บอลแพ้คนไม่แพ้: ปาหี่การเมืองไทยร่วมสมัย

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

หาร 100 หาร 500 เป็นเหตุให้สภาล่ม จริงล่ะหรือ ที่ว่าการไม่เข้าร่วมประชุมสภาฯ ของพรรคฝ่ายค้านบางพรรค รวมกระทั่งพรรคแกนนำร่วมรัฐบาล แสบกว่านั้น คือ ส.ส.บางคนเข้าร่วมประชุมแต่ไม่แสดงตัว เป็นการแสดงออกอย่างสมศักดิ์ศรีชนิดไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว มันต้องแสดงออกโดยการไม่เข้าร่วมประชุมสภาแต่เพียงเท่านั้นหรือไม่? 
บอลแพ้คนไม่แพ้ รู้ว่าแพ้แล้วอย่าลงแข่งขัน ข้อความทั้งหมดนี้เป็นจริงแน่หรือ ตรรกะการเมืองแบบนี้ถูกต้องหรือไม่อย่างไร?

ไม่เพียงตรรกะวิบัติที่เห็นได้ในฝ่ายที่อ้างตัวว่าเป็นประชาธิปไตยของไทยเท่านั้น ทุกฝ่ายต่างพากันเงียบกริบ พากันมุดลงรูอยู่ในหลุม ไม่ส่งเสียงใดๆ ประดุจหนูผีใต้โพรงดินลึก

การแข่งขันกีฬาที่ประเมินแล้วว่า ฝ่ายตนจะแพ้ แล้วไม่ยอมลงแข่งสนามนั้น มันเป็นตรรกะที่บริบูรณ์หรือไม่ บอลแพ้แต่คนไม่แพ้ นั่นมันลงแข่งแล้วหรือยัง แสดงให้เห็นได้อย่างไรว่า ได้แข่งขันอย่างสมศักดิ์มีสปิริต? หรือว่านี่คือรายการป่าหี่ต้มตุ๋นคนดูของพรรคการเมืองที่กล่าวอยู่เสมอว่าอยู่ข้างประชาธิปไตย แล้วนี่มันจะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของประชาธิปไตยไทยในอนาคตหรือไม่? มีปัญหาไรก็ใช้วิธีการเดินหนีปัญหาอีก

แน่นอนว่า มันอาจจะเป็นมาตรฐานหรือบรรทัดฐานใหม่ของการเมืองไทยในอนาคต ทั้งๆ ที่พรรคการเมืองซึ่งก็คือพรรคเพื่อไทยและองคาพยพ เคยชำแหละพรรคประชาธิปัตย์ในคราวบอยคอตการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้าโน้นมาอย่างยับเยิน 

แต่คราวนี้ทำไมตัวเอง พรรคเองจึงเป็นเสียเอง ส.ส.กินเงินเดือนภาษีประชาชนทำไมจึงไม่ทำหน้าที่ให้สมบูรณ์แบบ ทำไมเลือกเล่นเกมไม่เข้าประชุม ทั้งๆ ที่สภาควรเป็นที่ถกเถียงหารือกันซึ่งๆ หน้า เป็นหน้าที่ของผู้ทรงเกียรติตัวแทนของประชาชน สมาชิกสภาฯ เป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริงหรือไม่ หรือมีใครชักใยหนุนอยู่เบื้องหลัง

ปาหี่รัฐสภาไทยคราวนี้ ให้บทเรียนอะไรแก่เราบ้าง นอกจากการเล่นเกมอย่างดื้อด้านหัวชนฝา พาตัวออกห่างไปจากอารยประชาธิปไตยมากขึ้น แลนี่อาจเป็นเหตุแห่งแรงดึงดูดให้อำนาจภายนอกเข้ามาแทรกเอาด้วยซ้ำ พรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะเพื่อไทยนั่นเอง ที่พึงสำเหนียกถึงการเล่นเกมแบบนี้ให้มากๆ เพราะมันเสี่ยงและอันตรายจากภาวะตรรกะประชาธิปไตยวิบัติ ย้อนแย้งและน่าเบื่อหน่าย

ขณะที่นายชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเอง กลับกลายเป็นร่างทรงของใครก็ไม่รู้ได้ ไม่เคยชัดเจนในบริบทการแก้ปัญหาตามครรลองสังฆาธิปไตยศาสตร์ จึงเป็นความอิหลักอิเหลื่อเสียเต็มประดา คล้ายๆ เป็นหัว แต่ดูๆ ไปกลับไม่ใช่ ครั้นจะเป็นหางก็ไม่เชิงเช่นนั้นอีก

นี่เป็นมาตรฐานใหม่ที่ฝ่ายค้าน คือ พรรคเพื่อไทยเซ็ตขึ้นใหม่ทั้งสิ้น และจะมีผลอันเป็นวิบากไปสืบเนื่องต่อไปถึงการเมืองในอนาคตอย่างแน่นอน ความอนารยะ ปลาสนาการไปจากวิถีประชาธิปไตย เห็นชาวบ้านเป็นทางผ่านให้เหยียบย่ำก้าวขึ้นสภาฯ หรือชาวบ้านแค่เครื่องมือ 

เหตุการณ์เกิดขึ้นบอกแก่เราเมื่อไม่นานมานี้ว่า การเมืองไทยมันเส็งเคร็ง น้ำเน่าอย่างไรบ้าง การที่จะให้ชาวบ้านฝากฝีฝากไข้กับนักการเมืองผู้อ้างประชาธิปไตย ดีแต่ตีฝีปากนั้นมันเลวร้ายอย่างไร การเฮโลสาระพาโดยหาหลักไม่ได้ผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร? 

ระบบที่ว่ามา ไม่มีผู้แทนฯ คนไหนที่สามารถแสดงออกซึ่งตัวตนที่แท้จริงได้ จึงย่อมกล่าวได้ว่า เสียงของพวกเขาไม่ได้สะท้อนเสียงของชาวบ้านอะไรได้เลย การไม่ใช้เวทีรัฐสภาหารือร่วมในบรรดาสมาชิก แน่นอนเป็นสิทธิ์ ทว่ามันควรล่ะหรือกับการสร้างมาตรฐานแบบใหม่ขึ้นมา ประวัติศาสตร์รัฐสภาไทยถูกบันทึกเรียบร้อยแล้ว รวมถึงกระทั่งที่ว่า พรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคอย่างนายชลน่านเป็นอิสระแค่ไหน หรือเป็นเพียงเงา เป็นหุ่นเชิดฯ เพราะนายชลน่านไม่เคยเอ่ยถึงปัญหาแห่งโครงสร้างใดๆ ของสังคมไทยเลย เช่น โครงสร้างศาล(กระบวนการยุติธรรม) โครงสร้างกองทัพ ฯลฯ อันเป็นเนื้อแท้ แกนแห่งปัญหาของการเมืองไทยที่ฝ่ายประชาธิปไตยไทยอยากเห็น ซึ่งนี่ก็หนทางแก้ปัญหาการเมืองไทยตามแรงปรารถนาของฝ่ายประชาธิปไตย หรือนี่คือ การสักแต่ไหลตามน้ำกันไปอย่างนี้เรื่อยเฉื่อย เอาตัวรอดกันไปวันต่อวัน เล่นเกมรับลูกกันไปวันๆ

อาขยานกันมาว่า รัฐสภาคือการหารือร่วม แสดงออกอย่างเปิดเผยและเป็นอิสระ ส.ส.เป็นตัวแทนของมวลชน นำปัญหาที่เป็นข้อเท็จจริงตามบริบทสังคมขึ้นมาสะท้อน หากที่เห็นมิใช่การเลี่ยงบาลีดอกหรือ แลดอกผลคงจะเห็นในไม่ช้า เพราะการเมืองไทยเต็มไปด้วยเล่กะเท่อย่างน่ารังเกียจ เป็นศรีธนญชัย    ล็อบบี้แบบมีเงื่อนงำกันอยู่ข้างนอกสภาฯ สักพักคงผสมพันธุ์กันวุ่น ประชาชนเป็นแค่เครื่องมือ เครื่องใช้อ้าง หากแท้จริงแล้วมันผลประโยชน์ของคนในสภาเองนั้นแลเล่า ไม่มีหรอกของจริงในประเทศนี้ มีแต่จำอวด ปาหี่ฯ

อย่างน้อยการยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย ไม่ว่าสู้แล้วผลจะแพ้หรือชนะ ชาวบ้านเขาดูอยู่ ปัญหาคือคุณได้ลงมือสู้หรือยัง หรือเลี่ยงบาลี หลบหลีกเอาตัวรอดด้วยการไม่ทำหน้าที่ให้สมศักดิ์ศรี บอลแพ้แต่คนไม่แพ้ตามรูปแบบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่เราเคยเห็น แลสังคมไทยพากันยึดถือมาแต่ครั้งดึกดำบรรพ์

ไม่ทันได้สู้ให้สมเกียรติ แพ้ตั้งกะอยู่ในมุ้งแล้ว คิดดู มันเปลืองข้าวสุกใช่หรือไม่? พรรคการเมืองอย่างนี้น่ะหรือคิดจะเป็นผู้นำพาประเทศไปสู่อารยวิถีประชาธิปไตย
 
เรากำลังพูดถึงมาตรฐานทางสังคมการเมืองไทยมากกว่าเรื่องอื่น ซึ่งบรรทัดฐาน มาตรฐาน มันควรจะตรง และก้าวหน้า ไม่ใช่ถอยหลังลงคลองแบบการไม่ยอมร่วมสังฆกรรมในสภาที่ผ่านมา เพราะถึงอย่างไรเสีย ผลสุดท้ายมันก็แพ้อำนาจเผด็จการอยู่ดี แต่แพ้เพราะไม่สู้ไม่เถียง ไม่แสดงออกด้วยเหตุผลใดๆ ทางวาจาตามวิถีอารยชนอันชาวบ้านพึงจะรับรู้นั้น มันแสนจะไร้เกียรติไร้ค่ามิยิ่งกว่าฯ ดอกหรือ?

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์