สพฐ. แจงเอกสารอาหารกลางวัน 'มังสวิรัติ 9 มื้อ' ไม่ใช่คำสั่งแค่เชิญชวนเฉพาะผู้ที่สนใจ

สพฐ. แจงเอกสารจัดเมนูอาหารมื้อกลางวันช่วงเข้าพรรษาเป็น 'มังสวิรัติ' รวม 9 มื้อในวันพระและวันที่โรงเรียนกำหนด ไม่ใช่คำสั่งแค่เชิญชวนเฉพาะผู้ที่สนใจ - นักวิชาการติงนำศาสนาพุทธมาอ้างให้เด็กกินมังฯ ทั้งที่มื้อกลางวันแทบไม่มีเนื้อสัตว์

24 ก.ค. 2565 จากกรณีเฟซบุ๊กแฟนเพจ นักเรียนเลว โพสต์ภาพหนังสือลงนามโดย อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ที่ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงโรงเรียนในสังกัด ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้โรงเรียนวิถีพุทธในสังกัด ร่วมกิจกรรมปรุงอาหารมังสวิรัตเป็นมื้อกลางวันแก่นักเรียน ช่วงวันที่ 18 ก.ค.-12 ส.ค. 2565 รวม 9 มื้อ เพื่อลดการเบียดเบียนสัตว์ช่วงเข้าพรรษา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2565 ที่ผ่านมา Thai PBS รายงานว่านายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า หนังสือดังกล่าวไม่ได้เป็นคำสั่ง แต่เป็นการรณรงค์เชิญชวน ซึ่งทำเป็นประจำทุกปีในช่วงเข้าพรรษา ใครจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ไม่ได้เป็นการบังคับ และหากอ่านในพารากราฟสุดท้ายก็ชัดเจนว่าประชาสัมพันธ์เชิญชวนเฉพาะผู้ที่สนใจเท่านั้น

นักวิชาการติงนำศาสนาพุทธมาอ้างให้เด็กกินมังฯ ทั้งที่มื้อกลางวันแทบไม่มีเนื้อสัตว์

มติชนออนไลน์ รายงานว่านายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา แสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้ว่าตนได้อ่านเอกสารฉบับดังกล่าวแล้ว พบว่ามีวัตถุประสงค์และหลักการที่ดูดี แต่สอบตก และไม่น่าสนับสนุน ซึ่งตนประเด็นที่ให้ตั้งคำถาม คือ ทำไมมีภาคเอกชน เข้ามาร่วมกำหนดนโยบายของรัฐ ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าภาคเอกชนที่เข้ามาทำงานร่วมกับรัฐมีวัตถุประสงค์อะไร ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าต่อไปภาคเอกชนที่เข้าถึงส่วนกลางได้ เวลามีกิจกรรมอะไรร่วมกัน ส่วนกลางก็จะมีนโยบายให้ผู้ปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะเป็นการเพิ่มภาระให้ครู และโรงเรียนมากขึ้น ดังนั้นส่วนกลางจะต้องคิดให้ดีเวลาจะออกนโยบายให้โรงเรียน เพราะอาจจะเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้บริหารและครูตามมา

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่าเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมเอกสาร เพราะจะเห็นว่าแค่เรื่องมังสวิรัต ที่ถือเป็นเรื่องเล็กๆ ส่วนกลางยังต้องทำหนังสือแจ้งไปยังพื้นที่ และหากมีการปฏิบัติพื้นที่ต้องจัดทำรายงานส่งให้ส่วนกลาง เพื่อบอกว่าได้ทำและปฏิบัติแล้ว สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายลดภาระงานครู ที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกมาเน้นย้ำตลอดไม่ได้รับการปฏิบัติจริง และภาระงานของครูไม่ได้ลดลงเลย สิ่งเหล่านี้คือการแยกครูออกจากห้องเรียน การที่ สพฐ. นำศาสนาพุทธมาอ้างให้โรงเรียนทำอาหารมังสวิรัติให้เด็กนั้น ขอให้ สพฐ.ดูรายละเอียดและศึกษาอย่างรอบด้านว่าการกินมังสวิรัติ เป็นเรื่องของศาสนาพุทธจริงหรือไม่ ทั้งนี้ อย่าลืมว่าปัจจุบันอาหารกลางวันของนักเรียนนั้น แทบจะไม่มีเนื้อสัตว์อยู่แล้ว อย่าซ้ำเติมเด็กไม่ให้เด็กกินเนื้อสัตว์อีกเลย

“อยากให้ น.ส.ตรีนุช ดูแลหน่วยงานในสังกัด ศธ.ให้ดีว่าแต่ละหน่วยงานออกนโยบายมาได้ย้อนแย้งกับนโยบายที่ น.ส.ตรีนุช กำหนดไว้หรือไม่ นโยบายที่รณรงค์ให้เด็กกินมังสวิรัติ เรื่องแปลก แม้จะบอกว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ เชิญชวน แต่อะไรที่ออกมาจากส่วนกลางโรงเรียนต้องปฏิบัติตามอยู่แล้ว มองว่า น.ส.ตรีนุช ควรจะกำชับทุกหน่วยงานให้ลดคำสั่งกับนโยบายที่ไม่จำเป็น หากเป็นไปได้ควรลด 50-70% และเร่งติดตามนโยบายที่สำคัญๆ เช่น เน้นคุณภาพการศึกษา เน้นการปฏิรูป และฟื้นฟูการศึกษาดีกว่า” นายสมพงษ์ กล่าว

นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ประชุมกับคณะกรรมการยาสูบแห่งชาติ พบว่า มีนักสูบหน้าใหม่ ตั้งแต่อายุ 14-25 ปี และกลุ่มผู้หญิงเข้ามาสูบเพิ่มมากขึ้น สะท้อนว่าประตูเข้าสู่สารเสพติดแห่งปนะเทศไทยมีเพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากจะมีบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยังมีกัญชา กัญชงเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้คาดว่าจะมีกลุ่มเด็กประมาณ 10 ล้านคน ที่อาจจะเข้าสู่วังวนของการใช้สารเสพติดอย่างใดอย่างหนึ่ง ตนกังวลว่าภาพอนาคตของประเทศไทยจะมีผู้ติดยา มีคดีอาชญากรรม และปัญหาครอบครัวเพิ่มมากขึ้นประมาณ 3 เท่า ปัจจุบันทั้งบุหรี่ และกัญชาหาซื้อได้ง่าย ประกอบกับนโยบายกัญชาเสรี ทำให้เกิดไฟลามทุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วมากขึ้น เพราะเด็กสามารถเข้าถึงและซื้อกัญชาได้ง่าย

“มีหลายโรงเรียนที่นักเรียนลักลอบนำกัญชาไปสูบ จนเกิดวัฒนธรรมปุ๊นขึ้นมาในสถานศึกษา ซึ่งจะมีผลต่อสมอง ความจำของเด็ก และทำให้เด็กขาดสติ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียน ทำให้เด็กเรียนไม่รู้เรื่อง ร้ายแรงที่สุดคือเด็กอาจจะเมายาและทำร้ายร่างกายกัน คาดว่าอีก 6 เดือน กัญชาจะขยายเข้าสู่กลุ่มอายุ 14-24 ปี เพิ่มมากขึ้น อยากให้รัฐบาลเร่งปัญหาเหล่านี้ ผมมองว่าการห้ามนำกัญชง กัญชาและสารเสพติดมาใช้ในโรงเรียน ยังไงก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะการห้ามเท่ากับเป็นการยุให้เด็กทำ แต่ควรจะให้ความรู้ ให้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เด็กถึงจะมีภูมิคุ้มกันรับรู้ถึงข้อดีข้อเสียของกัญชง กัญชา” นายสมพงษ์ กล่าว

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์