สมาชิกอาวุโสพรรคคอมมิวนิสต์จีน ออกจดหมายเปิดผนึกวิจารณ์ผู้นำจีนดำรงตำแหน่งแบบอยู่ยาว หวั่นสร้างลัทธิบูชาตัวบุคคล

จดหมายเปิดผนึกที่ร่วมกันเขียนโดยสมาชิกอาวุโสของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระบุในทำนองว่าการที่ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนและผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์คนปัจจุบันมีความต้องการจะต่ออายุทางอำนาจของตัวเองให้ได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนอีกสมัยถือเป็นเรื่องอันตรายในแง่ของการรวมศูนย์อำนาจไว้ในมือคนๆ เดียว และเป็นอันตรายในแง่ของการสร้างลัทธิบูชาตัวบุคคลให้เน้นไปที่ตัวผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ ถึงแม้ว่าในจดหมายจะไม่ได้ระบุถึงชื่อสีจิ้นผิงโดยตรงก็ตาม

กลุ่มสมาชิกอาวุโสพรรคคอมมิวนิสต์จีน 3 คน คือ  Dong Hongyi, Ma Guiquan และ Tian Qizhuang ออกจดหมายเปิดผนึกในเชิงคัดค้านไม่ให้มีการสืบต่ออำนาจประธานาธิบดีและแสดงความกังวลว่าจะมีลัทธิบูชาตัวบุคคล ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ระบุชื่อสีจิ้นผิงโดยตรงก็ตาม ในจดหมายระบุเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายรัฐธรรมนูญให้มีการลบข้อความที่ระบุว่า "พรรครัฐบาลจะเป็นผู้นำในทุกเรื่อง" พวกเขาวิจารณ์ว่าข้อความในกฎหมายนี้ให้ "อำนาจอย่างไม่จำกัด" ต่อพรรครัฐบาล

จดหมายฉบับดังกล่าวนี้มีการโพสต์ลงในเว็บล็อก "Weiquanwang" ซึ่งเป็นบล็อกเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ในจดหมายระบุว่าข้อความที่ว่า "พรรครัฐบาลจะเป็นผู้นำในทุกเรื่อง" นี้ปรากฏมาตั้งแต่ในสมัยการปฏิวัติวัฒนธรรมตามคำสั่งของเหมาเจ๋อตุง อดีตผู้นำจีน เพื่อให้ "เกิดการคืนความสงบเรียบร้อยให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" แต่ไม่ได้มีความหมายกว้างไปมากกว่านี้

ในจดหมายระบุอีกว่า ในแนวคิดแบบมาร์กซิสต์-เลนินนิสต์คลาสสิก หรือในหลักการปฏิรูปและเปิดประเทศของเติ้งเสี่ยวผิง ไม่ได้มีแนวคิดแบบที่ว่ารัฐบาลเป็นผู้นำในทุกเรื่องระบุเอาไว้แต่อย่างใด กลุ่มผู้นำอาวุโสในพรรคระบุอีกว่าปัญหาหลักที่ประเทศจีนเผชิญในตอนนี้คือการที่คณะกรรมาธิการพรรคมีอำนาจมากเกินไปและมีอำนาจแผ่ขยายออกไปได้ไกลเกินไป รวมถึงมีการกล่าวหาว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนขยายภารกิจออกไปไกลกว่าวัตถุประสงค์ที่มีอยู่เดิมจนไปรุกล้ำพื้นที่ของคนอื่น

จดหมายของผู้นำระดับสูงพรรคคอมมิวนิสต์จีนวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายกำกับดูแลทางวินัยของพรรคคือ คณะกรรมการกลางเพื่อการตรวจสอบทางวินัย (CCDI) ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ปฏิเสธจะตีพิมพ์เผยแพร่รายละเอียดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ทางการจีน จดหมายระบุว่าเจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีรายได้สูงกว่าประชาชนจีนทั่วไปมาก และสถานการณ์เช่นนี้ก็ "กระทบต่อความน่าเชื่อถือของพรรคอย่างมาก แต่พวกเขา(พรรค)กลับมองไม่เห็นปัญหานี้"

ผู้นำระดับสูงสามคนของพรรคคอมมิวนิสต์จีนระบุว่าเดิมทีแล้วตัวแทนของสภาประชาชนในระดับท้องถิ่นควรจะเป็นผู้ที่ตรวจสอบถ่วงดุลเจ้าหน้าที่ทางการเหล่านี้ แต่สภาประชาชนก็กลายเป็นแค่ "ผู้ดูอยู่ห่างๆ" เพราะกรรมาธิการพรรคในท้องถิ่นมีอำนาจเบ็ดเสร็จมากเกินไป

นอกจากนี้ในจดหมายยังมีการวิจารณ์เรื่องที่ระบบตุลาการในจีนขาดความอิสระ และไม่สามารถหาต้นตอของผู้ที่ปล่อยให้เกิดการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ในอู่ฮั่นได้จนทำให้ปัญหาบานปลายไปแล้วถึงจะมีการรายงานเรื่องนี้ต่อสาธารณชน

สามผู้นำอาวุโสระบุว่า "สำหรับพรรคการเมืองที่เป็นผู้นำในทุกเรื่องเป็นสิ่งที่ขัดกับสามัญสำนึกและหลักตรรกะ" นอกจากนี้ยังมีการเตือนว่าการยึดติดในลัทธิบูชาตัวบุคคลอาจจะนำมาซึ่งการล่มสลายของประเทศได้ ดังนั้นจดหมายฉบับดังกล่าวนี้จึงเรียกร้องให้มีการสั่งห้ามลัทธิบูชาตัวบุคคลในตัวผู้นำจีน ถ้ามีใครฝ่าฝืนควรจะถูกคว่ำบาตรและมีมาตรการลงโทษอื่นๆ สามผู้นำอาวุโสของพรรคระบุว่าถ้าไม่ทำเช่นนี้ลัทธิบูชาตัวบุคคลจะกลับมาและอาจจะทำให้ "โศกนาฏกรรมแบบการปฏิวัติวัฒนธรรมจีนกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง"

การปฏิวัติวัฒนธรรมที่ว่านี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2509 นำโดยเหมาเจ๋อตุง ที่มีการใช้กลุ่มยุวชนที่เรียกว่า "เรดการ์ด" ในการทำลายสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นภัยต่อระบอบคอมมิวนิสต์จีนรวมถึงมีการโฆษณาชวนเชื่อว่ามีพวก "กระฎุมพี" แฝงตัวอยู่ในรัฐบาลและในสังคม รวมถึงมีการทำให้เกิดลัทธิบูชาตัวบุคคลเหมาเจ๋อตุงเกิดขึ้นจนนำมาซึ่งความรุนแรงและการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในรัฐบาล เหตุการณ์รุนแรงและการฆ่าล้างห้ำหั่นกันทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตหลายแสนและอาจจะถึงระดับหลักล้านคน

เว็บล็อก Weiquanwang ระบุว่า ผู้นำอาวุโสที่เขียนจดหมายเปิดผนึกนี้กำลังตกอยู่ในอันตรายว่าอาจจะถูกทางการจีนตามล่าเล่นงานได้ พวกเขาตกอยู่ภายใต้การสอดแนมอย่างเข้มงวดและอาจจะมีอันตรายมาถึงตัวได้ทุกเมื่อแต่พวกเขาก็เตรียมตัวไว้แล้ว

Tian Qizhuang ผู้ที่เกษียณอายุจากอาชีพนักเขียนและเป็นหนึ่งในสมาชิกอาวุโสของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเคยรายงานต่อ CCDI เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมาว่า เลขาธิการพรรคประจำเขตปกครองตนเองกวางซีจ้วงที่ชื่อ Liu Ning ทำการส่งเสริมให้มีลัทธิบูชาตัวบุคคล

Tian กล่าวให้สัมภาษณ์ต่อเรดิโอฟรีเอเชียว่าเขาพร้อมที่จะต่อสู้กับการพยายามเอาผิดเขาจากเรื่องที่เขาเขียนจดหมายเปิดผนึก ตำรวจความมั่นคงแห่งรัฐของจีนได้ส่งข้อความกล่าวหา Tian ว่า "สมคบคิดกับต่างชาติ" ทำให้ Tian โต้ตอบกลับไปว่าทางรัฐบาลจีนควรจะต้องหาหลักฐานมาแสดงให้เห็นด้วย

Tian บอกว่าเขาจะเตรียมตัวรับมือไว้แล้วถ้าหากกลุ่มรัฐบาลจีนเล่นงานเขา เขาก็จะทำการอดอาหารประท้วงทันที Tian บอกว่าเขา "เหนื่อยกับชีวิตแบบนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว" และบอกอีกว่าการที่รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนยืนยันที่จะควบคุมทุกเรื่องในชีวิตในประเทศจีนนั้นเป็นสิ่งที่ "ไร้เหตุผล, แปลกประหลาด, ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ และไม่ใช่สิ่งที่เสริมสร้างพัฒนาการของอารยธรรมมนุษย์"

Ma Guiquan ยืนยันว่าจดหมายเปิดผนึกที่พวกเขาเขียนวิจารณ์รัฐบาลสีจิ้นผิงเป็นสิ่งที่พวกเขาเขียนขึ้นมาจริงแต่ก็บอกว่าพวกเขาไม่เกี่ยวข้องกับการที่มันได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต Ma บอกว่าเขารับรู้ดีว่าจะมีผลที่เกิดตามมาต่อเขาอย่างไรจากการที่เขาลงนามในจดหมาย

Ma บอกว่า "ในสภาพการณ์ปกติแล้ว สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนควรจะสามารถให้คำแนะนำต่อองค์กรได้โดยไม่มีปัญหาอะไรถ้าพวกเขาทำตัวเหมือนเป็นประชาชนธรรมดาทั่วไป ... แต่ถ้าหากสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว มันก็กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง" Ma บอกอีกว่าสิ่งที่เขาเสนอในจดหมายนั้นไม่ใช่เรื่องอะไรที่พิเศษและไม่ใช่ข้อเรียกร้องที่เคร่งครัดอะไร

Hua Po นักวิจารณ์การเมืองในจีนกล่าวว่าสีจิ้นผิงพยายามควบรวมอำนาจไว้ที่ในมือตัวเองเพื่อทำให้พรรคคอมมิวนิสต์ยังคงอยู่ในอำนาจและมีความเป็นปึกแผ่น แต่ก็เสี่ยงที่จะทำให้มันกลายเป็นลัทธิบูชาตัวบุคคล

Hua บอกว่าเส้นแบ่งระหว่างการปกครองแบบอำนาจนิยมกับลัทธิบูชาตัวบุคคลนั้นมีความลื่นไหล เมื่อผู้นำมีรากฐานการเมืองที่เหนียวแน่นแล้ว คนในรัฐบาลในระดับล่างๆ ก็อาจจะเริ่มเชิดชูยกย่องทำให้เขากลายเป็นดั่งสมมุติเทพได้

Hua บอกว่าสิ่งที่น่ากลัวที่จะเกิดตามมาหลังจากนั้นคือ เมื่อมีลัทธิบูชาตัวบุคคลแบบนี้แล้วก็เสี่ยงที่ผู้นำจะเริ่มขาดสติ ขาดปัญญาญาณ จนทำให้ก่อความผิดพลาด แล้วมันจะไม่ใช่ความผิดพลาดเล็กๆ แต่เป็นหายนะครั้งใหญ่ต่อประเทศและต่อประชาชน

Feng Chongyi นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์กล่าวว่า การที่เริ่มมีลัทธิบูชาตัวบุคคลเกิดขึ้นกับตัวสีจิ้นผิงนั้นน่าจะมีสาเหตุมาจากการที่รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนยกเลิกการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่เดือน มี.ค. 2561 เป็นต้นมา ทำให้สีจิ้นผิงยังคงดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีอยู่ต่อไปได้อย่างไม่มีกำหนด

Feng บอกว่าสิ่งที่เขาทำได้ก็แค่หวังว่าจะมีคนบางคนในระดับสูงของรัฐบาลจีนที่จะ "ปกป้องวินัยพรรคและกฎหมายของบ้านเมือง" เพราะในระบอบการเมืองของจีนนั้นไม่มีที่ทางให้กับความคิดเห็นของประชาชน เนื่องจากกลุ่มพรรคคอมมิวนิสต์จีนไม่ต้องอาศัยเสียงโหวตจากประชาชน

"รัฐจีนคอยปกป้องอันธพาลพวกนี้ พวกที่พยายามจะทำลายทุกคนหรือทุกเสียงที่ต่อต้านพวกเขา" Feng กล่าว

เรียบเรียงจาก : 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์