ พร้อมพัฒน์  รมช.คลัง ไว้วางใจ 17,210 เสียง l ไม่ไว้วางใจ 507,596 เสียง
 
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ไว้วางใจ 18,212 เสียง l ไม่ไว้วางใจ 506,594 เสียง
 
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ไว้วางใจ 20,473 เสียง l ไม่ไว้วางใจ 504,333 เสียง

ด้าน นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล ผู้ประสานงานโครงการเสียงประชาชน เผยว่า วัตถุประสงค์ของโครงการ "เสียงประชาชน"  คือการสร้างแพลตฟอร์มหรือช่องทางให้ประชาชนในฐานะที่เป็น "เจ้าของอำนาจอธิปไตย" ตามรัฐธรรมนูญ สามารถแสดงออกว่าจะไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้ง 11 คน เพื่อให้ "เสียงประชาช" เจ้าของประเทศสามารถส่งออกมาได้  "โดยตรง" ซึ่งจะเหมือนหรือจะต่างไปจากการลงมติของ ส.ส. ซึ่งเป็น "ตัวแทนของประชาชน" ก็เป็นเรื่องของประชาชนที่เข้ามาโหวต แม้จะไม่มีผลทางกฎหมาย แต่คือ "เสียงประชาชน" ที่ฝ่ายการเมืองพึงต้องรับฟัง

กติกาในการโหวตคือ "หนึ่งเครื่องหนึ่งเสียง" โดยการโหวตจะแยกลงมติรัฐมนตรีทั้ง 11 คนเป็นรายบุคคลเช่นเดียวกับการลงมติของสภาผู้แทนราษฏร การโหวตได้เริ่มในวันสุดท้ายของการอภิปรายคือเมื่อวานนี้ เวลา 18.00 น. เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้ฟังการอภิปรายและการชี้แจงจากรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายก่อนที่จะมีการโหวต โดยจะปิดการโหวตในวันนี้ ซึ่งเป็นวันลงมติของสภาผู้แทนราษฏรลงมติ โดยปิดเวลา 11.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับการปิดโหวตของสภาผู้แทนราษฎร

ผลการโหวต "เสียงประชาชน" สถานีโทรทัศน์ดิจิตอลทั้ง 4 ช่อง จะประกาศหลังจากสภาผู้แทนราษฏรได้ลงมติเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ผลการลงมติ "เสียงประชาชน" มีผลต่อการลงมติของ ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร จนอาจถูกครหา หรือเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อเจตนารมณ์ของการดำเนินโครงการได้ว่าไปเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในสภาผู้แทนราษฎร

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประชาชนทุกคนจะมีสิทธิโหวต และในปัจจุบันการใช้โทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับประชาชนโดยทั่วไปแล้ว แต่เนื่องจากยังอาจจะมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ยังเข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ต "เสียงประชาชน" ที่โหวตในครั้งนี้ ผลที่ออกมาจึงเป็น "เสียงประชาชนที่มาโหวต" ไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นเสียงของประชาชนทั้งหมด การนำ "ผล" การโหวตไปใช้ไม่ว่าในทางใด จึงต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงนี้ด้วย

แต่ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงอีกประการที่ต้องไม่ลืมคือ ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด จะไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้ง 11 คน ทุกคนและทุกฝ่ายก็มีโอกาสเสมอกันในการโหวตหรือชวนคนมาโหวต ดังนั้น ผลที่ออกมาไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่ หรือจะให้ประโยชน์หรือให้โทษกับฝ่ายใด ผลที่ออกมาคือเสียงประชาชนที่มาโหวต ที่ทุกฝ่ายมีโอกาสโหวตและชักชวนคนให้มาโหวตได้อย่างเสมอกัน

'ก้าวไกล' เดินหน้ายุทธการโรยเกลือ  ยื่น 11 คดี ต่อ ป.ป.ช.

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา พรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ห้วหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยแกนนำพรรค แถลงภายหลังการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พรรคก้าวไกลขอขอบคุณประชาชนที่คอยเฝ้าดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพวกเรา ขอบคุณประชาชนที่หวังดี ข้าราชการน้ำดีที่ส่งข้อมูล เป็นหูเป็นตาแทนประชาชน รวมถึงสมาชิกพรรค ทีมงานพรรคที่ช่วยทำงานให้การอภิปรายออกมาเต็มที่

ซึ่งตนรู้สึกภูมิใจ รวมถึงความตื่นตัวของการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เช่น การลงมติคู่ขนานนอกสภาที่ตรงกับความต้องการของประชาชนมากกว่าการลงมติในสภา ที่ผลแตกต่างกันชัดเจน สิ่งที่จะคอนเฟิร์มได้คือการเลือกตั้งในครั้งหน้า

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลยังคงดำเนินยุทธการโรยเกลือเป็นซีซันที่ 3 แม้เราจะยื่นให้องค์กรอิสระตรวจสอบต่อ แต่ความคืบหน้ายังไม่ค่อยมี ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่พรรคก้าวไกลอภิปรายใน 2 เรื่อง ที่หลายคิดว่าเป็นเรื่องเก่า แต่ความคืบหน้าเพิ่งจะออกมา คือ คดี GT200  และคดีนาฬิกาเพื่อน

แม้ความเชื่อมั่นในองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช.เหลือน้อยมากเหลือเกิน แต่เรายังทำหน้าที่ของเราต่อ จะรวบรวมหลักฐาน 11 กรณีที่เราอภิปรายใน 4 วัน ยื่นให้กับ ป.ป.ช. เพื่อหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อระบอบประยุทธ์ ยุติลง วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดจะหมดไปเช่นกัน และการเช็คบิลผู้ที่ทำผิดจะต้องเกิดขึ้นภายใต้องค์กรอิสระที่อิสระอย่างแท้จริง

“ที่เราอภิปรายไปมีความผิดปกติในหลายรเรื่อง เช่น มีการยกเลิกประกาศการจัดซื้อจัดจ้างอนุสาวรีย์เพียง 1 วัน ก่อนหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นเพราะพรรคก้าวไกลได้ปล่อยทีเซอร์ว่าจะมีการอภิปรายเรื่องรื้ออนุสาวรีย์ เป็นผลให้มีการแก้ประกาศเพียง 1 วันหลังจากนั้น และ 1 วันก่อนการอภิปราย เป็นสิ่งที่น่าผิดปกติเป็นอย่างมาก

ยังมีเรื่องกัญชา นอมินีซุกหุ้น การทุจริตในเคหะแห่งชาติ การออกโฉนดโดยมิชอบ การทุจริตในกองบินตำรวจ ใช้สปายแวร์โจมตีประชาชนผู้เห็นต่างรวมถึงนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช.เช่นกัน ขณะนี้พยานหลักฐานพร้อมแล้ว จะยื่นตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ในเรื่องทุจริตกองบินตำรวจ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกเกี่ยวพันกับ พล.ต.ต.ก. ส่วนที่สอง เกี่ยวพันกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะที่มีการอนุมัติงบกลางที่ทำให้เกิดความเสียหาย สามารถดำเนินการใน ป.ป.ช.ได้ และพยานหลักฐานทั้งหมดที่มี ค่อนข้างมั่นใจว่าสามารถเอาผิดได้แน่นอน รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ชี้แจงไม่ได้เลย คิดว่าใช้เวลาไม่นานจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไปได้

'ประยุทธ์-อนุทิน' ขอบคุณเสียงโหวตไว้วางใจ

ภายหลังสภาผู้แทนราษฎร ลงมติ "ไว้วางใจ" ให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีก 10 คน บริหารราชการแผ่นดินต่อไป ด้วยคะแนนมากกว่า "กึ่งหนึ่ง" โดยคะแนนของ "3 ป." จะเห็นว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้คะแนนมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ มท.1 ได้คะแนนน้อยที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่โหวตให้รัฐมนตรีและรัฐบาล ก็เป็นกำลังใจให้ได้ทำงาน จะทำงานให้ดีที่สุดและมากขึ้น การอภิปรายต่าง ๆ เป็นประโยชน์ต่อปรับวิธีการทำงานของพวกเราให้ดีขึ้น ซึ่งจะรับข้อเสนอไว้ เพราะเป็นระบอบประชาธิปไตยของรัฐสภา เมื่อถามถึง พล.อ.อนุพงษ์ ได้คะแนนไว้วางใจน้อยสุด นายกฯ ตอบกลับว่า “แล้วผ่านไหมล่ะ”

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าหลังการลงมติ ว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงในการลงมติไว้วางใจ และจะตั้งใจทำงานต่อไป โดยการอภิปรายที่ผ่านมา ได้ชี้แจ้งทุกอย่างตามข้อเท็จจริง มีเอกสารอ้างอิงชัดเจน และดีใจที่ได้รับความไว้วางใจ

นายอนุทิน ย้ำว่าส่วนตัวและนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย จะตั้งใจทำงานต่อไป และการผ่านลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ถือว่าเป็นการรับรองว่าการทำงานที่ผ่านมาถูกต้อง ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีขึ้นหรือไม่ ต้องรอดูสัญญาณจากหัวหน้ารัฐบาลก่อน

โซเชียลเผย 'เอกสารสลิปหลุด' ระบุเป็นการโอนเข้าบัญชีนักการเมืองเมื่อช่วงเดือน ส.ค. 2564 หลังข่าวพรรคเล็กรับเงินเดือนเมื่อวานนี้


ที่มาภาพ: Thai PBS

ภายหลังเมื่อวานนี้ (22 ก.ค.) มีไลน์หลุดพรรคเล็กรับเงินรายเดือน 100,000 บาท ล่าสุดวันนี้ (23 ก.ค.) มีการเผยแพร่หลักฐานสลิปการโอนเงินเข้าบัญชีคนกลาง 650,000 บาท ในวันที่ 25 ส.ค.2564 เวลา 19.12 น. โดยเป็นการโอนผ่านระบบ internet banking ของธนาคารไทยพาณิชย์ หลังจากนั้นมีหลักฐานการโอนออกในวันที่ 26 ส.ค.2564 ตามเวลา ดังนี้

9.31 น. โอนเงินจำนวน 100,000 บาท ให้นาย ค.

9.31 น. โอนเงินจำนวน 100,000 บาท ให้ นาย พ.

9.35 น. โอนเงินจำนวน 100,000 บาท ให้ นาย พ. คนที่สอง

9.35 น. โอนเงินจำนวน 100,000 บาท ให้ นาย พ. คนที่สองอีกรอบ

'ประวิตร' ปัดตอบไลน์หลุด -ปชป.ปิดห้องล็อบบี้ก่อนลงมติโหวต

ในช่วงเช้าของวันนี้ (23 ก.ค.) บรรยากาศโค้งสุดท้ายที่อาคารรัฐสภา ซึ่งในเวลา 10.00 น.จะมีการลงมติโหวตรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล 11 คนรวมทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังจากมีการอภิปรายมาแล้ว 4 วัน โดยส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้านเริ่มทยอยเดินทางมาเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 09.00 น.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐประชุม ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ที่อาคารรัฐสภา เพื่อกำหนดแนวทางการลงมติญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยทันทีที่พลเอกประวิตร เดินเข้าห้องประชุม ส.ส.ของพรรคก็ได้ปรบมือให้การต้อนรับ ก่อนจะปิดห้องประชุมหารือเฉพาะ ส.ส.ของพรรค

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทิศทางการโหวตลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคพลังประชารัฐว่า พรรคเดียวกันก็ต้องไปในแนวทางเดียวกันส่วนกรณีไลน์หลุด ถ้าคะแนนน้อยต้องปรับครม.หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า 

“ไม่รู้ ไม่รู้ ผมจะไปรู้ได้อย่างไร มาถามอะไรผม เมื่อถามว่าเสียงควรจะเท่ากันหรือไม่ ก็บอกว่าอยากให้เท่ากัน ส่วนที่อยากให้ไปนั่งตำแหน่ง มท.1 ยังไม่รู้ แล้วแต่นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้คุย”
ส่วนกรณีที่บอกว่าเกี่ยวข้องกับมูลนิธิป่ารอยต่อ พล.อ.ประวิตร ตอบเพียงว่าไม่รู้ ไม่รู้ 

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์นัดประชุม ส.ส.ก่อนลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล โดยมี รัฐมนตรี และส.ส. เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง ขาดเพียงนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสินิต เลิศไกร รมช.พาณิชย์ เนื่องจากติดโควิด-19

บรรยากาศภายในห้องประชุม เป็นไปอย่างราบรื่นความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ที่มี ส.ส.บางคนล็อบบี้เพื่อนส.ส.ในพรรค และพรรคเล็กโหวตคว่ำนายจุติ ซึ่งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจ ขอให้ขอให้การลงมติวันนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ด้วยการโหวตสนับสนุนนายจุติ ซึ่งส.ส.ก็รับปาก แต่สุดท้ายต้องรอดูในที่ประชุม

สำหรับตำแหน่งรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไม่ใช่โควตา ภาคเหนือแต่เป็นในส่วนของอดีตเลขาธิการพรรค ดังนั้นหากนายจุติถูก โหวตไม่ไว้วางใจ หรือมีการปรับครม. ในภายหลัง ก็จะเป็นโควตากลาง อาจจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ กระเพื่อม เพราะกลุ่ม ส.ส. ภาคเหนือ ก็จะไม่ยอม ขณะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ก็มองว่า เป็นโควตาที่ต้องขึ้น อยู่กับการสนับสนุนของสมาชิกในพรรค

 

ที่มาเรียบเรียงจาก Thai PBS [1] [2] [3] [4] | ประชาชาติธุรกิจ | PPTV

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์