ส.ส.เพื่อไทย ชี้งบกลางเกินแสนล้านหวั่น 'ประยุทธ์' ใช้ซื้ออาวุธประเคนกองทัพ - ทบ.แจง ของบฯ ซื้อยุทโธปกรณ์ เป็นชั้นความลับ

ส.ส.เพื่อไทย กมธ.พิจารณางบฯ ชี้งบกลางอู้ฟู่เกินแสนล้านหวั่น 'ประยุทธ์' ใช้ซื้ออาวุธประเคนกองทัพ เผยกลาโหมแจงงบ 2 แสนล้าน ไม่เคลียร์อัดปั้นโครงการใช้เงินไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน ด้าน ทบ.แจง ของบฯ ซื้อยุทโธปกรณ์ เป็นชั้นความลับ-ห้ามรั่วไหล

 

1 ส.ค.2565 ทีมสื่อพรรคเพื่อไทย รายงานต่อสื่อมวลชนว่า นพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ เปิดเผยว่า การจัดทำงบประมาณปี 2566 ของรัฐบาล ไม่สอดรับกับสถานการณ์ของประเทศไทย เพราะยังคงมีการใช้งบประมาณที่ไม่เกิดประโยชน์ กับประชาชน โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหมมีปัญหาในการชี้แจงการใช้จ่ายงบประมาณ เป็นหน่วยงานที่มีไขมันมากที่สุด การจัดทำงบ ประมาณโอเวอร์เกินความจำเป็น กรรมาธิการได้มีการหารือกันนานมาก แต่กลาโหมไม่ยอมรับการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ขอให้ตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกไป ทางกลาโหมก็ไม่ยอมตัด นอกจากนี้ในส่วนของงบประมาณยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 200,000 กว่าล้าน พบว่ามีการจัดงบประมาณไม่เหมาะสม  บางงานไม่มีความจำเป็น แต่มีการปั้นโครงการมาเพื่อขอรับงบประมาณ ซึ่งหลายโครงการมีความไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน

 

นพพล กล่าวด้วยว่า ส่วนการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งเครื่องบิน เรือดำน้ำ หรือ รถหุ้มเหราะของกองทัพ ทางคณะกรรมาธิการ มีความเป็นห่วงว่ามันไม่มีความจำเป็นที่จะซื้อในช่วงเวลาที่ประเทศและประชาชนกำลังลำบาก  ควรใช้งบประมาณไปเสริมศักยภาพด้านอื่นดีกว่า หากซื้อแล้วไม่สามารถปกป้องอริราชศัตรูได้ อย่างเช่นการเข้าบินมาในราชอาณาจักร ของเครื่องบินเมียนมา ที่กองทัพปล่อยให้บินเข้ามาโดยไร้ความรู้สึก จนชาวบ้านหวาดผวาไปหมด ไร้การชี้แจงที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในศักยภาพของกองทัพในการปกป้องประเทศ

“แต่การจัดทำงบประมาณในปี 2566 ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก แม้คณะกรรมาธิการจะตัดมากแค่ไหนก็ตาม แต่งบประมาณในส่วนที่ตัดไปก็จะไปเพิ่มให้กับงบประมาณบริหารกลางของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาจจะทำให้งบกลางเพิ่มมากกว่าแสนล้านและพลเอกประยุทธ์ จะนำไปใช้ทำอะไรก็ได้เพราะไม่ต้องชี้แจง ดังนั้นแม้กรรมาธิการจะตัดแต่รัฐบาลก็จะนำงบประมาณไปแอบซื้ออาวุธได้เช่นเดิม ขอเตือนไปยังพลเอกประยุทธ์ว่า เงินงบประมาณ เป็นเงินของประชาชน มีไว้เพื่อดูแลประชาชนไม่ไช่มีไว้เพื่อซื้ออาวุธประเคนกองทัพแต่อย่างใด พลเอกประยุทธ์ต้องคิดถึงประชาชนมากกว่านี้” นพพล กล่าว

ทบ.แจง ของบฯ ซื้อยุทโธปกรณ์ เป็นชั้นความลับ-ห้ามรั่วไหล

สำนักข่าวไทย รายงานด้วยว่า พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่กองทัพบกได้เข้าชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ตามกระบวนการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล และต่อมาได้มีการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชนถึงเอกสารที่หน่วยงานนำมาเสนอประกอบการประชุมว่าไม่ควรปฏิบัติแบบเป็นเอกสารลับนั้น กองทัพบกยืนยัน กระบวนการนำเสนอข้อมูลให้กับคณะกรรมาธิการ มีทั้งการนำเสนอด้วยเอกสารและการเข้าชี้แจงโดยผู้ที่รับผิดชอบด้านงบประมาณของกองทัพบกและผู้บังคับบัญชาระดับสูง

รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เอกสารที่ใช้ประกอบการชี้แจงงบประมาณ กองทัพบกดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการพุทธศักราช 2544 ข้อ 17 ที่ระบุว่า “การกำหนดชั้นความลับของข้อมูลข่าวสารที่มีชั้นความลับหลายชั้นในเรื่องเดียวกัน ให้กำหนดชั้นความลับสูงสุดที่มีอยู่ในข้อมูลข่าวสารลับนั้น” ซึ่งกองทัพบกกำหนดชั้นความลับของเอกสารที่นำเสนอ โดยพิจารณาจากภาพรวมของเอกสารทั้งหมดอย่างรอบคอบตามระเบียบ เนื่องจากเป็นชุดเอกสารเดียวกันที่ข้อมูลมีชั้นความลับหลายชั้น ประกอบด้วยเรื่องยุทโธปกรณ์สำคัญทางทหาร จนถึงการจัดหาครุภัณฑ์ปกติ

“โดยเฉพาะข้อมูลคุณลักษณะและขีดความสามารถของอาวุธยุทโธปกรณ์ ถือว่าเป็นชั้นความลับทางทหารที่มีความสำคัญยิ่งในงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการป้องกันประเทศ จึงจำเป็นต้องปฏิบัติต่อชุดข้อมูลที่มีหลายชั้นความลับดังกล่าว โดยยึดตามข้อมูลที่มีชั้นความลับสูงสุด เพื่อป้องกันข้อมูลข่าวสารที่มีชั้นความลับรั่วไหลหรือถูกนำไปเผยแพร่อย่างไม่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของหน่วยงาน การนำเอกสารที่มีชั้นความลับไปแสดงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ โดยเมื่อพิจารณาเสร็จและหน่วยงานขอคืนเอกสาร แสดงว่าไม่ประสงค์ให้นำไปเปิดเผยต่อ ซึ่งการเปิดเผยเอกสารลับของทางราชการ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานเจ้าของเอกสารก่อนจึงจะทำได้” พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าว

รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การชี้แจงตามระบบผ่านกลไกของรัฐสภา กองทัพบกได้นำเสนอข้อมูลครอบคลุมทุกด้าน ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบประกอบการพิจารณา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทุกส่วนต้องตระหนักคือการที่ผู้ใดส่วนใดที่ได้รับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลหรือเอกสารลับของทางราชการ จำเป็นต้องให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.2544 ระมัดระวังในการนำข้อมูลที่ตนเองเข้าถึงไปเผยแพร่ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง อันอาจนำมาซึ่งการก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ หรือความเสียหายต่อผลประโยชน์แห่งรัฐ รวมทั้งความเข้าใจอันดีของสังคมโดยรวมได้เช่นกัน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์