‘กุลลดา’ ร้องเรียนสภาจุฬาฯ ไม่ให้ใช้ผลสอบสวนที่อ้างข้อมูลเท็จมากล่าวหา ‘ณัฐพล’ ใช้เอกสารปลอมในวิทยานิพนธ์

“กุลลดา” อดีตอาจารย์รัฐศาสตร์จุฬาฯ ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงสภาจุฬาฯ ให้ทบทวนการใช้รายงานที่อ้างข้อมูลเท็จของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในกรณี “ณัฐพล” ถูกกล่าวหาว่าใช้เอกสารปลอมในวิทยานิพนธ์ เห็นว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงและไม่เป็นความจริง และสภาจะต้องดำเนินการสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับการทำรายงานสอบข้อเท็จจริงนี้หากพบว่ามีการใช้ข้อมูลเท็จ

ผศ.ดร.ปมทอง มาลากุล ณ อยุธยา (ขวา) ตัวแทนรับหนังสือจากกุลลดา(ซ้าย)

25 ส.ค.2565 ที่อาคารจามจุรี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กุลลดา เกษบุญชู มี้ด อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อนายกสภาและกรรมการสภาของจุฬาฯ สืบเนื่องมาจากกรณีคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีวิทยานิพนธ์ของณัฐพล ใจจริงเรื่องบทบาทสหรัฐอเมริกาต่อการเมืองไทยช่วงปี 2495-2500 ที่รู้จักกันในชื่อของหนังสือ “ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี” ของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน แต่เมื่อต้นเดือนนี้มีกรรมการสภาฯ ที่ออกมาเปิดเผยว่าในรายงานการสอบข้อเท็จจริงที่มีการส่งให้ที่ประชุมสภาพิจารณานี้เป็นรายงานเท็จเนื่องจากมีการใช้ข้อมูลปลอม

กุลลดาพร้อมกับผู้ที่มารอให้กำลังใจได้ไปยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยโดยทางสภามี ผศ.ดร.ปมทอง มาลากุล ณ อยุธยา เลขาณุการสภาฯ เป็นตัวแทนออกมารับโดยไม่ให้การสัมภาษณ์ใดๆ เพียงแต่ระบุว่าขณะนี้กำลังมีประชุมอยู่ก่อนกลับเข้าห้องประชุมไป

ทั้งนี้ข้อเรียกร้องที่กุลลดาซึ่งเคยเป็นกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ของณัฐพลฉบับนี้ ระบุว่าขอให้ทางสภายึดมั่นต่อผลการพิจารณาของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดที่มี ศ.ดร.ไชยวัฒน์ ค้ำชู เป็นประธานและดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่ครั้งที่ไชยันต์ ไชยพร ร้องเรียนไว้เมื่อพฤษภาคมปี 2561 ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้เคยมีผลสรุปเอาไว้แล้วว่าจากที่ไชยันต์ระบุว่ามีข้อผิดพลาดถึง 31 จุดเมื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่ามีเพียงจุดเดียว อีกทั้งเมื่อทางกรรมการเรียกณัฐพลมารับทราบข้อผิดพลาดก็ยอมรับและรีบแก้ไขจึงเห็นว่าไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนและเป็นความผิดพลาดโดยบริสุทธิ์ใจ

อีกทั้งอดีตกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ของณัฐพลยังระบุข้อเรียกร้องต่อมาอีกว่าขอให้สภาไม่ยอมรับรายงานสอบข้อเท็จจริงของชุดที่มี ศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์เป็นกรรมการและเลขานุการอยู่ ด้วยสาเหตุ “ส่อว่าอาจเป็นรายงานเท็จดังที่ ร.ศ.ดร.เขมรัฐ โอสถาพันธุ์ กรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเห็นความผิดปกติในกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริง และการรายงานผลอาจจะแย้งกับการสอบสวนจริง” และยังขอให้สภาฯ ทำการตรวจสอบบความถูกต้องของการสอบสวนและการรายงานผลดังกล่าวที่ ศ.ดร.ปาริชาตนำเสนอต่อสภาด้วย

นอกจากนั้นในท้ายจดหมายยังระบุว่าสภาของมหาวิทยาลัยจะต้องรับผิดชอบและดำเนินการสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้เกี่ยวข้องด้วยถ้าหากมีการรายงานด้วยข้อมูลเท็จหรือไม่ตรงกับผลการสอบสวนรวมถึงการบิดเบือนผลการสอบสวนในทางมิชอบให้เกิดความเสียหายต่อกุลลดา

ประเด็นเรื่องมีการใช้ข้อมูลเท็จในรายงานการสอบสวนของกรรมการชุดที่มี ศ.ดร.ปาริชาตเป็นกรรมการนี้ถูกเปิดเผยในจดหมายของ รศ.ดร.เขมรัฐ โอสถาพันธุ์ กรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประเภทคณาจารย์ประจำ ถึงนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มีการเผยแพร่ครั้งแรกในเว็บไซต์มติชนสุดสัปดาห์เมื่อ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา

รศ.ดร.เขมรัฐ ระบุในจดหมายถึงปัญหาที่ณัฐพลถูกไชยันต์กล่าวหาว่าใช้หนังสือพิมพ์ “เอกราช” ฉบับวันที่ 10 พ.ย.2490 ซึ่งเป็นเอกสารอ้างอิงที่เป็นเท็จในวิทยานิพนธ์นั้นเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงแต่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกลับไม่เคยแจ้งข้อกล่าวหานี้ให้ณัฐพลทราบและไม่เคยเรียกหลักฐานจากณัฐพลเพื่อให้ได้ชี้แจงคณะกรรมการจึงได้ละเมิดสิทธิของณัฐพล

นอกจากนั้นร.ศ.ดร.เขมรัฐยังระบุอีกว่าที่หนังสือพิมพ์เอกราชฉบับวันที่ 10 พ.ย.2490 ดังกล่าวก็มีอยู่จริงไม่ได้เป็นเอกสารเท็จ ดังนั้นที่เลขานุการกรรมการสอบข้อเท็จจริงนำเอาข้อมูลปลอมมานำเสนอกล่าวหาณัฐพลอย่างผิดๆ ในที่ประชุมเพื่อประกอบการพิจารณาซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น

กุลลดา ได้ให้สัมภาษณ์หลังยื่นจดหมายแล้วว่าที่มายื่นจดหมายในวันนี้เนื่องจากเห็นว่าผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดของศ.ดร.ปาริชาตนี้ออกมาก็จะมีผลเสียต่อรูปคดีที่ณัฐพล และพวกรวมเธอด้วยถูก ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิตฟ้องต่อศาลแพ่งเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 50 ล้านบาทจึงต้องมาประท้วง

อีกทั้งอดีตกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ของณัฐพลก็ยังได้กล่าวอีกว่า จากที่ก่อนหน้านี้สื่ออย่าง Top News และอานนท์ ศักดิ์วรวิชอ้างว่าได้เห็นผลการสอบสวนของคณะกรรมการซึ่งในผลการสอบสวนกล่าวหาณัฐพลว่ามีการใช้เอกสารที่ไม่เป็นจริงนั้นเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงมากและเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง จึงต้องเรียกร้องให้ทางสภามหาวิทยาลัยยอมรับผลการสอบสวนของคณะกรรมการชุดของศ.ดร.ไชยวัฒน์ตามที่ได้กล่าวถึงข้างต้น แต่ถ้าหากสภาจะไม่ยอมรับแล้วจะใช้รายงานของศ.ดร.ปาริชาตก็ต้องมีการทบทวนเพราะรายงานนี้ไม่สอดคล้องกับผลของผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความเห็นในรายงานซึ่งมีการศึกษาในรายละเอียดของวิทยานิพนธ์

สำหรับในส่วนของคดีความที่กุลลดาม.ร.ว.ปรียนันทนาฟ้องนั้นศาลแพ่งมีการนัดสืบพยานกลางปีหน้า แต่กุลลดาได้แจ้งให้ทราบเพิ่มเติมว่าเธอได้แจ้งความดำเนินคดีหมิ่นประมาทกลับม.ร.ว.ปรียนันทนาด้วยจากการที่ทำให้เธอเสียชื่อเสียงในศาลแพ่งโดยเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 5 ล้านบาทด้วย

จำเลยคดี 'ขุนศึก ศักดินาและพญาอินทรี' สู้หลานราชสกุล 'รังสิต' ใช้กระบวนการยุติธรรมจำกัดเสรีภาพวิชาการ

สิรภพ อัตโตหิ กล่าวในฐานะตัวแทนนิสิตจุฬาฯ ที่มาร่วมให้กำลังใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับกุลลดาและณัฐพลนี้เป็นการริดรอนเสรีภาพทางวิชาการอย่างร้ายแรงมีการแทรกแซงทางการเมือง จุฬาฯ ในฐานะที่เป้นมหาวิทยาลัยควรจะธำรงไว้ซึ่งเสรีภาพทางวิชาการสูงสุดเหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น

“การวิพากษ์วิจารณ์ทางวิชการ การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ใช่การฟ้องร้องกลั่นแกล้งกันทางการเมือง” สิรภพกล่าว

กุลลดา เกษบุญชู มี้ด และณัฐพล ใจจริง พร้อมเพื่อนอาจารย์และนักศึกษาที่มาร่วมให้กำลังใจ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท