วงเสวนาเบื้องหลังค่าไฟแพงอัดรัฐเอื้อเอกชน เรียกร้องประชาชนทวงคืนสมบัติชาติ

   

12 ส.ค. 2565 กลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) แจ้งข่าวต่อสื่อมวลชนว่าวานนี้ (11 ส.ค.) ที่ทำการสหภาพแรงรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร เสวนา "เบื้องหลังค่าไฟแพง น้ำมันแพง คือ ขบวนการกลั่นแกล้งขูดรีดประชาชน " ผู้ ร่วมรายการ คือ นายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย (ปท.) หรือทนายนกเขา , ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนโยบายพลังงานและทรัพยากร มหาวิทยาลัยรังสิต และนักเคลื่อนไหวด้านการปฎิรูปพลังงานไทย, น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว ดำเนินรายการโดย นายสาวิทย์ แก้วหวาน 

นายนิติธร กล่าวว่า สิ่งแรกที่จะต้องพิจารณา เรื่องพลังงานจากข้อกำหนดทางกฎหมายก่อน โดยเฉพาะเรื่องปิโตรเลียม พ.ร.บ.ปิโตรเลียม กำหนดให้ ปิโตรเลียมเป็นของรัฐ ขั้นตอนต่างๆตามการอนุญาต ขั้นตอนและสิทธิผลประโยชน์ต่างๆ จะเป็นเรื่องรัฐฝ่ายเดียวที่ดำเนินการ ทั้งนี้ถ้าเกิดความเสียหายเราจะฟ้องต่อใครไม่ได้ นอกจากฟ้องรัฐเท่านั้น ทั้งนี้เมื่อมีการแปรรูป ในเรื่องของคำฟ้องการแปรรูปปตท.

แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย กล่าวว่า เมื่อแปรรูปไปแล้ว คำพิพากษาจะปรากฏชัดว่า ดำเนินการมาไม่ถูกต้อง ทั้งหมดปัญหา คือ หากจะยกเลิกและกลับไปที่เดิม จะกระทบกับตลาดหุ้นซึ่งขณะนั้น มีมาร์เก็ตแคปเกือบ 8 แสนล้าน ซึ่งจะดึงเศรษฐกิจของประเทศ วูบลงมาทั้งหมด และตลาดหุ้นก็จะเจ๊ง แล้วยังมีปัญหาที่ต้องจ่ายค่าหุ้น บวกกำไรและผู้ถือหุ้น ในขณะนั้นมีทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน คนไทยและต่างชาติ

นายนิติธร กล่าวว่า แต่ศาลปกครองมีทางออก ที่ไม่เป็นอุปสรรค ในการบริหารราชการแผ่นดินและบ้านเมือง ในกิจการต่างๆและให้ ปตท. เติบโตมาอย่างนี้ตลอดเวลา กฎหมายปิโตรเลียม กำหนดกำไรปตท.ไว้ คือ ค่า อนุญาต ค่าขายแล้วค่าสัมปทาน ขณะนี้เมื่อพลังงาน ไม่ได้เป็นของรัฐและประชาชน เมื่อไปสู่การแปรรูป และมีลักษณะของบริษัท เป้าหมายสูงสุดคือกำไร และการขยายกิจการ ขณะเดียวกันการแปรรูปก็คือการตัดโอกาส ตัดสิทธิผู้เสียหายในการฟ้อง ผู้ที่จะฟ้องมี 2 ส่วนก็คือ 1.รัฐ 2. ผู้ถือหุ้น ก็ไม่ฟ้อง
     
แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย กล่าวว่าแล้วก็ไปตั้ง คณะกรรมการนโยบายรัฐบาล เอาข้าราชการประจำ ซึ่งมีตำแหน่งเข้าไป สอดไว้ตรงนี้ก็เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะเงินเดือนฝั่งกิจการพลังงาน จะสูงกว่าฝั่งข้าราชการ และให้รับเงินเดือน 2 ฝั่งด้วย เพราะฉะนั้นการล็อกต่างๆ ในการเติบโตทางราชการ เขาสามารถทำได้เต็มที่

นายนิติธร กล่าวว่า ประเด็นในเรื่องของราคาสมมุติ ทางกลไกตลาด ก็เป็นกลไกที่ทำได้ แต่ปัญหาคือสถานะของเงิน ส่วนต่างที่เกิดขึ้น เช่น การอ้างราคาสมมุติของน้ำมัน ของก๊าซ ไม่มีสถานะทางกฎหมาย เงินตัวนี้จะถือว่าเป็นทุนก็ไม่ได้ ถือเป็นกำไรก็ไม่ได้ ปัญหาก็คือกิจการ ที่ประกอบกิจการแบบนี้ แล้วรัฐถือหุ้นเกินกว่าครึ่ง ปล่อยให้เกิดลักษณะแบบนี้ได้อย่างไร แต่ผู้เสียหายคือรัฐเหมือนเดิม แต่ถ้าไม่พร้อมก็ทำอะไรไม่ได้

แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย กล่าวว่า ส่วนใหญ่ถ้าเรามอง ในเรื่องของพลังงาน เราจะมองที่กลไกการบริหาร และกลไกราคาเป็นหลัก แต่สภาพกฎหมายวันนี้ไม่เหลือแล้ว เพราะทางออกอื่นในการออกกฏหมายไม่มี ในสภาวะปัจจุบันเพราะอำนาจสั่งการไม่มีแล้ว คณะกรรมการกำกับนโยบาย ไปสั่งคณะกรรมการของปตท.ไม่ได้ เพราะปตท. เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ต้องฟังผู้ถือหุ้นด้วย ขณะเดียวกันรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ แก้กฎหมายเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างใหม่หมด

นายนิติธร กล่าวว่า ขณะที่ระบบตรวจสอบ ในการจัดซื้อจัดจ้างจบไปเลย ทั้งนี้ทางกฏหมายป.ป.ช. ไปจับกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ก็ไปเลิกมาตรา 103 / 7 / 8 / 9 ในการต้องเปิดเผยราคา ยกเลิกหมดเลย ทำให้มีผล 2 อย่างคือ คดีค้างเก่าที่เป็นความผิดตามกฏหมาย เหล่านี้จะถูกยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ ขณะเดียวกันกิจการใหม่ๆ ที่พยายามแก้ไข เพื่อให้มีการตรวจสอบก็ทำไม่ได้ ฉะนั้นพลังงานน้ำมันก๊าซและไฟฟ้าอยู่ในรูปแบบนี้

แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย กล่าวว่า กล่าวว่า ปัจจัยต่างๆที่จะมีเข้ามาอีก คือนโยบายของรัฐในอนาคต ว่าเกี่ยวกับเรื่องกิจการพลังงานต่างๆทั้งหมด นอกจากนี้อัตราค่าเงินว่าอย่างไร อัตราดอกเบี้ยนโยบายว่าอย่างไร เพิ่ม. 25 แสดงว่าวันนี้ ดอกเบี้ยนโยบายจากเดิม .50 เป็น .75 ทุกอย่างก็จะขึ้นหมด อัตราค่าเงินก็จะเปลี่ยนหมดขณะเดียวกัน ที่ขึ้นเพราะต้องการเงินเฟ้อ ต้องการการไหลออกของเงินทุน แต่ผลที่เกิดขึ้น คือ จะเกิดขึ้นกับประชาชนทั้งหมด

นายนิติธร กล่าวว่าพรุ่งนี้ก่อนที่ดอกเบี้ยนโยบายจะขึ้น เขาเตรียมการณ์เรื่องพวกนี้ไว้หมดแล้ว เพราะดอกเบี้ยนโยบายขึ้น เขาก็จะปรับราคาอีก ขณะที่สถานการณ์โลกที่มีความขัดแย้ง เขาก็จะปรับราคาขึ้นอีก เช่น บริษัทที่มาแรงมี 5 บริษัทธุรกิจไฟฟ้า ที่ใช้แก๊สธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจก๊าซแบบครบวงจร และธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค ด้านดิจิตอล เพียงแค่บริษัทเดียวครอบคลุมหมด

แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย กล่าวว่า บริษัทนี้ผลิตไฟฟ้าขาย ให้กับรัฐวิสาหกิจ โดยที่ไม่ต้องลงทุนสายส่ง แต่เราต้องจ่ายเงินในสินค้า ที่เราไม่ได้ใช้ เพื่อให้กิจการของเขาดำเนินการได้ ขณะเดียวกันเราเอารัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย , การไฟฟ้าฝ่ายภูมิภาค ไปรองรับกิจการพวกนี้ไว้ 

นายนิติธร กล่าวว่า วันนี้ถ้าเกิดมีสงครามหรือผลกระทบในอาเซียน หรือ กรณีระหว่างจีนกับอเมริกา ความขัดแย้งระหว่างประธานอาเซียน ซึ่งส่งสัญญาณไปยังพม่า และมีแนวโน้มที่จะเกิดความรุนแรง มีโอกาสที่จีนจะปิดไต้หวันต่อไปอีกนานกว่านี้ ซึ่งคือความขัดแย้งทั้งหมด ถ้าเกิดความขัดแย้งนี้ช็อตขึ้นมา บ้านเมืองไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะกำลังผลิตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ถ้าเทียบ 100% มีแค่ 1 เท่านั้นที่ เหลือขึ้นอยู่กับเอกชน ในยามวิกฤตเช่นนี้ท่านจะผลิตหรือไม่ เราจะลงทุนหรือไม่ หรือจะมีอะไรบังคับก็ได้ไม่มีเลย

“ทั้งหมดนี้คือเรื่องที่อยู่เบื้องหลัง ที่ทำให้ค่าไฟแพงทั้งหมด แล้วที่ต้องขุดรีดก็เพื่อให้บริษัทเหล่านี้ เติบโตและบริษัทเหล่านี้ในขณะนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า อยู่เบื้องหลังการค้ำจุนของรัฐบาล อยู่เบื้องหลังการแจกกล้วย ในสภาทุกครั้งที่ผ่านมา กิจการพลังงานทั้งหมด รัฐวิสาหกิจ ไม่ได้เจอเพียงแค่ปัญหานี้ แต่รัฐวิสาหกิจจะไม่ทัน พลังงานหมุนเวียนไม่ทัน พลังงานสะอาดไม่ทัน เกิดสภาวะโลกร้อน” นายนิติธร กล่าว

แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย กล่าวว่า ให้นึกถึงรสพ. ให้ดี กิจการจะหมดความจำเป็น และจะเป็นภาระแก่รัฐ ไม่ทันสมัยกับระบบใหม่ที่เกิดขึ้น อีก 2 ปีเมื่อเกิดหยวนดิจิตอลคืออะไร สิ่งที่จะเกิด คือ แพลตฟอร์มซ้อนแพลตฟอร์มเข้ามา เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐวิสาหกิจ ถูกทำให้เล็กลง นั่นหมายความว่า ทุกอย่างจะเป็นการสั่งการ โดยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งสั่งที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ ล่าสุดอิสราเอลเข้ามาเซ็นสนธิสัญญาไซเบอร์กับไทย เพื่อรองรับเรื่องพวกนี้ทั้งหมด ที่จะเปลี่ยนทั้งหมด ไปสู่มือเอกชน 
     
นายนิติธร กล่าวว่า ขณะเดียวกัน รัฐวิสาหกิจในขณะนี้คือกำลังหลัก ที่ฝ่ายรัฐบาลมองและกลุ่มพลังงานมอง จะสู้และเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ โดยกำลังออกกฏหมาย ให้มีสหภาพซ้อนสหภาพในรัฐวิสาหกิจเดียวกัน ตรงนี้จะเป็นการทำลายกำลังหลัก ของภาคประชาชน ของประเทศทั้งหมดคือเบื้องหลัง ของที่จะทำให้ค่าไฟแพงน้ำมันและก๊าซแพง

แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย กล่าวว่า แนวทางแก้ไขคือทำอย่างไรที่จะนำ ส่วนนี้กลับมาเป็นกิจการของรัฐ ของชาติและของประชาชน ตามบทบัญญัติและธรรมนูญนั้น รัฐบาล นิติบัญญัติ ตุลาการและบริหาร จะต้องบริหารให้เกิดประโยชน์ กับประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชน ส่วนมาตราอื่นคือองค์ประกอบที่ตามมา

นายนิติธร กล่าวว่า หมายความว่าต้องทำ 2 สิ่งนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน จะทำอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ขณะเดียวกันมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญกำหนดให้ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่พ.ร.บ.ปิโตรเลียม มาตรา 23 กำหนดให้เป็นของรัฐ นั่นหมายความว่า รัฐมีอำนาจจัดการแต่ประชาชนไม่มีอำนาจจัดการ สุดท้ายคือไม่มีอำนาจฟ้อง แต่ในขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญในหมวดหน้าที่ของรัฐ ก็ต้องนำตรงนี้มาให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการจัดการ อย่างแท้จริง 

แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย กล่าวว่า ตนเสนอว่าจะต้องเอาพลังงานทั้งหมด กลับมา แล้วถ้าจะขยายลงทุนเพิ่ม ก็ต้องลงทุนผ่านรัฐวิสาหกิจ ส่วนในรูปแบบอื่นพลังงานอาจจะทำในเรื่องของบรรษัทก็ได้ สิ่งแรกคือเข้าไปแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียมให้ได้ แล้วรักษารัฐวิสาหกิจให้ได้ การขับเคลื่อนครั้งนี้จะต้องใช้ ทุกองค์ประกอบรวมกันคือ 1.กฎหมาย 2. พลังทางสังคม โดยเริ่มจากรัฐวิสาหกิจทั้งหมด ตนคิดว่าจะมีคนเอาด้วยเกือบล้าน คนรัฐวิสาหกิจลุกขึ้นมา ปกป้องประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะฉะนั้นรัฐวิสาหกิจไหนก็จะแก้ไขได้หมด

นายนิติธร กล่าวว่า กฎหมายที่ไม่ชอบต่างๆก็แก้ไขเลย ขณะเดียวกันรัฐวิสาหกิจชูธงว่ากิจการนี้ จะต้องเป็นกิจการสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่ต้องอยู่ในมือของรัฐ และประชาชน ไม่ใช่แปรรูปเพราะเราเป็นประเทศเล็ก สภาพการแข่งขันไม่เกิดขึ้นจริง และขณะนี้ทุนต่างๆ ไล่กันไม่ทัน เพราะฉะนั้นการเริ่ม ต้องเริ่มจากข้อกฎหมาย สร้างความเข้าใจในการอธิบายประเด็นต่างๆ 
     
แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย กล่าวว่า เมื่อเริ่มที่ตัวคนในการขับเคลื่อน พุ่งเป้าไปที่รัฐบาล ในการเปลี่ยนแปลงอำนาจรัฐตรงนี้ เพื่อการดำรงอยู่ของประชาชน และกิจการพลังงาน ถ้าไม่ทำแบบนี้จะให้ฟ้องเท่าไหร่ ก็ไม่มีทางแก้ไขได้ ถ้าเบื้องหลังเหล่านี้เราไม่แก้ไข เราจะสู้เรื่องกลไกราคาไปอย่างนี้ตลอด ขณะเดียวกันรัฐวิสาหกิจ ก็จะถูกยุบถูกยึดไป เป็นกิจการของเอกชนหมด และไม่มีที่พึ่ง พนักงานก็จะตกงาน ดังนั้นการแก้ไขต้องใช้พลังทางสังคมบวกกับกฎหมาย

ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี กล่าวว่า รัฐไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าของที่ดี คือ ตัวแทนประชาชน ดูเหมือนรัฐเป็นตัวแทนเอกชน มากกว่าตัวแทนประชาชน ทำไมเป็นอย่างนั้น เพราะด้วยโครงสร้าง เพราะคนของรัฐเข้าไปนั่ง เป็นกรรมการก็จะได้เบี้ยประชุม และโบนัส ซึ่งขึ้นอยู่กับกำไร ถ้ากำไรมากโบนัสมาก เพราะฉะนั้นประชาชนเดือดร้อนมากไม่เป็นไร เพราะกำไรเยอะกรรมการก็ได้เยอะ 
     
นักเคลื่อนไหวด้านการปฎิรูปพลังงาน กล่าวว่า ที่ตนพูดนี้เขาไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่กฎหมายเรา มันทำเพื่อคนไทยหรือเปล่า ฉะนั้นถือว่าประชาชนไม่มีพวก ทั้งนี้ตนอยู่ในกรรมาธิการชุดต่างๆ เวลาเถียงก็เห็นว่า ข้าราชการเถียงแทนบริษัททุกอย่าง ซึ่งตนก็ท้วงติงว่า ทำไมถึงไม่เถียงแทนประชาชน กลับไปเถียงแทนบริษัท ซึ่งมีกำไรเป็น แสนล้าน

“ผมงงตอนรู้สึกงงมาก ว่าไม่มีใครเถียงแทนประชาชนเลย เห็นดีเห็นงามกับเรื่องราคา ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เรารู้สึกละอายใจแทน ทำไมถึงไม่มีจิตใจนึกถึงประชาชนบ้าง เรื่องความเดือดร้อนของคนไทย มีคนเห็นเหมือนกัน แต่ในที่สุดก็แก้ไขไม่ได้ ส่วนราคาทิพย์ที่ผมพูดว่า สมมติตรงกันโรงกลั่นไทยไปสิงคโปร์ทำไม เขาถึงใช้กันเพราะก่อนปี 2540 เราไม่มีโรงกลั่น และมีไม่พอต้องนำเข้า ก็ให้ใช้ราคานำเข้า เมื่อไม่ได้นำเข้าจริง แต่ทำไมถึงต้องมีค่าเมเนจเม้นท์ มีค่าสูญเสีย ค่าขน ส่งค่านำเข้า มันออกจากจังหวัดระยอง ออกจากลานกระบือ แต่บอกสมมติมาจากซาอุ แล้วก็อนุมัติกัน” ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าว 
     
ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า ทุกวันนี้คนไทยก็ยังไม่รู้เรื่อง คิดว่าโรงแยกก๊าซอยู่ซาอุ ถามว่าแล้วเราจะมีทรัพยากรเพื่ออะไร เพื่อให้เขาขี่คอเร าเพื่อให้เราจ่ายเงินแพงใช่หรือไม่ 

“สมควรที่จะเป็น ผู้ปกครองประเทศอย่างนั้นหรือ ตกลงฉันจะคืนความสุข ให้คนไทยหรือว่า จะคืนความสุขให้นายทุน ประชาชนกลายเป็นสุก ก.ไก่ สุกกันทั้งประเทศ ราคาก๊าซหุงต้มที่ปรับตัวขึ้นไป เป็น 28 บาทยังไม่บวกภาษี ถ้าบวกทุกอย่างแล้ว ก๊าซหุงต้มถังละ 500 บาท ผมถามว่ามาเลเซียถังละ 200 กว่าบาท แต่มาเลเซีย คิดถัง 14 กิโลกรัม หากคำนวณเป็นถังละ 15 กิโล ก็ตกถังละ 228 บาท ไม่มีใครต้องเป็นหนี้ ไม่ต้องตั้งกองทุนน้ำมัน

นักเคลื่อนไหวด้านการปฎิรูปพลังงาน กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจพลังงานไทยที่ เป็นปัญหาคือ ทุกจุดที่รัฐเข้าไปยุ่ง ประชาชนจะต้องจ่ายแพงเสมอ อย่างไรก็ตาม เราต้องร่วมกันเป็นเจ้าของ ร่วมกันจัดการ เราไม่ใช่เจ้าของแค่สิทธิ์เลือกตั้ง เราเป็นเจ้าของทรัพยากรทุกสิ่ง ในประเทศไทย รวมถึงรัฐวิสาหกิจด้วย คือเป็นของปวงชนชาวไทยทุกคน

ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้เราต้องช่วยกัน รักษาประเทศไทย ข้างหน้ามี 2 ทางคือ 1.หายนะ 2.ความรุ่งเรือง เราต้องเลือกให้ถูก เพราะถ้าเราปล่อย ว่าไม่ใช่หน้าที่ของเรา ไม่มีอำนาจจัดการ ตนคิดว่าหายนะแน่นอน ดังนั้นขอให้ทุกคนช่วยกัน ตนเชื่อว่าจะนำพาประเทศไทย ไปสู่ความรุ่งเรืองได้อย่างแน่นอน

น.ส.รสนา กล่าวว่า ตอนนี้มีการสำรองไฟฟ้าถึง 53% ไฟฟ้าที่เกินเหล่านี้ ถือว่าเป็นภาระกับประชาชน เพราะค่าใช้จ่ายพวกนี้ ไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศ แต่อยู่ในกระเป๋าของเรา ดังนั้นต้องตั้งคำถามว่า จนถึงบัดนี้ทำไมรัฐบาล ยังไปซื้อไฟจาก สปป.ลาว 12.6% หรือการจัดจะซื้อไฟไปเรื่อยๆอย่างนี้ ควรจะเลิกหรือไม่ ฉะนั้น 5 ปีต่อไปนี้ไม่ควรจะซื้อแล้ว แต่ควรจะมาส่งเสริมประชาชน ให้ผลิตไฟบนหลังคา ด้วยโซลาร์รูฟ ของตัวเอง ทำไมถึงไม่ทำ 

น.ส.รสนา กล่าวว่า บอกให้ประชาชนประหยัดพลังงาน แต่รัฐไม่เคยออกระเบียบกลไกอะไร ที่ช่วยประชาชนแต่ต้องพึ่งพาตัวเองตลอด ประเด็นปัญหาที่น่าห่วงที่สุด คือการที่ทิศทางที่เรามองไม่เห็น เวลานี้การที่นักการเมืองเซ็นชื่อ ในใบ PPA เอกชนพอได้ใบ PPA ก็นำไปเข้าตลาดหุ้น ระดมทุนนอนตีพุงสบายใจเฉิบ เขาไม่ได้หวังเงินจากการผลิตแต่หวังได้ใบ PPA 
     
“เพราะฉะนั้นนักการเมือง จึงอยากมาอยู่กระทรวงพลังงานมาก ทั้งที่ได้งบประมาณแผ่นดิน เพียงปีละ 2 พันล้าน แต่ทุกคนอยากไปอยู่ เพราะว่ามีอำนาจเซ็นซื้อไฟ โดยไม่มีเหตุผล เพราะเวลานี้ไฟสำรองเกินไปแล้วถึง 53% เราต้องการใช้ไฟเพียง 30,000 เมกะวัตต์ แต่เวลานี้คุณมีศักยภาพผลิตไป 46,000 เมกะวัตต์ คุณพอได้หรือยัง แล้วการที่ไปซื้อไฟจากต่างประเทศ ถามว่าเลิกซื้อได้หรือไม่ หรือการซื้อมีคอมมิชชั่น” น.ส.รสนา กล่าว 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์