ประชาชนหลายกลุ่มแสดงจุดยืนไม่ใช่แค่ 'ประยุทธ์' ไม่อยู่ต่อแต่ที่สืบทอด คสช.ต้องไปหมด

ประชาชนหลากหลายกลุ่มแสดงจุดยืนว่านอกจาก "ประยุทธ์" จะไม่มีความชอบธรรมที่จะเป็นนายกฯ มาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ศาล รธน.รวมถึงพวกพ้องที่สืบทอดอำนาจมาตั้งแต่ คสช.ก็ไม่มีความชอบธรรมที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปด้วย

24 ส.ค.2565 ที่แยกนางเลิ้ง ถนนพิษณุโลก ใกล้ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มประชาชนที่มารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยปักหลักมาตั้งแต่เมื่อวานนี้โดยทางเจ้าหน้าที่ก็ยังคงปิดถนนด้วยตู้คอนเทนเนอร์และรั้วเหล็ก พร้อมวางกำลังตำรวจชุดควบคุมฝูงชนกั้นถนนที่จะมุ่งหน้าไปที่ทำเนียบรัฐบาล

14.00 น. หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าให้รับคำร้องเพื่อพิจารณาเรื่องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและสั่งให้พล.อ.ประยุทธ์หยุดทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยว่าพล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี แล้วหรือไม่ ทางกลุ่มที่ชุมนุมที่แยกนางเลิ้งยังคงดำเนินกิจกรรมต่อไปและเพจของกลุ่มนักกิจกรรมต่างๆ ยังประกาศทำกิจกรรมในวันนี้อยู่ในหลายสถานที่

ประชาชนที่รวมตัวกันบริเวณแยกนางเลิ้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มประชาชนที่ปักหลักอยู่บริเวณแยกนางเลิ้งมาตั้งแต่เมื่อคืนเริ่มผลัดกันปราศรัยสะท้อนถึงคำสั่งของศาลที่เป็นเพียงการให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้เป็นการออกจากตำแหน่งจริงๆ แล้วศาลก็คงจะดึงเวลาออกไปอีก 3 เดือน 5 เดือนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

เพชรประกายแสง

เพชรประกายแสง(สงวนชื่อนามสกุลจริง) จากกลุ่มศิลปินปลดแอก ที่มาร่วมกิจกรรมที่บริเวณแยกนางเลิ้งกล่าวถึงคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ให้พล.อ.ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ว่า ไม่ว่าสุดท้ายแล้วศาลจะมีคำวินิจฉัยเรื่องอยู่ในตำแหน่งครบ 8 ปีเมื่อไหร่ พล.อ.ก็ไม่ควรอยู่ในตำแหน่งต่ออีกแล้ว

เขาให้เหตุผลว่าตลอด 8 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ทำรัฐประหารเข้ามาไม่เคยทำในสิ่งที่ตัวเองสัญญาว่าจะทำได้เลย มาจนถึงตอนนี้เรื่องค่าแรงขั้นต่ำที่เคยใช้หาเสียงไว้ก็ยังไม่ขึ้น

เพชรประกายแสงบอกว่าที่ผ่านมาประชาชนก็ค้าขายไม่ได้ไม้ได้มีรายได้เหมือนข้าราชการ คนธรรมดาต้องไปเป็นโจรกันหมด ถ้าศาลจะให้พล.อ.ประยุทธ์ต่อเขาก็ไม้เอาแล้วไม่ว่าจะอยู่ครบหรือไม่ครบ 8 ปีก็ตาม

15.00 น. พ.ต.อ.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ ผู้กำกับการ สน.นางเลิ้งเข้ามาพูดคุยกับทางผู้ชุมนุมเรื่องให้ย้ายที่ชุมนุมขึ้นทางเท้าเพื่อเปิดพื้นที่การจราจร แต่ทางผู้ชุมนุมแจ้งว่าต้องมีการพูดคุยกับคนอื่นๆ ด้วยยังให้คำตอบไม่ได้ พ.ต.อ.สมยศตอบว่าหากทางผู้ชุมนุมจะชุมนุมต่อก็จะหาแนวทางขอคืนพื้นที่ผิวถนนและเขายังกล่าวอีกว่าขอให้ผู้ที่มาทำกิจกรรมอย่าใช้ความเดือดร้อนของประชาชนคนอื่นมาใช้ในการต่อรองประเด็นของตัวเอง

ขณะเดียวกัน The Reporter รายงานสถานการณ์ทางด้านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่ามีกลุ่มมวลชนอิสระตั้งขบวนเพื่อเดินทางมาร่วมกิจกรรมที่แยกนางเลิ้งและเริ่มออกเดินทางในเวลา 16.25 น. โดยตลอดเส้นทางมีตำรวจชุดควบคุมฝูงชนปิดกั้นถนนราชดำเนินนอกจุดแยกผ่านฟ้า และขบวนได้เดินไปที่แยกนางเลิ้งโดยใช้ถนนนครสวรรค์และถึงแยกนางเลิ้งในเวลาประมาณ 16.55 น.

ย้อนกลับไปเมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางเวทีที่แยกนางเลิ้งประกาศว่าเรามาใช้สิทธิของเราแล้วก็จะทำกิจกรรมปราศรัย ร้องรำทำเพลงไปเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่มีความชัดเจนมีแค่บอกว่าให้ผู้ที่มาทำกิจกรรมต้องขึ้นอยู่บนทางเท้าแต่เราไม่พร้อมจะขึ้น ดังนั้นถ้าเจ้าหน้าที่มาแจ้งอะไรก็ค่อยประเมินสถานการณ์กันอีกที อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงสงบมีการปราศรัยและร้องเพลงอยู่จนกระทั่ง 18.00 น.

ครช.แถลง “ประยุทธ์” และศาล รธน.ไม่มีความชอบธรรมแต่แรก

16.00 น. คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน หรือ ครช. จัดแถลงข่าวต่อประเด็นการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องมาตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าทำรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค.2557 และต่อมามีพระบรมราชโองการแต่งตั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 ส.ค.2557 และเมื่อมีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 60 ที่ประชุมเสียงข้างมากของรัฐสภาได้เลือกพล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง 

ทั้งนี้รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้นายกรัฐมนตรีสามารถดำรงตำแหน่งเกิน 8ปีไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งต่อเนื่องหรือไม่ก็ตามเพื่อคุ้มครองไม่ให้นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งสามารถผูกขาดตำแหน่งที่จะนำไปสู่การผูกขาดอำนาจขอฝ่ายบริหารได้โดยกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วรรคท้าย นอกจากนั้นในบทเฉพาะกาล มาตรา 264 วรรคแรกยังกำหนดให้คณะรัมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ดำรงตำแหน่งต่อไปเท่ากับเป็นการรับรองสถานะของคณะรัฐมนตรีและพล.องประยุทธ์ที่ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ 24 ส.ค.2557 ตามรัฐธรรมนูญฉบับ 2557

นอกจากนั้น แม้ในกรณีนี้จะเป็นการใช้กฎหมายย้อนหลังแต่ก็เป็นการใช้ที่ไม่ได้เป็นการใช้ที่เป็นผลร้ายต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนแต่เป็นการมุ่งใช้เพื่อควบคุมจำกัดการใช้อำนาจเป็นสำคัญอีกทั้งยังได้รับการรับรองจากบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ตามที่กล่าวไปแล้ว

ดังนั้นการนับระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลา 8 ปีแล้วโดยนับตั้งแต่ 24 ส.ค.2557 และสิ้นสุดลงไปตามมาตรา 170 วรรคสองของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560

“ปัญหาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ ตลอดระยะเวลากว่า 8 ปีที่ผ่านมานี้เกิดภายใต้ผลพวงของรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่ใช่ของประชาชนและไม่ได้เป็นรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้ทำให้ปวงชนชาวไทยเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง ทางออกของวิกฤติปัญหาในเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงคำตัดสินหรือการตีความกฎหมายตามหลักการเท่านั้น แต่จะต้องมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ประชาชนชาวไทยต้องร่วมกันก่อร่างสร้างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นกติกาของประชาชนอย่างแท้จริง มิใช่บทกฎหมายที่มาจากผู้มีอำนาจผู้หวังจะควบคุม ครอบงำ ครอบครองอำนาจสูงสุดของประชาชน”

จีรนุช เปรมชัยพร ผู้ประสานงานของ ครช.เริ่มโดยการกล่าวว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย” นั้นเป็นแกนหลักของระบอบประชาธิปไตย แต่การเป็นปวงชนชาวไทยในระบอบประชาธิปไตยก็เป็นเรื่องเหนื่อยเหลือเกินเพราะสิ่งที่สิทธิพื้นฐานที่พึงมีพึงได้กลายเป็นเรื่องที่ต้องเรียกร้องให้ได้มาแล้วก็ยังไม่ได้

“ประยุทธ์ไม่มีความชอบธรรมตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องรอถึง 8 ปี ไม่มีความชอบธรรมตั้งแต่ต้นที่ทำรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค.2557 เขาเป็นบุคคลที่ล้มเหลวในระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่รัฐประหารเรียบร้อย แล้วเมื่อเขาสถาปนาตัวเองเป็นายกรัฐมนตรีเมื่อ 24 ส.ค.2557 ก็สะท้อนแล้วว่าเขาเข้ามาอยากจะแก้ไข อยากจะนำพาประเทศไทยไปสู่ความสงบสุข 8 ปีที่ผ่านมาสังคมไทยไม่เคยสงบสุขแม้แต่วันเดียว 8 ปีที่ผ่านมาเราไม่เคยรู้ว่าเราได้อยู่ในประเทศหรือพื้นดินที่เรามีสิทธิเสรีภาพสมบูรณ์ในระบอบประชาธิปไตย 8 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยถอยหลังในหลายเรื่อง” ผู้ประสานงาน ครช.กล่าว

จีรนุชกล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ว่ายังไม่ควรจะรีบดีใจเพราะการสั่งให้พล.อ.ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วได้พล.อ.ประวิตร วงษ์สวุรรณมาแทนไม่ใช่ชัยชนะ จึงไม่ใช่การบอกว่าพล.อ.ประยุธ์ที่หมดเวลาแล้วเท่านั้นแต่เป็นการหมดเวลา คสช.ด้วย ที่ คสช.สืบอำนาจมาให้นานกว่า 8 ปีเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่ง แล้วการที่รัฐธรรมนูญ 2550 หรือ 2560 ที่กำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไว้ 8 ปี เรายังไม่สามารถเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยได้เพราะทั้งสองฉบับนี้ไม่ได้มาจากประชาชนแต่มาจากรัฐประหารทั้งคู่ และการกำหนดเรื่องนี้ไว้ก็เพื่อป้องกันการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีที่ได้รับความนิยมจากประชาชนไม่ให้อยู่ในอำนาจได้ยาวนาน

จีรนุชกล่าวต่อว่า อีกประเด็นคือการที่เสียงข้างมากของศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าพล.อ.ประยุทธ์ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็น 5 ต่อ 4 เสียง นั่นหมายความว่ามีอีกถึง 4 คนที่บอกว่าควรให้ทำหน้าที่ต่อด้วย แล้วเมื่อถึงวันที่วินิจฉัยว่าพล.อ.ประยุทธ์จะได้ดำรงตำแหน่งหรือไม่ก็อาจจะกลายเป็นว่าตุลาการทั้ง 9 คนเห็นว่าไม่เป็นไรควรให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปก็ได้ เพราะการให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในช่วงนี้ก็อาจจะเพื่อลดการต่อต้านรัฐบาลเท่านั้น

“คนที่โกรธที่น่าสนใจรอบนี้คือไม่ได้เฉพาะพี่น้องประชาชนที่อยู่ในฝ่ายประชาธิปไตย เราคิดว่าคนของ คสช.หรือว่าคุณประยุทธ์ควรคิดได้แล้วว่าคนที่ออกมาเคลื่อนไหวตอนนี้คนในฝั่งที่เรียกคุณเข้ามาทำรัฐประหารก็ลุกขึ้นมาบอกด้วยเหมือนกันว่าถึงเวลาที่คุณต้องไปแล้ว” จีรนุชกล่าว

อนุสรณ์ อุณโณ กล่าวถึงการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ที่มีที่มาไม่ถูกต้องมาตั้งแต่การัฐประหาร จนถึงในการเลือกตั้งปี 62 ก็มีการกดดันนักการเมืองพรรคคู่แข่ง การใช้พรรคพลังประชารัฐที่มีชื่อสอดคล้องกับนโยบายยุครัฐบาลทหารของตัวเองเป็นต้น

“ฉะนั้นมันจึงไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องมาตีความกันตอนนี้อีกว่าคุณประยุทธ์ควรอยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่ เพราะอย่างที่บอกคือกระบวนการที่มาขั้นตอนทั้งหลายแหล่มันไม่ถูกมาตั้งแต่แรกจึงเป็นข้อหนึ่งที่เราจะต้องยึดหลักนี้ให้มั่น”

นอกจากนั้นอนุสรณ์ยังได้ตั้งคำถามว่าเราควรจะต้องเอาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นข้อยุติหรือไม่ในเรื่องนี้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกลไกในการตรวจสอบหรือถ่วงดุลใดๆ แต่เป็นเครื่องมือในการกำจัดคู่แข่งทางการเมืองมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นการปลดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งหรือการยุบพรรคการเมืองอย่างไม่มีเหตุผล

“คำถามก็คือว่าศาลรัฐธรรมนูญยังมีความชอบธรรมที่จะตีความรัฐธรรมนูญหรือวินิจฉัยรัฐธรรมนูญว่าคุณประยุทธ์ควรจะอยู่ซักกี่ปีหรือไม่ ผมคิดว่าเขาไม่มี” อนุสรณ์กล่าวอีกว่าแล้วรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้เป็นฐานความชอบธรรมในการวินิจฉัยเรื่องนี้ขนาดไหนเพราะมีปัญหาเรื่องที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาตั้งแต่การยกร่างที่ไม่มีประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นและยังอยู่แต่ในมือของผู้มีอำนาจแล้วก็ถูกใช้สืบทอดอำนาจของ คสช.

อนุสรณ์ได้เสนอว่าแม้รัฐธรรมนูญจะไม่มีความชอบธรรม แต่ในฐานะประชาชนที่ยังต้องทำตามกฎหมายที่มีสภาพบังคับใช้อยู่ ก็ต้องใช้ช่องทางเท่าที่มีโดยตระหนักตลอดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้มีความชอบธรรม อย่างไรก็ตามในฐานะประชาชนมีอำนาจอธิปไตยสูงสุดก็สามารถมีคำวินิจฉัยของประชาชนเองได้โดยไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญมาคอยชี้ขาดเพราะไม่มีสิทธิและความชอบธรรมใดที่จะมาวินิจฉัยในกรณีนี้

นร. นศ. ขอนแก่นตั้งโต๊ะแถลงย้ำ ประยุทธ์ออกไป ร่าง รธน.ใหม่ และปฏิรูปสถาบันฯ

17.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในอ.เมือง จ.ขอนแก่น กลุ่มนักเรียนนักศึกษาตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อประเด็นการดำรงอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ด้วยเช่นกัน โดยมีการนำป้ายผ้าที่เขียนว่า “ประยุทธ์ออกไป” 2 ผืนมาแสดงในบริเวณที่แถลงข่าวด้วย

ทั้งนี้ก่อนเริ่มมีการแถลงตำรวจท้องที่ได้พยายามเข้าไปเก็บป้ายของนักกิจกรรมที่มีข้อความว่าปฏิรูปสถาบัน แต่เมื่อถูกถามว่าเป็นความผิดอย่างไรทางตำรวจไม่สามารถอธิบายได้และเดินกลับออกไป

จากนั้นตัวแทนที่จัดการแถลงได้กล่าวว่าที่มาแถลงนี้เพื่อต่อต้านการมีอยู่ของระบอบประยุทธ์ไม่ใช่เพียงแค่ตัวพล.อ.ประยุทธ์คนเดียวเพราะต่อให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แต่ระบอบยังคงดำเนินต่อไปโดยที่ไม่มีความชอบธรรมในการเข้ามามีอำนาจตั้งแต่แรกจากการรัฐประหารและกดขี่ประชาชน และ 8 ปีที่พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในตำแหน่งก็สร้างปัญหาไว้มากมายเช่นปัญหาทางเศรษฐกิจที่สร้างความลำบากให้แก่ประชาชนค่าแรงขั้นต่ำตกลงแต่เศรษฐีกลับมีทรัพย์สินมากขึ้น

นอกจากนั้นในการแถลงยังมีการย้ำถึงข้อเรียกร้อง 3 ข้อด้วยคือ พล.อ.ประยุทธ์และพรรคพวกต้องออกไป ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท