'เพโลซี-ไช่อิงเหวิน' พูดคุยอะไรจากการพบกันครั้งประวัติศาสตร์ ของไต้หวัน-สหรัฐฯ

แนนซี เพโลซี พบปะกับประธานาธิบดีไต้หวันไช่อิงเหวินในการเดินทางเยือนประเทศที่ถูกจับตามองจากชาวโลก โดยมีความกังวลว่าจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ผู้สื่อข่าวที่อาศัยในไต้หวันก็บอกว่าสถานการณ์ในไต้หวันเป็นปกติดีและเตือนให้สื่อต่างชาติอย่าตื่นตูมเกินจริง ขณะที่เพโลซีและไช่ต่างกล่าวถึงเรื่องการการันตีความแน่นแฟ้นในมิตรภาพระหว่างสองประเทศ และความยึดมั่นในการรักษาประชาธิปไตย

 

4 ส.ค. 2565 ในช่วงการเดินทางเยือนไต้หวันครั้งประวัติศาสตร์ของ แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้มีการแถลงว่าที่เธอเยือนไต้หวันนั้นเป็นเพราะเธอต้องการ "แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน" ว่าสหรัฐฯ จะ "ไม่ละทิ้ง" ประเทศที่มีการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอย่างไต้หวัน

เพโลซีกล่าวแถลงในเรื่องนี้ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเกาหลีใต้ในช่วงบ่ายของวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปีที่มีบุคคลในระดับประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวัน ในขณะที่มีคนเตือนว่าการที่เพโลซีตัดสินใจเยือนไต้หวันอาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ซึ่งทางการจีนก็พยายามส่งสัญญาณเตือนและขู่ไม่ให้เพโลซีเดินทางเยือนไต้หวัน

แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

ในคำแถลงของเพโลซีมีการกล่าวชื่นชมเรื่องที่ไต้หวันมีความยึดมั่นในประชาธิปไตย เป็นคำแถลงที่ออกมาไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าที่จีนจะขู่ว่าพวกเขาจะทำการซ้อมรบติดต่อกันหลายชุด ซึ่งแผนการซ้อมรบเหล่านี้เป็นการกระทำในทำนองที่กระทรวงกลาโหมไต้หวันมองว่าเป็นการ "ปิดกันทางน้ำและทางอากาศ" เป็นการซ้อมรบแบบที่ "ไร้เหตุผล" และเทียบกับเป็นการล่วงละเมิดพื้นที่น่านน้ำของไต้หวัน นอกจากนี้ในวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมาจีนยังใช้เครื่องบินรบบุกรุกเข้ามายังเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันด้วย ในแง่ของการค้า จีนก็สั่งระงับการนำเข้าผลไม้จำพวกซีตรัสเช่น ส้ม เลม่อน มะนาว และผลิตภัณฑ์จากปลาของไต้หวัน รวมถึงระงับการส่งออกทรายให้กับไต้หวัน

อย่างไรก็ตามมีบทความจาก Brian Hioe ระบุว่าสถานการณ์ในประเทศไต้หวันยังคงปกติดี และผู้คนก็ดำเนินชีวิตตามปกติทั่วไป สื่อในไต้หวันเองก็ไม่ได้โหมประโคมเรื่องภัยจากจีนมากเกินจริงและยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องใต้สะดือและกอสซิปดารา แต่ Hioe กังวลว่าการที่สื่อตะวันตกหรือผู้คนในตะวันตกแสดงความกังวลในเรื่องนี้มากเกินไป บ้างก็ถึงขั้นวาดภาพว่าชาวไต้หวันพากันหนีหัวซุกหัวซุนไปยังที่หลบภัย จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง จากเดิมที่สถานการณ์จริงๆ ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่ามีปฏิบัติการขู่ด้านต่างๆ จากจีนจริง แต่ก็ไม่ถึงขั้นว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 แบบที่สื่อตะวันตกบางแห่งตื่นตูมเกินจริง

เพโลซีกล่าวในการพบปะกับประธานาธิบดีไช่อิงเหวินของไต้หวันว่า "พวกเรามีความภาคภูมิใจต่อมิตรภาพที่ยั่งยืนของทั้งสองฝ่าย" เธอกล่าวอีกว่า "สำหรับตอนนี้ การที่อเมริกายืนหยัดเคียงข้างไต้หวันนั้น นับเป็นเรื่องที่สำคัญมากยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา และนี่ก็คือข้อความที่พวกเราต้องการจะสื่อถึงพวกคุณที่นี่ในวันนี้"

ในการพบปะกันระหว่างเพโลซีและไช่อิงเหวินเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา ตัวแทนทั้งสองประเทศได้ทักทายด้วยการใช้ข้อศอกชนกันแทนการจับมือเพื่อป้องกัน COVID-19 และโพสท่าถ่ายรูปร่วมกัน

ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน

เช่นเดียวกับเพโลซี ไช่อิงเหวินก็ดูเหมือนจะไม่ยอมถอยถึงแม้ว่าจะถูกคุกคามจากจีน ไช่กล่าวว่า "เมื่อต้องเผชิญกับการยกระดับภัยคุกคามทางการทหารอย่างจงใจ ไต้หวันจะไม่ยอมถอย ... พวกเราจะหนักแน่นในการดำรงไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติและจะยังคงวางตัวเป็นแนวคุ้มกันของประชาธิปไตย ในขณะเดียวกันพวกเราก็หวังว่าจะมีการสร้างความร่วมมือและทำงานร่วมกันอย่างสามัคคีกับประเทศประชาธิปไตยอื่นๆ ทั่วโลก ในการที่จะร่วมกันปกป้องค่านิยมประชาธิปไตย"

ไช่กล่าวอีกว่า ไต้หวันจะทำทุกทางเพื่อที่จะเสริมสมรรถภาพในการป้องกันประเทศ เธอบอกว่าเธอมีความมุ่งมั่นในการ "รักษาไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพ" ในคาบสมุทรไต้หวัน และสัญญาว่าจะทำให้ไต้หวันเป็น "กำลังหลักในด้านเสถียรภาพ" สำหรับความมั่นคงในภูมิภาคและการพัฒนาการค้าโลก

เพโลซีกล่าวต่อนักข่าวในวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมาว่า "อเมริกายืนหยัดเคียงข้างไต้หวัน" และจีนจะ "ไม่อาจขวางทาง" ผู้คนที่ต้องการจะมาเยือนไต้หวันได้ เธอบอกอีกว่าเธอต้องแสดงให้โลกเห็นในเรื่องนี้ด้วยการเดินทางมาเยือนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้ อีกทั้งยังต้องการแสดงให้โลกเห็น "ความสำเร็จของประชาชนไต้หวัน" รวมถึงบอกว่าต้องการให้ไต้หวันมีเสรีภาพและความมั่นคงเสมอไป พวกเขาจะไม่ยอมล่าถอยในเรื่องนี้

นอกจากการพบปะกับไช่อิงเหวินแล้ว เพโลซีและผู้แทนจากสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ยังได้พบปะทักทายกับผู้แทนฝ่ายไต้หวันก่อนที่จะมีการประชุมกันแบบปิด หลังจากนั้นคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ ก็ได้เดินทางออกจากไต้หวันราว 6 โมงเย็นตามเวลาท้องถิ่น

เพโลซีเป็นคนที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาโดยตลอด เธอเคยประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนของจีน เคยพบปะกลุ่มผู้เรียกร้องประชาธิปไตยและต่อต้านรัฐบาลจีน รวมถึงพบปะกับดาไลลามะผู้นำทางจิตวิญญาณของทิเบตที่อาศัยอยู่นอกประเทศและถูกมองว่าเป็นเสี้ยนหนามของรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีน นอกจากนี้ในปี 2534 เพโลซียังเคยแสดงการรำลึกถึงเหตุการณ์ปราบปรามผู้ประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมินซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2532 และเมื่อไม่นานนี้เพโลซีก็พูดสนับสนุนการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงช่วงปี 2562

 

 

 

เรียบเรียงจาก

Pelosi says US will 'not abandon' Taiwan as China plans military drills, CNN, 03-08-2022

https://edition.cnn.com/2022/08/02/politics/nancy-pelosi-taiwan-parliament-visit/index.html

Uh No, Things Are Perfectly Chill in Taiwan, Popula, 03-08-2022

https://popula.com/2022/08/03/uh-no-things-are-perfectly-chill-in-taiwan/

 

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์