เตือนต้อนรับอดีตผู้นำศรีลังกาที่ถูกขับไล่ จะฉุดภาพลักษณ์ไทยในสายตานานาชาติ

'ก้าวไกล' เตือนต้อนรับอดีตผู้นำศรีลังกาที่ถูกขับไล่อย่างสบายใจ แต่ผลักไสผู้ลี้ภัยจากสงคราม รัฐบาลประยุทธ์จะฉุดภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานานาชาติให้ตกต่ำถึงขนาดไหน - อดีตทูต 'รัศม์ ชาลีจันทร์' ค้านให้อดีต ปธน.ศรีลังกา อยู่นาน 90 วัน 

12 ส.ค. 2565 เพจ Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม ของรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เผยแพร่ข้อมูลระบุว่ากรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออกมายืนยันกรณีที่อดีตประธานาธิบดีศรีลังกา กำลังจะขอเข้ามาพักรอลี้ภัยไปประเทศที่สามจริงนั้น ผมรู้สึกแปลกใจมากว่าเหตุผลใดรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ถึงเอาประเทศไทยมาเป็นบ้านพักชั่วคราวให้ผู้นำที่ถูกประชาชนขับไล่จนต้องหนีออกมา แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ลี้ภัยสงครามชาวเมียนมาร์ กรณีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงยา หรือผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ที่อยู่ในสถานะหลบหนีภัยภายในประเทศ กลับเจอชะตากรรมที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว

ที่ผ่านมา มีการร้องเรียนเข้ามาในกรรมาธิการการต่างประเทศ ให้ช่วยหาทางออกและการจัดการอย่างมีมนุษยธรรมต่อผู้ลี้ภัยอยู่หลายครั้ง เนื่องจากมีการร้องเรียนว่ามีมาตรการจากทางรัฐบาลที่ไม่เป็นไปตามหลักการที่ควร รวมถึงมีความพยายามกีดกัน ไปจนถึงส่งกลับผู้ลี้ภัยมาแล้วจากหลายกรณีในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จนทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายอย่างมาก

กลับกันพอเป็นอดีตประธานาธิบดีที่มีข้อสงสัยว่าเกี่ยวพันกับการอุ้มหาย ซ้อมทรมานประชาชนในศรีลังกา จนหาที่ไปไม่ได้ รัฐบาลไทยกลับอ้าแขนรับเข้ามาอย่างหน้าตาเฉยราวกับว่านี่คือเราไม่แคร์สายตาประชาคมโลกว่าจะมองประเทศเราเป็นอย่างไร กับการสองมาตรฐานในการต้อนรับผู้ลี้ภัยเช่นนี้

"ผมอยากเรียนคุณประยุทธ์ว่า ในฐานะของนายกรัฐมนตรี การกระทำครั้งนี้จะฉุดให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยต้องมัวหมองในสายตานานาชาติ กรณีผู้ลี้ภัยที่ตัวเองมีชนักปักหลังก็ยังจัดการไม่ได้ กลับมาเพิ่มภาระการแก้ไขภาพลักษณ์ประเทศให้กับรัฐบาลถัดไปอีก ยิ่งทำแบบนี้ศักดิ์ศรีประเทศไทยในสายตาชาติอื่นๆจะเป็นอย่างไร ที่ประเทศเรากลับต้องมากลายเป็นคุกขังผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ และเป็นสถานที่พักตากอากาศให้ผู้นำที่โดนประชาชนขับไล่แบบนี้กัน?"

"ผมอยากให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทบทวนให้ดีว่ากรณีเหล่านี้จะสร้างภาพลักษณ์อย่างไร และเกิดประโยชน์อย่างไรต่อประเทศชาติกันแน่ หากการกระทำนี้ไม่มีเหตุผลรองรับที่รับฟังได้มากพอ การเปลี่ยนมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เป็นที่ยอมรับได้มากขึ้นทั้งต่อประชาชนและนานาประเทศก็เป็นเรื่องสำคัญที่พลเอกประยุทธ์ต้องตัดสินใจให้ดี เพราะนี่จะเป็นหน้าประวัติศาสตร์อีกหน้าที่ถูกบันทึกไว้ว่าพลเอกประยุทธฺตัดสินใจทำอะไร เพราะอะไร และส่งผลเช่นไรในอนาคตแน่นอน" รังสิมันต์ ระบุ

อดีตทูต 'รัศม์ ชาลีจันทร์' ค้านให้อดีต ปธน.ศรีลังกา อยู่นาน 90 วัน 

มติชนออนไลน์ รายงานว่านายรัศม์ ชาลีจันทร์ เจ้าของเพจทูตนอกแถว อดีตเอกอัครราชทูตไทย แสดงความเห็นกรณีการเดินทางมาของอดีตประธานาธิบดีศรีลังกา ที่ลี้ภัยออกจากประเทศหลังถูกขับไล่ ก่อนมาพักอยู่ที่ไทยชั่วคราวโดยระบุว่ากรณีอดีต ปธน.ศรีลังกากับความไม่ฉลาดเช่นเคยของทางการไทย

"มี FC ขอให้พูดเรื่องนายโกตาบายา ราชปักษา อดีต ปธน.ศรีลังกา ที่ย่องมาไทยเงียบๆเมื่อคืนวานนี้ ผมจึงขอมีข้อสังเกตสักสองสามข้อนะครับ"

"ประการแรกเรื่องที่ทางการไทยยอมรับให้เข้ามานั้น ผมว่าก็เข้าใจได้ เพราะศรีลังกาเองเป็นมิตรประเทศและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับไทย ซึ่งผมเข้าใจว่าทางรัฐบาลศรีลังกาเองก็คงมีคำขอมาด้วยเช่นกัน"

"ส่วนที่ตัวนายโกตาบายาฯ เลือกมาไทย แทนที่อีกหลายประเทศ นอกจากเรื่องความสัมพันธ์อันดี และความเป็นเมืองพุทธด้วยกันแล้ว เขาคงมองแล้วว่ารัฐบาลไทยปัจจุบันไม่ได้เป็นรัฐบาลที่จะมาคำนึงถึงเสียงหรือความต้องการของประชาชนอะไรนัก ซึ่งในแง่นี้เขาก็คิดถูก"

"ซึ่งจริงๆ ไทยก็ไม่ได้อะไรนักจากการนี้ โดยเฉพาะหากคำนึงว่าเมื่อวันใดมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจในศรีลังกาที่ตอนนี้ประชาชนล้วนโกรธแค้นตระกูลราชปักษา"

"แต่เอาล่ะว่ากันตามหลักมนุษยธรรมก็พอฟังได้ แต่การมาอธิบายว่านายโกตาบายาฯ เข้าไทยได้เพราะมีหนังสือเดินทางการทูตนั้น เป็นเรื่องตลกไร้สาระมาก ไม่รู้ว่าผู้พูดไม่รู้จริงๆหรือคิดว่าคนอื่นเขาไม่รู้
เรื่องการเข้าเมืองนั้น มันเป็นสิทธิและอำนาจของประเทศนั้นๆที่จะให้ใครเข้าหรือไม่เข้าประเทศก็ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะถือหนังสือเดินทางประเภทใด ต่อให้ถือหนังสือเดินทางการทูตเราก็ปฏิเสธได้หากพิจารณาแล้วเห็นว่าจะก่อผลเสียมากกว่าดีหากให้เข้ามา คำอธิบายเช่นว่านี้ไม่ควรออกมาจากคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการต่างประเทศ มันดูไม่ฉลาดมากๆ"

"ประการถัดไป ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้สิทธิพำนักตามหนังสือเดินทางได้ถึง 90 วัน โดยเห็นว่านานเกินไป เมื่อพิจารณาว่าทางการไทยควรคำนึงถึงทั้งความรู้สึกของประชาชนคนไทยที่ไม่มีใครเขายินดีต้อนรับคนๆนึ้ รวมทั้งภาระที่ทางการไทยต้องมาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย (ซึ่งมีค่าใช้จ่ายจากภาษี) เพราะจะปล่อยตามเลยก็ไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นก็จะไม่งามต่อประเทศเรา (ข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงยังเชื่อว่าในปัจจุบันยังมีกลุ่มอดีตผู้ก่อการร้ายทมิฬอีแลม LTTE แอบฝังตัวอยู่ในไทย และซึ่งคือโจทย์ที่อาจรอคิดบัญชีนายโกตาบายาฯอยู่) และที่สำคัญ รัฐบาลไทยควรคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนศรีลังกาบ้าง"

"ผมเห็นว่าในแง่มนุษยธรรม การให้พำนักในไทยได้หนึ่ง-สองสัปดาห์ก็เพียงพอแล้วที่จะให้นายโกตาบายาฯ สามารถติดต่อหาแหล่งพักพิงอื่นได้ต่อไป และก็คิดง่ายๆ ว่าถ้าการมาพำนักมันดีไม่มีปัญหาอะไร ทำไมนายโกตาบายาฯ ถึงต้องออกจากสิงคโปร์?"

"การให้พำนักในไทยนานถึง 90 วันเป็นความไม่ชาญฉลาดอย่างยิ่งของทางการไทย เราแทบไม่ได้อะไรจากนี้ เพราะไม่มีใครเขาชื่นชมนายโกตาบายาฯ และในอดีตทางการไทยทำเรื่องเลวร้ายไว้มากในเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าเรื่องชาวอุยกูร์ นายฮาคีมฯนักฟุตบอลชาวบาห์เรน การส่งตัวผู้ลี้ภัยกัมพูชากลับประเทศ และอื่นๆอีกมากมาย เพียงแค่นี้มันไม่ทำให้รัฐบาลไทยปัจจุบันดูดีอะไรขึ้นมาหรอกครับ"

"สุดท้ายที่อยากจะพูดคือ ผมขอชมเชยทหารศรีลังกาในความมีวินัย เป็นทหารมืออาชีพ ที่ต่อให้ผู้นำเขาจะโกงเลวแค่ไหน เขาก็ปล่อยให้เป็นไปตามวิถีทางตามกฎหมายและระบบประชาธิปไตย ไม่เที่ยวเข้ามาแทรกแซงทำรัฐประหารบ้าบอเหมือนประเทศแถวนี้"

"ซึ่งถ้าหากรัฐประหารมันแก้โกงหรืออะไรได้จริง ป่านนี้เราคงเป็นประเทศมหาอำนาจไปแล้วนะครับ"

“โกตาบายา ราชปักษา” อดีต ปธน.ศรีลังกา เดินทางถึงไทย

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวไทย รายงานอ้างสำนักข่าวต่างประเทศว่าโกตาบายา ราชปักษา พร้อมด้วยภริยา เดินทางถึงท่าอากาศยานดอนเมืองด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำจากสิงคโปร์เมื่อช่วงหลังเวลา 20.00 น. คืนวานนี้ (11 ส.ค.) ตามเวลาบ้านเราโดยผ่านช่องทางวีไอพี หลังจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุในแถลงการณ์ลงวันพฤหัสบดีว่าเขาออกจากสิงคโปร์แล้ว คาดว่าราชปักษาจะพักอยู่ในประเทศไทยชั่วคราว หลังเดินทางออกจากศรีลังกาไปยังสิงคโปร์เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา

ราชปักษา ลาออกจากตำแหน่งไม่นานหลังประชาชนประท้วงครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากไม่พอใจรัฐบาลของเขาที่บริหารจัดการวิกฤตเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 70 ปี ผิดพลาด และไม่กี่วันหลังผู้ประท้วงหลายพันคน บุกจู่โจมบ้านพักและสำนักงานของประธานาธิบดี

เจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยยืนยันว่า ราชปักษา ซึ่งเป็นผู้นำศรีลังกาคนแรกที่ลาออกกลางเทอม ไม่มีความต้องการที่จะขอลี้ภัยทางการเมือง และจะพักอยู่ชั่วคราวเท่านั้น โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อสื่อในวันพุธว่านี้เป็นเรื่องของมนุษยธรรม และมีข้อตกลงว่าเป็นการพักพิงชั่วคราว ราชปักษาไม่สมารถเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองใดๆ ขณะอยู่ในประเทศไทยได้ ส่วนนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศกล่าวว่ารัฐบาลศรีลังกาสนับสนุนการเดินทางมาไทยของราชปักษา พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่าหนังสือเดินทางทางการทูตของอดีตประธานาธิบดีผู้นี้ จะอนุญาตให้เขาพักอยู่ในไทยได้นาน 90 วัน

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์